*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531172
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม 2555
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 4621 , 23:17:25 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พันธุ์สังหยด โหวตเรื่องนี้

01

ตลาดแนสแด็กซ์พังทลายในปี 2000 (Nasdaq Index)

ตลาดหุ้นโลกพังทลายในปี 2008 Hamburger crisis (G92 Index)

วิกฤตเศรษฐกิจโลก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

ต่อเนื่องมาจากการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ และค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000

มีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกัน เรื่องการพังทลายของตลาดหุ้น

ดูจากข้อมูลที่นำเสนอต่อไปนี้

02
ตลาดหุ้นแนสแดกซ์ถูกโจมตีในปี 1999-2000-2002

ปี 1999 มีการปรับปรุงตัวหุ้นในการคำนวณดัชนี(Index reform) ทำให้ดัชนีอ่อนแอลง ทำให้ถูกโจมตีได้ง่าย ดัชนีถูกลากขึ้นไปสูงสุดในต้นปี 2000 แล้วทุบทลายให้พังทลายลงมาต่ำสุด 78 เปอร์เซ็นต์ในปี 2002 

ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายตามมา ภาพนี้แสดงให้เห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลายเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรและเงินเยน ทำให้เงินคนไม่ถือเงินเหรียญสหรัฐ เงินไหลออกจากสหรัฐ

เศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เงินเหรียญสหรัฐเป็นเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อไหลออกนอกสหรัฐ ทำให้เงินท่วมโลก ไปซื้อเงินสกุลอื่น ซื้อหุ้นประเทศอื่นซื้อสินทรัพย์ประเทศอื่น ราคาสินค้าและบริการก็สูงขึ้น ตามการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ

มีการสวมรอยปั่นตลาดมาแต่แรก และสวมรอยปั่นมาตลอด จากนั้นตลาดหุ้นโลก ตลาดเงินโลก เศรษฐกิจโลกก็พังทลายลงในปี 2008 (Hamburger crisis)

ปี 2000 อาจจะถือว่าเป็นการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 3 ของโลกทั้งโลก เป็นสงครามเศรษฐกิจ เกิดความเสียหายมากกว่าการพ่ายสงครามโลก 2 ครั้งที่ผ่านมา และสิ่งผิดปกตินี้ก็ยังแฝงตัวอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลกถึงปัจจุบัน 

03
เป็นภาพของค่าเงินตัวเดียวกันกับภาพที่ 2 เป็นมุมมองภาพทางค่าเงินยูโร และค่าเงินเยน แสดงให้เห็นว่าค่าเงินยูโร และค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น (หรือค่าเงินเหรียญสหรัฐตกต่ำลงนั่นเอง)

04
ค่าเงินบาท มุมมองทางค่าเงินบาท แสดงให้เห็นว่าค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้นหลังการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000 เช่นเดียวกัน เงินเหรียญสหรัฐไหลออกมาซื้อสกุลเงินประเทศต่างๆ รวมทั้งมาซื้อสกุลเงินบาทของไทย (เนื่องมาจากตลาดแนสแดกซ์พังทลาย อ่านรายละเอียดในวิกฤตเศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกา) ทำให้ไทยสามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมดก่อนกำหนดในปี 2003

05
ราคาทองคำ ราคาน้ำมันสูงขึ้นหลังการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ เหตุเพราะค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย หรือมีค่าเล็กลง จึงต้องใช้เงินเหรียญสหรัฐมากขึ้นในการซื้อสินค้าและบริการในปริมาณที่เท่าเดิม จึงเห็นว่าทองคำ น้ำมัน หรือสินค้าและบริการต่างๆ ราคาสูงขึ้น

06
ราคายาง ราคาสินค้าเกษตรต่างๆล้วนสูงขึ้น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าไฟ ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล อุปกรณ์ ยานยนต์ การเดินทาง ค่าขนส่ง ฯลฯ ราคาสูงขึ้น สูงขึ้นทั้งในประเทศไทย และประเทศต่างๆทั่วโลก

ทำให้ต้นการผลิต ทุนความเป็นอยู่สูงขึ้น หรือเงินเฟ้อสูงขึ้น หรือค่าครองชีพสูงขึ้น

07
ราคาหุ้นทั่วโลกสูงขึ้นหลังการพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ และค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2000 เงินไหลออกจากอเมริกามาซื้อหุ้นประเทศต่างๆทั่วโลก

แล้วตลาดหุ้นโลกก็พังทลายลงในปี 2008 เรียกกันว่าเป็น Hamburger crisis

เป็นการสวมรอยปั่นหุ้นทั้งโลก ความเสียหายเกิดขึ้นทั่วทั้งโลก เป็นวิกฤติเศรษฐกิจโลก 

08
ปี 2000-2007 ตลาดหุ้นสูงขึ้นทุกภูมิภาค แล้วก็พังทลายลงในปี 2008 เรียกกันว่าเป็น Hamburger crisis ตลาดหุ้นภูมิภาคยุโรปตกลงแรงที่สุดในโลก ตกลง 71 เปอร์เซ็นต์

09
ปี 2008 ตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นรัฐเซียก็ตกลงแรงเช่นเดียวกัน เกิดความเสียหายเช่นกัน แต่ยังไม่แสดงผลเสียหายออกมาเท่านั้น

ที่พบว่าตลาดหุ้นจีนเพิ่งขึ้นเมื่อกลางปี 2005 เนื่องจากประเทศจีนมีการผูกค่าเงินไว้ (fixed) มีการไล่ซื้อเงินหยวนก่อน เงินหยวนพ่ายแพ้ในปี 2005 คือแข็งค่าขึ้นเมื่อกลางปี 2005 จึงมีการมาไล่ซื้อหุ้นในประเทศจีนเมื่อกลางปี 2005 ต่อ จะเห็นว่าช่วงเวลาแค่ 2 ปีกว่า ตลาดหุ้นจีนพุ่งขึ้นแรงมาก

หากไม่มีปัญหาการต่อสู้เรื่องค่าเงินหยวน ตลาดหู้นจีนน่าจะสูงขึ้นตั้งแต่ปี 2001-2003 แล้ว (ตามเส้นไข่ปลาที่แสดงไว้)

10
ปี 2008 แสดงให้เห็นถึงการพังทลายของตลาดหุ้นกรีซและตลาดหุ้นอิตาลี ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรง เงินไหลออกจากจากยุโรป ไหลออกจากกรีซ ไหลออกจากอิตาลี ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย ภาคการผลิดและบริการล้มลง เกิดหนี้เสียท่วมระบบ คนตกงานมาก ฯลฯ (เป็นไปตามกลไกที่เสนอไว้ในภาพที่ 16)

ความเสียหายเกิดขึ้นชัดเจนหลังการพังทลายของตลาดหุ้น ปัญหาทางการเมืองและทางสังคมของอิตาลี ทำให้ปัญหารุนแรงมากขึ้นไปอีก ต้องเข้ารับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ

ตลาดหุ้นในยุโรปมี 39 ประเทศ
ตลาดหุ้นหลายประเทศตกแรง เสียหายจนต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจาก EC และ IMF เช่นกัน แต่เป็นประเทศขนาดเล็ก ข่าวความเสียหายจึงเล็กด้วย ประเทศที่ตั้งขึ้นหลังการล่มสลายของสาธารณะรัฐโซเวียตรุสเซีย พากันตั้งตลาดหุ้น คิดว่าจะทำให้ประเทศมั่งคั่งขึ้น ก็ล้มพับกันเป็นส่วนใหญ่

ประเทศที่ตลาดหุ้นตกมากที่สุดระหว่างปี 2007-2008-2009 5 อันดับ
Iceland -97.65 เปอร์เซ็นต์
Norway -88.21 เปอร์เซ็นต์
Bulgaria -86.68 เปอร์เซ็นต์ 
Ukrain -83.52 เปอร์เซ็นต์
Romaia -82.52 เปอร์เซ็นต์

ประเทศที่ตลาดหุ้นตกน้อยที่สุดระหว่างปี 2007-2008-2009 5 อันดับ
Portugal -56.83 เปอร์เซ็นต์
Sweden -56.73 เปอร์เซ็นต์
Swiss -54.81 เปอร์เซ็นต์
Germany -54.77 เปอร์เซ็นต์
England -46.14 เปอร์เซ็นต์

รายละเอียดการล่มเศรษฐกิจประชาคมยุโรปและยุโรป: http://bit.ly/pBa4oZ

ความเสียหาย

11
ความเสียหายของประเทศไทย

หนี้เสียหลังการพังทลายของตลาดหุ้นไทยปี 2537 จำนวน 1.392 ล้านล้านบาท

(ไม่รวมหนี้เสียของธนาคารขนาดใหญ่ BBL KBANK และ SCB แสดงว่าหนี้เสียจริงมีมากกว่านี้)

12 ปีที่ผ่านมาใช้หนี้และจ่ายดอกเบี้ยไปบางส่วน ยังคงมีหนี้เหลืออยู่ 1.14 ล้านล้านบาท มีสินทรัพย์อยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท คาดว่าหนี้ที่เหลือจะต้องใช้เวลา 45 ปี จึงจะชดใช้ได้หมด

12
ธนาคารเอกชนของไทยทุกวันนี้เหลือเป็นของคนไทยน้อยแล้ว ธนาคารกรุงเทพ เหลือเป็นของคนไทย 10.39 เปอร์เซ็นต์ ธนาคารกสิการไทย เหลือเป็นของคนไทย 1.37 เปอร์เซ็นต์

13
ความเสียหายของประเทศสหรัฐอเมริกา
หนี้เสียหลังการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ในปี 2000 เพิ่มเร็วมาก ล่าสุดต้องเพิ่มเพดานหนี้อีก 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ได้ถึงปี 2012 เท่านั้น

14
อเมริกาหมดปัญญา ต้องพิมพ์เงินออกมาใช้แล้วถึง 2 ครั้ง QE1 จำนวน 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ QE2 0.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คนอเมริกันตกงานกันมาก ต้องออกกฎหมายเพิ่มเงินมาใช้กระตุ้นการจ้างงานอีก 0.447 พันล้านเหรียญสหรัฐ

รวมการเพิ่มเพดานหนี้ และการพิมพ์เงินเพิ่ม 2.4 + 1.7 + 0.6 = 4.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อรวมเงินจาก American Jobs Act จะมียอดรวมเป็น 5.147 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เป็นการแก้ที่ปลายเหตุของปัญหา 

เมื่อไม่แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา ก็มองไม่เห็นทางว่าอเมริกาจะยุติปัญหาของประเทศตนเองได้อย่างไร แล้วมันก็กระทบกับทุกประเทศด้วย และที่สำคัญประเทศต่างๆก็ประสบปัญหาที่มีต้นเหตุมาจากเรื่องเดียวกันอีก ยิ่งซ้ำเติมกันและกันหนักขึ้นไปอีก เราสร้างตลาดหุ้นมาให้เป็นของเล่นของ Hedge Fund ทำให้เขาปั่นโลกได้ง่ายดาย และกลายเป็นเจ้าของสินทรัพย์ของทั่วโลก 

15
สภาพคล่องที่เสียหายรุนแรง หลังการพังทลายของตลาดหุ้น ทำให้ภาคธุรกิจพังทลาย และเกิดหนี้เสียสูง เป็นหนี้ที่เกิดอย่างผิดปกติ ไม่ว่าไทย กรีซ และอิตาลี
กรีซมีหนี้สูง 1.96 เท่าจีดีพี อิตาลีหนี้สูง 1.43 เท่าจีดีพี

หากประเทศไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ อัตราส่วนหนี้ต่อจีดีพีก็จะสูงเท่าหรือสูงกว่ากรีซ อิตาลีได้

16
สรุปกลไกที่เกิดจากการพังทลายของตลาดหุ้นนี้

เกิดที่ประเทศใด เกิดที่ภูมิภาคใด หรือทั้งโลก ก็เป็นแบบเดียวกัน
ไม่มีการทำลายทรัพยากรใดจะรุนแรงเท่าการพังทลายของตลาดหุ้น

17
ไม่ต้องถามหมอดู
ดูจากข้อมูลนี้ ก็ทราบว่าเงินท่วมโลก ซึ่งขณะเดียวกันหนี้ก็ท่วมโลกเช่นกัน เงินที่ท่วมโลกเป็นของบรรดา Hedge Fund ที่ฝากไว้ตามธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ส่วนหนี้ที่ท่วมโลกเป็นของเอกชน และเป็นของประชาชนของประเทศต่าง (หนี้สาธารณะ) เงินเฟ้อโลกจะสูงขึ้นตลอดเวลา เงินท่วมโลก แต่โลกยากจนลง

18
โลกทุกวันนี้ไม่ต่างกับสิงห์โตติดแร้วนายพราน หากยังดันทุรังเป็นอยู่แบบเดิมๆ ก็จะเดินหน้าเสื่อมต่อไปเรื่อยๆ เดือดร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเสียหายจากสึนามิ หรือแผ่นดินไหวยังมีวันที่ยุติ แต่ความเสียหายจากกิเลสและอวิชชาของคน เสื่อมต่อเนื่องแบบไม่มีวันยุติ

.


FMTV บันทึกรายการบรรยาย-เสวนา

.

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
........................................
http://twitter.com/indexthai2
indexthai2@gmail.com
"Google+" or "facebook" > Suthipong Prachayapruit
รายการ "โลกของทุน" FMTV ทุกวันพฤหัสบดี หลังเที่ยง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

สรุปใช้ได้เลยครับ ตอนนี้วิธีที่ดีที่สุดก้คือ เน้นระบบกระแสเงินสดครับ ใครไม่ทำงานก็ไม่มีเงินสดในกระเป๋า ต้องระบบนี้แหละครับจึงจะแก้ได้ มัวห่วงตัวเลข สุดท้ายตายกันทั้งระบบ ประเทสไทยมีคนที่ไม่เกี่ยวกับธนาคารเยอะนะครับ ขาย แลกเปลี่ยนเงินสด เช้คไม่ได้ว่ารายได้เท่าไหร่ รายรับเท่าไหร่ เพราะขายไปรับมา ซื้อไป เช้คตัวเลขแน่นอนไม่ได้ ถ้าจะนับกันจริง ๆ นี่แหละครับทางออก อย่าไปผูกกับระบบ
ให้มาก เน้นที่เงินสดให้มาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 09/01/2012 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

ขอบคุณครับ สวัสดีปีใหม่ 2555 ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน