• โสภนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : directlc@mahidol.ac.th
  • วันที่สร้าง : 2007-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 147797
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
indianstudies
ประชาสัมพันธ์หลักสูตร ให้ความรู้ในด้านเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับอินเดียศึกษาในประเทศไทย และทั่วโลก งานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับอินเดียศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ทางวิชาการและกิจกรรมต่างๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/indianstudies
วันอาทิตย์ ที่ 13 ธันวาคม 2552
Posted by โสภนา , ผู้อ่าน : 1101 , 02:49:01 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีสิกขิม (3)

ทำความรู้จักรัฐสิกขิม

                                       http://moinansari.files.wordpress.com/2009/08/sikkim_map.jpg

สิกขิม (Sikkim) เป็นดินแดนปิดที่อิงแอบอยู่กับเทือกเขาหิมาลัย มีรูปร่างคล้ายนิ้วหัวแม่มือที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาทั้งทางภาคเหนือ ตะวันออก และตะวันตก ทิศตะวันตกติดเนปาล ทิศเหนือติดจีน และทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดภูฏาน  สิกขิมมี 5 ฤดู คือฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และฤดูมรสุมในเดือนมิถุนายน-กันยายน อุณหภูมิเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส แต่ทางภาคเหนือที่ติดหิมาลัยอุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส  สิกขิมแบ่งเป็น 4 อำเภอ ได้แก่ สิกขิมตะวันออก สิกขิมตะวันตก สิกขิมเหนือ และสิกขิมใต้ ที่นี่มีกองทัพอินเดียอยู่เป็นจำนวนมากเพราะเป็นเมืองชายแดนที่มีความอ่อนไหวมาก  กังต็อกเป็นเป็นหลวงของรัฐ และของเขตสิกขิมตะวันออก เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการผลิตพืชผลการเกษตร รัฐพัฒนาการท่องเที่ยวรวมถึงเปิดบ่อนคาสิโนเมื่อปี 2009 ปี 2011 คาดว่าสนามบินที่สิกขิมจะเสร็จ ขณะนี้มีบริการรับส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์วันละครั้งไปที่บักโดกรา ใช้เวลา 30 นาที (ถ้าอากาศปิดก็บินไม่ได้)

     ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเนปาลที่อพยพเข้ามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ส่วนชนพื้นเมืองสิกขิมคือ บูเตียส (Bhutias) ที่อพยพจากทิเบตเข้ามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14    และกลุ่มเลบชา (Lepcha)  ซึ่งเชื่อว่าอพยพมาจากตะวันออกไกล

      ฮินดูเป็นศาสนาหลัก ตามด้วยพุทธศาสนาแบบทิเบต ศาสนาอิสลาม

และเชน นอกจากนี้ชาวเลบชาจำนวนมากนับถือศาสนาคริสต์

        ภาษาเนปาลีเป็นภาษากลางของชาวสิกขิม ภาษาบูเตียและเลบชาใช้กัน

ทั่วไป รวมถึงอังกฤษและฮินดี

     สิกขิมเป็นรัฐที่มีประชากรน้อยที่สุดประมาณ 540,000 คนเศษ 

                     (http://en.wikipedia.org/wiki/Sikkim)

                                 ------- 

 

          วันนี้ตื่นตั้งแต่ตี 3 เตรียมการนำเสนองาน เสร็จแล้วเตรียมไปทานอาหารเช้าเวลา 7.30 น. พวกเรามาไล่เลี่ยกัน ประเดิมเป็นกลุ่มแรก อาหารมีทั้งอินเดีย และฝรั่ง พวกเราก็ลองโน่น ชิมนี่ เลือกนั่งใกล้หน้าต่างกระจกเพื่อชมวิว เป็นทิวเขาซ้อนๆ กันหลายลูกเขียวขจี มีบ้านเรือนแทรกๆ ประดับภูเขาอยู่

        8.30 น. เจ้าภาพส่งรถมารับพร้อมเจ้าหน้าที่ เช้ามาดิฉันพบเลขานุการเอกฯ ซึ่งมาถึงเมื่อคืนพร้อมท่านทูต เราไปพร้อมกัน ท่านทูตไปทีหลัง สถานที่จัดสัมมนาอยู่ที่เมืองกังต็อก ต้องขึ้นเขาไปอีก ตลอดทางเป็นทางขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ถนนไม่กว้างมาก แต่ลาดยางเรียบ มีบ้านตามไหล่เขาส่วนใหญ่เป็นตึกสูง 5-6 ชั้น ความจริงทางการกำหนดให้สูงไม่เกิน 5 ชั้นเพื่อความปลอดภัยในกรณีแผ่นดินไหว แต่ก็มีคนฝ่าฝืนสร้างตึกสูง 6-7 ชั้น ผู้คนอาศัยกันอยู่ในแฟลตที่เป็นตึกดังกล่าว หน้าตึกเป็นทางเดินเท้าที่ลาดซีเมนต์ให้คนเดินได้สะดวกต่อเนื่องกันไปตลอด  สิกขิมสะอาดมากกว่าเมืองอื่นๆ ของอินเดีย ตอนเช้าๆ มีรถรามากพอควร ฝนปรอยๆ ตลอดทาง จนไปถึงห้องประชุมศาลาว่าการของรัฐ ห้องประชุมใหญ่โตโอ่โถงมากเหมือนที่ประชุมรัฐสภา เจ้าภาพยืนรอรับหน้าห้องกันเต็มไปหมด ผู้หญิงแต่งชุดประจำรัฐคล้ายนุ่งผ้าถุง และเสื้อตัวสั้น เข้ามาในห้องมีอุปกรณ์โสตพร้อม ผู้พูดทุกคนขึ้นนั่งบนเวทีที่มีป้ายชื่อวางไว้แล้ว ส่วนที่นั่งด้านล่างก็มีป้ายชื่อระบุไว้ว่าใครนั่งที่ใดบ้าง พวกเราเตรียม load power point  เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ละที่นั่งของผู้พูดมีแฟ้มเอกสารวางไว้ให้คนละชุดแล้ว

        9.30 น. ท่านทูตไทยเดินทางมาถึง เจ้าภาพคล้องผ้าไหมสีขาวให้ท่านแทนพวงมาลัย รวมถึงคล้องให้ผู้พูดชาวไทยทุกคน เจ้าภาพกล่าวต้อนรับก่อน ท่านทูตกล่าวตอบ ในห้องประชุมมีผู้ฟังเกือบเต็มห้องคาดว่าไม่น้อยกว่า 300 คน ก่อนที่จะเริ่มนำเสนองาน ฝ่ายไทยนำเสนอวีดีทัศน์กิจกรรมการพัฒนาของดอยตุงซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้ฟังมาก ดิฉันทราบมาว่าก่อนการสัมมนาที่นี่ ฝ่ายสิกขิมกลุ่มหนึ่งได้เดินทางไปดูงานที่เมืองไทยรวมทั้งดอยตุงด้วย ต่อจากนั้น ฝ่ายไทย 3 คนนำเสนอผลงานซึ่งมีผู้แทนจากโครงการหลวง จากกรมการพัฒนาชุมชนพูดเรื่อง OTOP และจากมหาวิทยาลัยมหิดลคือดิฉันพูดเรื่องวัฒนธรรมกับการพัฒนา ราว 11 น. ผู้ฟังเริ่มทยอยออกไปทานอาหารว่างเพราะไม่มีการพัก เมื่อฝ่ายไทยนำเสนอหมด ฝ่ายสิกขิมอีก 4 ท่านก็นำเสนอต่อ จนเลยบ่ายโมงกว่าจึงเสร็จการนำเสนองาน

        เจ้าภาพพาพวกเราไปทานข้าวกลางวันอีกห้องหนึ่ง มีอาหารอินเดียและสิกขิม ทานเสร็จถ่ายรูปหมู่กัน แล้วไปประชุมต่อ

        ตอนบ่ายย้ายไปห้องประชุมเล็ก เหลือผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังและพูดคุยประมาณ 50-60 คน ดิฉันทำหน้าที่เป็น MC คนเดียวเพราะเจ้าภาพฝ่ายสิกขิมที่จะทำหน้าที่นี้ด้วยกันไม่มา  ดิฉันเปิดโอกาสให้ผู้ฟังถามผู้พูดเมื่อเช้า มีคนสนใจถามเรื่อง OTOP พอสมควร และมีคำถามเกี่ยวกับการอนุรักษ์ภาษาที่ดิฉันพูดเมื่อเช้าด้วย ท่านทูตได้พูดถึงการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสิกขิมใน Buddhist circuit รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสิกขิมในด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม มีการพูดคุยซักถามกันจนถึงเวลา 16.00 น. ได้เวลายุติตามสัมมนาภาคบ่าย

        มีพิธีมอบของที่ระลึกให้ทั้งฝ่ายเจ้าภาพสิกขิมและผู้พูดจากฝ่ายไทยพร้อมทั้งถ่ายรูปหมู่ เสร็จแล้วแยกย้ายกันกลับที่พัก ค่ำนี้เวลา 19.30 น. เจ้าภาพเชิญทานอาหารค่ำที่โรงแรม Thalek พวกเรากลับที่พักเวลา 17.00 น. ฝนหยุดตกแล้ว พวกเราพักผ่อนตามอัธยาศัย

        ราวหนึ่งทุ่ม เจ้าภาพส่งรถมารับพาไปโรงแรมที่จัดเลี้ยงซึ่งอยู่ที่กังต๊อก ต้องนั่งรถขึ้นเขาไปอีกครั้ง โรงแรมผ่านย่านถนนคนเดินแต่คืนนี้ไม่เห็นคนเดินมากนัก รถผ่านไปได้ ไปถึงโรงแรมเจ้าภาพรออยู่เต็มแล้ว เราลงบันไดไปห้องอาหารชั้นล่าง พวกเรานั่งแยกๆ กัน คุยกับเจ้าภาพ มีออร์เดิร์ฟมาเสริ์ฟหลายอย่าง เช่น มันฝรั่งทอด ไก่ทันดูรี ปลาทอด เติมแล้วเติมอีกจนเกือบอิ่ม ราวสามทุ่ม อาหารค่ำจึงเริ่ม ดิฉันตาปรือเพราะตื่นเช้ามาก แต่ก็ต้องทานเพิ่ม ลุกไปตักอาหารบางอย่างมาทาน ใช้เวลาทานไม่นาน เจ้าภาพมอบของที่ระลึกให้ฝ่ายไทย ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน และอำลา

        กลับมาถึงโรงแรม ท่านทูตชวนคุยสักพักมีหนุ่มอินเดียหน้าเหมือนเชกูวาร่าโผล่มาสวัสดีท่านทูต แนะนำตัวว่าได้ไปเรียนทำอาหารไทยที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต มีร้านอาหารอยู่ที่โกลกัตตา วันนี้ขึ้นมาทำอาหารไทยที่นี่ เขาบอกว่าพรุ่งนี้จะทำอาหารไทยให้ทาน ดิฉันคิดว่าเขาพูดเล่น เสร็จแล้วเขาลาไปก่อน ท่านทูตยืนคุยกับพวกเราเรื่องความร่วมมือกับสิกขิมอีก และลาไปนอนกันเมื่อ 23 น. ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

___________

บอกกล่าว ข่าวแจ้ง

ด่วน!

ท่านที่สนใจหลักสูตรปริญญาโท สาขาวัฒนธรรมและการพัฒนา  เอกอินเดียศึกษา (Indian Studies) โปรดสมัครได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 โทร. 02-800-2308-14 ต่อ 3309 เข้าชม www.lc.mahidol.ac.th

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Dogstar วันที่ : 13/12/2009 เวลา : 02.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

อิจฉาจัง ถ่ายรูปสวยๆนำมาลงบ้างนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน