• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 584946
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันเสาร์ ที่ 28 สิงหาคม 2553
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1117 , 15:40:43 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม 2553
คอลัมน์เวิ้งวิภาษ
อติภพ ภัทรเดชไพศาล

Rhythmic Uprising เป็นภาพยนตร์สารคดีที่กำกับโดย Benjamin Watkins นำเสนอกิจกรรมทางสังคมของกลุ่มคนผิวดำในบราซิล ซึ่งเป็นกลุ่มคนจำนวนมากที่ถูกกระทำย่ำยี ถูกเบียดบังออกจากพื้นที่และสวัสดิการทางสังคมมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี

คนผิวดำในบราซิลเหล่านี้คือกลุ่มคนที่แพร่กระจายเข้ามาพร้อมๆ กับกิจการค้าทาสของคนขาว และไม่เคยได้รับโอกาสทางสังคมอย่างเสมอภาคมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นในแง่การศึกษา สาธารณสุข หรืออื่นๆ กลุ่มคนเหล่านี้มีอัตลักษณ์ที่ติดตัวมาแต่อัฟริกา คนดำเหล่านี้กลุ่มหนึ่งเคยหลบหนีคนขาวออกไปตั้งเป็นนิคมของตนในบริเวณ Palmares ตั้งแต่ราวๆ ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17

ชุมชนแบบนี้ย่อมรักษาอัตลักษณ์ของชาวอัฟริกันไว้ได้มากกว่า ศาสนาของชาวอัฟริกัน-บราซิลนี้เรียกว่า Candomblé เป็นศาสนาที่นับถือผีบรรพบุรุษ

ปัจจุบันคนผิวดำเหล่านี้ในบริเวณ Bahia ได้รวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมทางสังคมขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ในละแวกบ้านเรือนที่ดูไม่ผิดไปจากสลัมหรือพื้นที่ชายขอบ มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนวิชากายกรรม โรงเรียนสอนศิลปะ capoeira ซึ่งเป็นการร่ายรำท่าทางการต่อสู้อย่างมีเอกลักษณ์

มีการจัดตั้งกลุ่มบรรเลงดนตรี โดยอาศัยกลองเป็นหลัก โดยผู้บรรเลงทั้งหมดเป็นผู้หญิงในช่วงสาวรุ่น โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่า Didá ซึ่งหมายความว่า “พลังในการให้กำเนิดหรือสร้างสรรค์” สื่อนัยยะไปถึงความสำคัญของเพศหญิงที่ให้กำเนิดชีวิต

นอกจากนั้นยังมีกลุ่มที่เรียนการแสดงละครในแบบของชุมชน โดยมักมีเนื้อหาเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ ตำนาน และบรรพชนของชาวอัฟริกัน

กิจกรรมเหล่านี้เชื่อมโยงชุมชนให้เป็นหนึ่งเดียว และหนุนให้คนรุ่นใหม่ได้มีความคิดที่ก้าวหน้า กล้าที่จะเรียกร้องสิทธิและความเสมอภาคผ่านศิลปะและดนตรี โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการปฏิวัติหรือปฏิบัติการที่ประกอบด้วยความรุนแรงอันใดทั้งสิ้น

ดนตรีเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในทางจิตใจและความเชื่อ ในแนวคิดแบบกรีกโบราณ พลาโตจึงตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของดนตรีชนิดต่างๆ นักปรัชญากรีกมักปฏิเสธดนตรีที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกที่ฟุ่มเฟือยว่าเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายต่อศีลธรรม (ที่ควรจะเป็นไปอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน และเน้นที่การควบคุมบังคับกิเลสตัณหา) ในกรณีของพลาโตนั้นยอมให้กับดนตรีประเภทที่ร้องคลอกับพิณเท่านั้นที่อาจยกเป็นของดี และสมควรแก่การรับฟัง

เพราะดนตรีสามารถโน้มนำผู้ฟังได้เช่นเดียวกับงานศิลปะอื่นๆ ความหมายของงานดนตรีและงานศิลปะจึงผูกติดอยู่กับเรื่องของการเมืองและความเชื่อมาตั้งแต่แรก ศิลปินเป็นบุคคลที่น่าสงสัย เพราะถ้าศิลปินเป็นมิจฉาทิษฐิ ผลงานที่ออกมาก็ย่อมโน้มนำผู้เสพไปในทางที่ผิดๆ ได้ ดังนั้นการควบคุมบังคับดนตรีและศิลปะให้อยู่ในกรอบของรัฐ จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับสังคมที่งดงามตามแนวคิดของชาวกรีก

ดังนั้นดนตรีจึงเป็นเรื่องของการต่อสู้เชิงอุดมการณ์ ดังจะเห็นได้จากกรณีของคนผิวดำในบราซิลในสารคดีเรื่องนี้ ที่อาศัยศิลปะและดนตรีเป็นเครื่องประกาศอัตลักษณ์ของตน แต่ในบางครั้งการสอนศิลปะเหล่านี้ในยุคสมัยที่แตกกันออกไป ย่อมหลีกหนีไปจากการผสมผสานและซึมซับสิ่งแปลกปลอมเข้าไว้อย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะการเรียนการสอนที่ค่อนข้างเป็นระบบ ย่อมยึดโยงอยู่กับระบบระเบียบแบบของตะวันตก

เห็นได้จากการตีกลองที่มีลักษณะเป็น pattern อย่างที่ดนตรีอัฟริกันดั้งเดิมไม่มี หรือมีแต่อาจซับซ้อนน้อยกว่ามาก ดนตรีพื้นบ้านชาติใดๆ ก็ตามมักไม่มีรูปแบบที่ตายตัว โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวร่างกายผู้คนจำนวนมากไปพร้อมๆ กับจังหวะเสียงกลองนั้น มองในแง่หนึ่งนี่คือการจัดระเบียบเสียงและร่างกายโดยทัศนะแบบทหารนิยมด้วยซ้ำ เพียงแต่เปลี่ยนจากการตบเท้าเป็นการเต้นรำเท่านั้นเอง

กรณีนี้เห็นได้ชัดจากคำพูดของครูฝึก capoeira ที่บอกว่าการเรียนของนักเรียนที่นี่คือการเรียนรู้ถึงการควบคุมบังคับ และรู้สึกถึงคุณค่าของระเบียบ (is to show these kids how good control feels, how good it feel to be in control) แต่ในอีกแง่หนึ่งการควบคุมบังคับนี้อาจหมายถึงการควบคุมบังคับตนเองเพื่อฝึกฝนจิตใจก็ได้ และการควบคุมจิตใจนี้ที่จริงก็เป็นรากฐานของการฝึกฝนแบบตะวันออกด้วย

การประกาศอัตลักษณ์นั้นเป็นเรื่องของการต่อรองอำนาจ ซึ่งมักเกิดกับการที่ชนกลุ่มน้อยถูกเบียดบังออกจากสังคม การประกาศศิลปะประจำชาติ การรื้อฟื้นประวัติศาสตร์ เป็นการบอกกับโลกถึงความมีตัวตนของตนเอง แต่ในขณะเดียวกัน การเรียนการสอนก็ยังต้องเป็นไปตามสถานการณ์และยุคสมัย ในโรงเรียน Didá จึงมีการเรียนการสอนทั้งวิชา capoeira ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน วิชาบัลเลต์ เพลงแร็ป และฮิปฮอปไปพร้อมๆ กัน (กรณีของวิชาบัลเลต์ซึ่งเป็นศิลปะของชนชั้นสูงตะวันตกนี้เห็นได้ว่าเป็นไปเพื่อการมีชีวิตอยู่อย่างเท่าทันรอบด้่าน)

ดนตรีอัฟริกันที่อาศัยกลองเป็นตัวขับเคลื่อนนั้นทรงพลังด้วยอำนาจของเสียง และยังผลักเคลื่อนผู้คนได้โดยง่าย เพราะจังหวะนั้นเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของร่างกายมนุษย์ (ชีพจร, ลมหายใจ เป็นต้น) จังหวะที่เร่งเร้าสร้างความเชื่อมั่นและปลุกเร้าให้เกิดความกล้าหาญที่จะต้อสู้กับความอยุติธรรมได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ดนตรีไทยแบบแผนที่ถือกันว่าเป็นไทยกลับดูเฉื่อยเนือยยืดเยื้อ ร้องเอื้อนกันจนชวนรำคาญ ไร้พลังในการปลุกเร้าผู้คนโดยสิ้นเชิง และดูเหมือนจะเหมาะกับการกล่อมนอนเพียงอย่างเดียวเท่านั้นในโลกปัจจุบัน

เพราะถือกันว่าดนตรีไทยแบบแผนต้องพับเพียบเรียบร้อย ก็เลยลืมนึกถึงเพลงดนตรีแบบชาวบ้าน ลืมนึกถึงปี่พาทย์ลิเก ลืมนึกถึงเพลงพื้นบ้านต่างๆ ที่ทรงพลังและคึกคัก บทเพลงนอกกระแสทางการเหล่านี้นี่เอง ที่อาจกลับกลายเป็นวัฒนธรรมของสามัญชนที่ทรงพลัง และจะประกาศอัตลักษณ์ต่อรองกับอำนาจรัฐได้ในที่สุด





ศิลปะการต่อสู้ capoeira ของคนดำในบราซิล




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]