*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 531247
  • จำนวนผู้โหวต : 315
  • ส่ง msg :
  • โหวต 315 คน
<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 2686 , 23:27:55 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

.

      หากไม่รวมอบายมุขและคอร์รัปชันท่วมประเทศ ประเทศไทยมีเรื่องที่ท่วมประเทศถึง 4 เรื่อง

1) น้ำท่วมประเทศ
น้ำท่วมประเทศไทยทุกปี รัฐบาลไหนมา น้ำก็ท่วม รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยิ่งน้ำท่วมหนัก และกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง และเสียหายถึงนิคมอุตสาหกรรม แต่น้ำไม่เคยท่วมทีเดียว 77 จังหวัด ท่วมอย่างมากประมาณ 30-40 จังหวัด ระยะเวลาในการท่วม 2-3 เดือน จากนั้นน้ำก็ลดลง

 
2) เงินท่วมประเทศ
คงจำกันได้ วันที่ 19 ธันวาคม 2549 หลังรัฐประหาร 3 เดือนพอดี ทางการได้ออกมาตรการกันสำรอง 30% เงินทุนไหลเข้า ส่งผลให้ SET ตกทันที ในวันเดียวกว่า 100 จุด มูลค่าตลาดหุ้นเสียหายกว่า 8 แสนล้านบาท ต้องยกเลิกมาตรการดังกล่าวในวันรุ่งขึ้น วันที่ 19 ธันวาคม 2549 ทุนสำรองสุทธิของประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 74,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าช่วงก่อนเข้า IMF เมื่อกลางปี 2540 เสียอีก ช่วงนั้นทุนสำรองอยู่ที่ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แสดงว่าเงินท่วมประเทศไทย หรือสภาพคล่องท่วมประเทศ การออกมาตรการกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์เงินทุนไหลเข้าดังกล่าว ก็เพื่อไม่ต้องการให้เงินไหลเข้าไทยง่ายขึ้นและมากขึ้น แต่ล้มเหลว นั้นคือเรายังจัดการอะไรเรื่องเงินท่วมประเทศไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้

ข้อมูลวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ทุนสำรองสุทธิของประเทศ อยู่ที่ระดับ 209,740 ล้านเหรียญสหรัฐ แสดงว่าเงินท่วมประเทศหนักขึ้นไปอีก และแสดงว่า ตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2549 ถึงทุกวันนี้ เงินได้ท่วมประเทศอย่างต่อเนื่องย่างเข้าเป็นปีที่ 6 แล้ว http://yfrog.com/z/mmvtvp
      
3) เงินเฟ้อท่วมประเทศ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ค่ารถเมล์ 2-3 บาท ตอนนี้ 7-8 บาท ข้าวราดแกงจานละ 15-20 บาท ตอนนี้ 45-50 บาท
      
4) หนี้ท่วมประเทศ
4.1 โครงการ 4 เมษายน 2527
ช่วงเข้าไอเอ็มเอฟครั้งแรก คือโครงการที่ทางการเข้าไปควบกิจการไฟแนนซ์และเครดิตฟองซิเอร์ 25 แห่ง ทำให้ “เกิดหนี้” จากการเข้าไปรับผิดชอบเงินฝากประชาชน (ผู้เขียนไม่มีข้อมูลว่าเกิดหนี้เท่าใด) ทางการต้องใช้เวลาประมาณกว่า 10 ปี จึงชดใช้หนี้ดังกล่าวได้หมด
โครงการ 4 เมษายน 2527 เป็นที่มาของการตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (Financial Institutions Development Fund FIDF) 2528 
ปรัชญาหลักของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯคือ จะให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องแก่สถาบันการเงินเมื่อสถาบันการเงินขาดสภาพคล่อง เพื่ออนาคตจะไม่ทำให้สถาบันการเงินล้มลงอีก 

4.2 โครงการ 14 สิงหาคม 2541 เป็นช่วงที่ประเทศไทยต้องเข้าไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2 ได้มีการปิดถาวรไฟแนนซ์และสถาบันการเงิน 56 แห่ง ทำให้ “เกิดหนี้” ท่วมกองทุนเพื่อการฟื้นฟู 1.392 ล้านล้านบาท
ระยะเวลา 12 ปี จากปี 2541-2553 ธปท.ชำระหนี้ได้ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท หรือปีละประมาณ 20,000 ล้านบาท ใช้หนี้ไปแล้ว 0.252 ล้านล้านบาท ทำให้มีหนี้คงค้างเหลืออยู่ 1.14 ล้านล้านบาท กระทรวงการคลังชำระดอกเบี้ยได้เป็นเงินประมาณ 6.04 แสนล้านบาท หรือปีละประมาณ 50,000 ล้านบาท
หากโอนหนี้มาให้ธปท.จัดการทั้งหมด ธปท.ก็จะต้องรับภาระชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรวมปีละประมาณ 70,000 ล้านบาท 

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูมีสินทรัพย์รวมกันประมาณ 2 แสนล้านบาท ไม่มีรายงานว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ตนมีอยู่มาช่วยในการชำระหนี้

จากข่าวที่เกี่ยวข้อง จะให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝาก จากธนาคารเอกชน ธนาคารรัฐ รวมทั้งหุ้นกู้ และตั๋วบีอี ในอัตรา 0.47 เปอร์เซ็นต์ โดย 0.01 เปอร์เซ็นต์จะให้เป็นของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยคาดว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูจะมีรายได้ประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี ดูแล้วก็ไม่น่าจะพอใช้หนี้อยู่ดี

แสดงว่าสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่เคยเก็บค่าธรรมเนียมเงินฝาก 0.4 เปอร์เซ็นต์จากธนาคารเอกชนต่อเนื่องมา 4 ปีติดต่อกัน ก็จะยุติลง ทำให้สงสัยว่าสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะมีทุนที่ไหนไปคุ้มครองเงินฝากของประชาชน

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูที่ตั้งขึ้นมา เพื่อช่วยแก้ปัญหาตลาดเงิน นอกจากจะแก้ปัญหาตลาดเงินไม่ได้แล้ว ยังก่อปัญหาให้ตัวเอง และช่วยตัวเองไม่ได้ กลับเป็นว่าตลาดเงินต้องมาช่วยแก้ปัญหาให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูอีก สู้ไม่มีแต่แรกเลยจะดีกว่า

ที่น่าแปลกใจกองทุนเพื่อการฟื้นฟูล้มเหลวทางวิสัยทัศน์-ปรัชญาแล้ว ยังตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ที่มีวิสัยทัศน์-ปรัชญาคล้ายกันขึ้นมาอีก แล้วประเทศจะแก้ปัญหาอย่างไร ค่าธรรมเนียมเงินฝาก 0.01 เปอร์เซ็นต์ที่จะให้เป็นของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ให้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อเลี้ยงดูกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสถาบันคุ้มครองเงินฝากเช่นนั้นหรือ ปิดกิจการสถาบันไปเลยจะดีกว่า
 
ดูเหมือนทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้มีความตั้งใจจะชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และหนี้สาธารณะอื่นๆ หากมีความตั้งใจชำระหนี้ หนี้เงินกู้ก็จะต้องลดลงมากกว่านี้ ซึ่งจะทำให้ประหยัดเงินที่ต้องชำระค่าดอกเบี้ยด้วย มีแต่รัฐบาลที่คิดจะกู้มากกว่าจะใช้หนี้เงินกู้ รัฐบาลไหนมาก็กระตุ้นความเจริญ กระตุ้นจีดีพี ทำให้เกิดปัญหาทางการเงินที่ยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม ไม่เพียงแต่หนี้จะท่วมประเทศอย่างเดียว เงินก็ท่วมประเทศด้วย ทำให้ประเทศตั้งอยู่บนความประมาท เงินที่ท่วมประเทศอย่างผิดปกติ ก็อาจจะเหือดแห้งอย่างผิดปกติได้

แท้จริงแล้วหนี้ที่เกิดขึ้นจากโครงการ 4 เมษายน 2527(มีมีข้อมูล) และจากโครงการ 14 สิงหาคม 2541 (1.392 ล้านล้านบาท) ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำไป ทางการไม่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ถึงต้นเหตุที่ทำให้สถาบันการเงินล้มลง แล้วก็คิดแก้แต่ปลายเหตุของปัญหาอย่างเดียว แสดงถึงความล้มเหลวของวิสัยทัศน์-ปรัชญาของการตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟู จะเห็นว่าสถาบันการเงินล้ม “ซ้ำรอย” หลังการตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูอีก

กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยควรรับผิดชอบร่วมกัน กระทรวงการคลังมักอ้างตัวเลขตามกฎหมายที่กำหนดไว้ เช่น สามารถสร้างหนี้ได้ไม่เกิด 60 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แล้วมีอะไรที่เป็นไปตามตัวเลขที่กำหนดไว้บ้าง ยกตัวอย่างเช่นกำหนดว่าสถาบันการเงินของไทย จะต้องมีคนไทยถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ทุกวันนี้ ธนาคารกรุงเทพมีคนไทยถือหุ้น 10.39 เปอร์เซ็นต์ ธนาคารกสิกรไทยมีคนไทยถือหุ้นเพียง 1.37เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นว่าตัวเลขจะเป็นไปตามกฎหมายแต่อย่างใด http://yfrog.com/z/jyxtop 

 ประเทศไทยน่าเป็นห่วง เพราะไม่ได้มีการแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา วิกฤตเศรษฐกิจก็อาจจะเกิดขึ้นอีก ค่าเงินอาจจะเสียหายอีก ภาพคล่องของระบบเสียหายอีก ก็จะทำให้สถาบันการเงินล้มลงอีก คนตกงานอีก หนี้เสียเกิดขึ้นอีก ทุกวันนี้ปริมาณเงินฝากมีมากกว่าเดิม ก็จะทำให้เกิดหนี้กองใหม่ที่กองโตกว่าเดิม โตกว่า 1.392 ล้านล้านบาท

ทางการโฆษณาให้ชาวบ้านทำมาหากินแบบพอเพียง แต่ทางการเองกลับหวังการลงทุนจากต่างประเทศ กระตุ้นการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เป็นเรื่องที่เกินความพอเพียง เราจะหาตำแหน่งงานโดยไม่พึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศไม่ได้หรืออย่างไร
      
อะไรอันตรายรุนแรงกว่ากัน ระหว่างน้ำท่วมบางพื้นที่ปีละ 2-4 เดือน กับ หนี้ท่วมกองทุนเพื่อการฟื้นฟูที่ท่วมประเทศอย่างต่อเนื่องมา 14 ปีแล้ว และยังจะท่วมต่อเนื่องไปอีก 30-40 ปี และไม่ทราบจะเกิดหนี้กองใหม่ขึ้นอีกเท่าใด น้ำท่วมบางพื้นที่ของประเทศไม่เคยทำให้ประเทศไทยเข้าไอเอ็มเอฟ แต่หนี้ท่วมประเทศเกิดจากความเบี่ยงเบนทางวิสัยทัศน์ ทำให้ประเทศไทยเข้าไอเอ็มเอฟมาแล้วถึง 2 ครั้ง

      
ที่คิดว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูจะช่วยแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องของระบบ ไม่ทำให้สถาบันการเงินล้มลงอีก ก็ล้มเหลว และเกิดหนี้ “ซ้ำรอย”โครงการ 4 เมษายน 2527 ขึ้นมาอีก การจัดการแก้ปัญหาวิกฤตที่ไม่ตรงทิศทาง คือคิดแก้แต่ปลายเหตุของปัญหา จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดี

สิ่งที่น่าห่วงคือ หนี้กองใหม่อาจจะเกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันกับหนี้ที่เกิดขึ้นกับหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟู ที่กองใหญ่กว่าเดิม หนี้กองเก่ายังใช้ไม่หมด ก็จะเกิดหนี้กองใหม่ขึ้นมาอีก ความวัวยังไม่หายความควายจะมาอีก และเป็นควายที่ตัวใหญ่กว่าเดิม
.

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
....................................
http://twitter.com/indexthai2
indexthai2@gmail.com
"Google+" or "facebook" : Suthipong Prachayapruit
เชิญพบกับรายการ "โลกของทุน" FMTV ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 12.30 น.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
indexthai วันที่ : 22/02/2012 เวลา : 19.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

ศาล รธน.ลงมติ 2 พ.ร.ก.กู้เงินไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กุมภาพันธ์ 2555 16:14 น.

ตุลาการศาล รธน.มีมติเป็นเอกฉันท์ การออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ของรัฐบาลไม่ขัด รธน. มาตรา 184 วรรค 1 และ วรรค 2 ส่วน พ.ร.ก.เงินกู้ช่วยกองทุนฟื้นฟูฯ มีมติ 7 ต่อ 2 ไม่ขัด รธน.เช่นกัน

เมื่อเวลา 14.00 น.คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 เป็นกรณีเร่งด่วนและเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่า การออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 ของรัฐบาลเป็นเรื่องเร่งด่วน และมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรค 1 และ วรรค 2

ส่วน พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลัง กู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะต้องใช้ให้สอดคล้องกันกับ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 จึงมีมติ 7 ต่อ 2 เห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน และจำเป็น จึงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ 148 วรรค 1 และ วรรค 2

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000024184

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
indexthai วันที่ : 22/02/2012 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

Twiiter
มติศาลรธน.ที่มีต่อเรื่อง พรก. 2 ฉบับ #indexthaicomment
Commentsนี้ นำเสนอก่อนทราบการตัดสินของศาลรธน. #indexthaicomment
บทความสำคัญ ประกอบการลงมติต่อพรก. 2 ฉบับของของรัฐบาล ของศาล รธน. #indexthaicomment
หากศาล รธน. เห็นด้วยกับพรก. จะทำให้กระทบความเชื่อมั่นของประเทศ #indexthaicomment
หากศาล รธน. ไม่เห็นด้วยกับพรก. จะทำให้กระทบความเชื่อมั่นของประเทศ เช่นเดียวกัน ..แต่ #indexthaicomment
..แต่ หากรู้ทางออก ก็จะสามารถลดการกระทบความเชื่อมั่นได้ #indexthaicomment
.
22/2/2555
.
ตัวอย่าง พรบ.ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการแก้ปัญหาที่เร่งด่วน #indexthaicomment
ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาปีที่แล้ว 2011 คือการขอ เพิ่มเพดานเงินหนี้กู้ #indexthaicomment
เพราะหากไม่ให้เพิ่มเพดานเงินกู้ ก็จะไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ จะทำให้ขาดความเชื่อมั่นต่อประเทศสหรัฐ #indexthaicomment
ทางวุฒิสภาจึงยอมให้รัฐบาลเพิ่มเพดานเงินหนี้กู้ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ http://yfrog.com/h20t2bj #indexthaicomment
.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน