• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 624693
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันศุกร์ ที่ 25 มกราคม 2551
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 894 , 08:52:20 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


จากหลักฐานทางโบราณคดีและอื่นๆ เราเชื่อได้ว่าดนตรีชนิดแรกของมนุษย์นั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความเชื่อบางอย่างของมนุษย์ คนสร้างดนตรีขึ้นเพื่อติดต่อสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ เพื่อสื่อสารระหว่างกัน หรือแม้แต่เพื่อป้องกันภยันตรายจากสัตว์ร้าย ดนตรีมีเป้าหมายเสมอมาและมักจะเกี่ยวพันอยู่กับเรื่องของศรัทธาและความเชื่อตลอด การศึกษาดนตรีในปัจจุบันถูกครอบงำด้วยมายาคติวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ และถูกสร้างระบบการเรียนการสอนที่เป็นเสมือนวิชาอื่นๆ ทั้งๆ ที่ดนตรีหรือศิลปะอื่นๆ นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะวัดผลแสดงค่าได้ในเชิงวิทยาศาสตร์แบบนั้น ค่านิยมว่าด้วยการใช้เหตุผลมีอำนาจครอบงำการศึกษาศิลปะนับแต่ยุคเรืองปัญญา (Enlightenment) ในยุโรปเป็นต้นมาซึ่งส่งผลสืบเนื่องต่อมายาวนาน และการตั้งคำถามถึงสถาบันและการสร้างมาตรฐานของสถาบันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานแล้วดังที่พบได้ในงานเขียนของเลียฟ ตอลสตอยเป็นต้น

การประกวดประชัน การวัดคุณค่าของดนตรีเสมือนกับว่ามันสามารถชั่งตวงวัดได้นั้นเป็นแนวคิดที่น่าสงสัย มันอาจมีเรื่องบางเรื่องเช่นเทคนิคบางอย่าง หรือทักษะการใช้กล้ามเนื้อที่วัดได้จริงว่าใครแม่นกว่าใคร ใครแข็งแรงกว่าใคร แต่จิตวิญญาณและอารมณ์ความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่วัดได้จริงหรือ เราจะบอกได้หรือว่าดวงวิญญาณหนึ่งมีคุณค่ามากกว่าดวงวิญญาณหนึ่ง ?

การแข่งขันเอาเป็นเอาตายอาจไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของการเล่นดนตรีก็ได้มิใช่หรือ ? ก็จะมีประโยชน์อะไรเล่ากับการได้แสดงอัตตาตัวตนว่าอาตมานี้เป็นที่หนึ่งในโลก ความเก่งกาจนั้นจะมีประโยชน์อะไรเล่ากับการเพียงได้แสดงตัวตนกับโลก ที่จริงแล้วถ้าต้องการจะเป็นหนึ่ง ก็ควรจะถามตัวเองก่อนว่าเราจะเป็นที่หนึ่งไปทำไม ?

ก็ดนตรีนั้นมีไว้เพื่อสลายอัตตาของเรามิใช่หรือ ในพิธีกรรมต่างๆ ดนตรีเป็นสิ่งที่หลอมละลายตัวตนของแต่ละบุคคล เข้าผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อเกิดความเป็นหนึ่งเดียว ภาษาของดนตรีมีไว้เพื่อทำลายความขัดแย้ง มีไว้เพื่อรวมฝูงชนเข้าด้วยกัน มันเป็นสิ่งที่สร้างความเป็นหนึ่งเดียวทางวัฒนธรรมขึ้นมา แม้ว่าบางครั้งผู้ที่เล่นดนตรีได้จะต้องมีสถานะพิเศษ เช่นเป็นชนชั้นหัวหน้าเผ่า แต่สุดท้ายเสียงที่สร้างนั้นเป็นไปเพื่อเชื่อมโยงทุกคนเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน เชื่อมโยงไปถึงผี ผูกพันธ์กันไปถึงเทวดา

ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมแบบในโลกปัจจุบันศิลปะและดนตรีเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง จนบางครั้งตกไปเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนหรือกลุ่มอำนาจต่างๆ ในการสร้างความขัดแย้งกัน สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก การตระหนักถึงจุดหมายที่แท้จริงของดนตรีจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องรู้ตัวตลอดว่าดนตรีถูกช่วงใช้ไปเพื่อผลประโยชน์ของใคร ไม่ตกเป็นเครื่องมือในการมอมเมาประชาชนและวิเคราะห์วิจารณ์สถานะของตนเองอย่างมีสติ และถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จในการเป็นนักดนตรี เราก็ควรจะถามตัวเองอย่างที่กล่าวมาเมื่อครู่ก่อนว่า ความสำเร็จนั้นเป็นไปเพื่ออะไรหรือ ? ความเก่งกาจของเราจะมีประโยชน์อะไรหรือถ้าไม่ได้สร้างความเข้าใจในกันและกันให้กับผู้คน หรือเราต้องการให้งานของเราเป็นเหมือนกับเพลงปลุกใจที่ทำหน้าที่รับใช้เผด็จการชาตินิยมในบางสมัย ที่ทำให้บ้านเมืองของเราเกิดอาการบ้าคลั่งหลงใหลความเป็นชาติไทยกันอย่างไม่ลืมหูลืมตาอย่างทุกวันนี้เล่า ? หน้าที่ของนักดนตรีไม่ได้มีเพียงการฝึกซ้อมเท่านั้น แต่เรามีหน้าที่เรียนรู้โลก เรียนรู้ชีวิต วิถีความเป็นไปของบรรพชนเพื่อความเข้าใจรากเหง้าตัวตนของเราอย่างถึงแก่น เพื่อยกระดับจิตใจของตนเอง ขัดเกลาความเป็นคน

เพราะดนตรีจะงดงามได้ก็ต่อเมื่อผู้สร้างสรรค์มันขึ้นมานั้นมีจิตใจที่งดงามอยู่ก่อนแล้ว

คนไทยมักดูถูกตนเองและยกย่องฝรั่ง เราสยบยอมให้กับภาษาฝรั่งอย่างราบคาบ พูดอังกฤษงูๆ ปลาๆ ตัวสั่นงันงกและไม่รู้จะโต้เถียงกับฝรั่งได้อย่างเท่าเทียมได้อย่างไร เขาว่าอะไรมาเราก็ได้แต่เชื่อตามจนหมดสิ้นปัญญาจะคิดวิพากษ์วิจารณ์ นั่นคือประเด็นเรื่องอำนาจของภาษา ภาษาเป็นเครื่องมือที่ชนชั้นหนึ่งใช้ธำรงอำนาจของตน เช่นราชาศัพท์ภาษาเจ้านั้นทำเอาคนธรรมดาประหม่าและตื่นกลัว เพราะว่าพูดไม่เป็น เพ็ดทูลไม่คล่อง ภาษาบาลีก็ธำรงอำนาจของพระ เป็นเครื่องหมายแห่งความศักดิ์สิทธิ์ เหมือนภาษาลาตินก็เช่นกัน ภาษาที่เราใช้สื่อสารนั้นครอบงำและกดให้เราอยู่ใต้อำนาจที่มองไม่เห็น ภาษาดนตรีก็เหมือนกัน นักเรียนที่เรียนดนตรีตะวันตกควรเรียนรู้และหาวิธีที่จะไม่ถูกภาษาตะวันตกนี้เข้ากดครอบ ทำอย่างไรที่ตัวตนดั้งเดิมของเราจะเป็นแก่นให้เรายึดได้อย่างมั่นคง ไม่หลงละเมอไปกับกากปลอมๆ ที่กดทับหลอกเราให้สยบกลัว นักดนตรีจึงต้องค้นหารากเหง้าของเขาด้วย หน้าที่ของเขาไม่ใช่แค่เล่นดนตรี แต่จะต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของบรรพชนตนเองอย่างลึกซึ้งและทำความเข้าใจกับมันอย่างจริงจัง

การเรียนรู้สังคมโลกและมองความเป็นไปในปัจจุบันอย่างพินิจพิเคราะห์ก็เป็นเรื่องจำเป็น นักดนตรีควรจะมองสังคมรอบข้าง และเกิดอารมณ์ความรู้สึกไปกับทุกความอยุติธรรมที่พบเห็น ทุกวันเราพบเห็นเรื่องการกดขี่แรงงาน การกระทำการรุนแรงต่อกัน การโกหกหลอกลวง มารยาสาไถย เราพบเห็นสิ่งเหล่านี้จนเกือบจะเรียกได้ว่ามากเกินไป มากจนเราแทบจะชาชินกับมัน ความคุ้นชินนั้นเป็นเรื่องอันตราย ความชาชินกับความไม่ถูกต้องในสังคมเสมือนเชื้อโรคร้ายที่กัดกร่อนเข้าไปในจิตใจของเราและยากจะเยียวยาถ้าเราปล่อยให้มันอาศัยอยู่ในร่างกายของเรานานๆ

คนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันไม่มีใครไม่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างที่บิดเบี้ยวเช่นนี้ เราถึงได้มีดนตรีฮิปปี้ เพลงไซคีเดลิค พังค์ แทรช อะไรต่างๆ นานาพวกนี้ที่เริ่มเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ช่วงปี 1970 ดนตรีพวกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มันเป็นเสียงที่แสดงความโกรธเกรี้ยวของคนหนุ่มสาวที่มีต่อยุคสมัยของเขา !

ก็นั่นไม่ใช่หรือที่เป็นหน้าที่ของนักดนตรี มันคือการสร้างเสีียงที่จะบอกผู้คนรอบข้างว่าเราคิดอะไร มันคือการส่งเสียงตะโกนบอกคนรอบข้างว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรเป็น อะไรไม่ควรเป็น กล้าพูดกล้าทำโดยไม่คิดถึงเพียงแต่ผลประโยชน์ส่วนตน และการที่เราจะรู้ได้ว่าอะไรควรเป็นอะไรไม่ควรเป็นนั้นก็ต้องเกิดจากการเรียนรู้โลก และวิเคราะห์สังคมที่เราอยู่อย่างละเอียดรอบด้าน จะมีประโยชน์อะไรถ้าเราเพียงแต่แสดงอาการขบถด้วยการไว้ผมยาว ด้วยการเจาะจมูก ย้อมสีขน ไม่ใส่กางเกงใน โดยที่เราไม่รู้ว่าเราจะขบถไปเพื่ออะไร

ถ้าจะขบถ เราก็ต้องรู้ก่อนว่าเราจะทำไปทำไม เพื่ออะไร และศัตรูของเราอยู่ที่ไหน

ศัตรูของโลกก็คือระบบจอมปลอมที่สะกดผู้คนให้สยบยอมกับมัน สยบให้ผู้คนหลงใหลอยู่กับเงินทอง ชื่อเสียง สยบให้เรากลัวการยากจน ให้เรากลัวการสูญเสีย กลัวว่าเราจะต่ำต้อย กลัวว่าจะไม่เป็นคนสำคัญ ทำให้เราต้องดิ้นรนไขว่คว้าสิ่งของไร้ค่า ค้นหาชื่อเสียงปลอมๆ ไต่เต้าแข่งขันกันอย่างปราศจากจริยธรรม หลับตาไม่มองความทุกข์ของคนอื่นและสนใจอยู่แต่เรื่องของตัวเอง สิ่งเหล่านี้มิใช่หรือที่เป็นต้นเหตุของความวิบัตินานัปการของโลก โรคร้าย และความล่มจมทางนิเวศวิทยา ล้วนแล้วแต่มีที่มาจากระบบที่ฉ้อฉล และหลอกลวงให้เรายึดติดอยู่กับมายาแห่งความมั่งคั่ง

วิธีคิดของระบบเช่นนี้ต้องได้รับการตรวจสอบ นักดนตรีรุ่นเยาว์ต้องใช้ชีวิตอย่างรู้เท่าทันโลก ไม่งมงายในระบบที่ครอบงำ และตระหนักในคุณค่าของภูมิปัญญาแห่งบรรพชน วัยเด็กไม่ได้สิ้นสุดแค่ชั้น ม. หก ผู้ใหญ่บางคนยังคงเป็นเด็กอยู่จนแก่เฒ่า โง่เง่าไร้สติอยู่ในวังวนของอำนาจและชื่อเสียงเงินทอง นักดนตรีรุ่นเยาว์จักต้องก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยความมีสติและสำนึกในความรับผิดชอบของคนรุ่นใหม่ ด้วยจิตใจที่เบิกบานอ่อนเยาว์ พร้อมที่จะทลายกรอบโครงสร้างความคิดแบบเดิมๆ และรื้อระบบออกตรวจสอบอย่างจริงจัง

นั่นควรจะเป็นความหวังในอนาคตของนักดนตรีทุกคนท่ีใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ บนโลกใบนี้่
  




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

ขอบคุณ .. สำหรับบทความ

มีความสุขในวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์นะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]