• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 617025
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2554
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1402 , 14:33:07 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2554
อติภพ ภัทรเดชไพศาล

เมื่อเวลา 12,000 ปีที่แล้ว ข้อมูลจากนักธรณีวิทยาบอกว่าพื้นที่ๆ เป็นกรุงเทพมหานครในปัจจุบันนี้ล้วนแล้วแต่จมอยู่ใต้ทะเลอ่าวไทยทั้งสิ้น

ขอบเขตของทะเลอ่าวไทยในยุคนั้น กินพื้นที่เข้าไปถึงบริเวณจังหวัดลพบุรีทางทิศเหนือ

และเว้าเข้าไปถึงเมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีิ เมืองนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี และเพชรบุรีในทิศตะวันตก

ส่วนทิศตะวันออกถึงจังหวัดสระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และชลบุรี

ปากแม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำเจ้าพระยาในยุคนั้นจึงสั้นอยู่เพียงบริเวณจังหวัดนครสวรรค์และชัยนาท ไม่ใช่อยู่ที่สมุทรปราการอย่างที่เห็นทุกวันนี้ :




แผนที่แสดงแนวชายฝั่งทะเลของอ่าวไทยสมัยโบราณ เมื่อระหว่าง 6,000-3,000 ปีมาแล้ว (ดัดแปลงจาก Somboon Jarupongsakul, 1990, Geomorphology of the Chao Phraya Delta, Thailand, p. 63.)



หลายพันปีต่อมา เมื่อน้ำทะเลเริ่มแห้ง ส่งผลให้ชายฝั่งเริ่มขยายตัวออก และทำให้บริเวณกรุงเทพฯ ทุกวันนี้มีสภาพเป็นทะเลโคลน และกลายสภาพเป็นผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก ด้วยโคลนตมที่ทับถมกันนั้นมีสภาพเป็นปุ๋ยธรรมชาติชั้นดี

แต่ก็ต้องรอให้ผ่านไปอีกเป็นเวลานานทีเดียว จึงเริ่มมีการสร้างชุมชนหมู่บ้านขึ้นในบริเวณที่เป็นกรุงเทพฯ ทุกวันนี้ โดยชุมชนแรกสุดในกรุงเทพฯ สันนิษฐานว่าเพิ่งเกิดขึ้นในราว พ.ศ. 2000 นี้เอง

ดังนั้น ภูมิศาสตร์โดยทั่วไปของภาคกลางจึงมีลักษณะเป็นที่ราบต่ำ มีความสูงจากทะเลลดหลั่นกันลงมาจากบริเวณจังหวัดชัยนาทที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 18 เมตร ลาดลงมายังกรุงเทพฯ ที่มีความสูงเพียงราวๆ 2 เมตร

นอกจากนั้นพื้นที่โดยรวมของกรุงเทพฯ ยังมีลักษณะเป็นที่ราบค่อนข้างเสมอกันทั้งผืน ซึ่งทำให้น้ำที่จะออกสู่ทะเลนั้นเคลื่อนตัวได้ค่อนข้างช้า

พื้นที่จำนวนมากของกรุงเทพฯ จึงมีลักษณะเป็นทุ่งที่รองรับน้ำในฤดูน้ำหลากเป็นเรื่องปกติ ดังปรากฏอยู่ในนิยายเรื่อง แสนแสบ ของไม้ เมืองเดิม ในราวปี พ.ศ. 2480 ที่บรรยายสภาพของท้องทุ่งบริเวณคลองแสนแสบในช่วงฤดูน้ำหลากไว้ว่า

“กำลังจะย่างเข้าเดือน 12 น้ำเหนือที่หลากมาแต่หนองจอกเมืองมีนจึงขาวทุ่ง”

น้ำที่หลากทุ่งนี้แน่นอนว่าทำให้เกิดปัญหากับการสัญจรทางบก ดังนั้นเมื่อไอ้แผลง ตัวเอกของเรื่องต้องเดินทางไปซื้อควายที่หนองจอกก็ปรากฏว่าไอ้แผลงต้องทำการเดินสำรวจเส้นทางไว้ตั้งแต่ตอนขาไป เพื่อจะได้นำควายเดินกลับมาอย่างสะดวก เพราะว่า

“เป็นฤดูน้ำ หนทางบางแห่งเดินไม่ได้”

ถึงกระนั้นก็ยังทำให้ไอ้แผลงที่แต่แรกคิดว่าจะเดินทางไปกลับได้ในเวลาเพียงเดือนเดียว กลับต้องไปติดอยู่ที่หนองจอกเสียเป็นเวลาสามเดือน เพราะ 

“น้ำมากเกินการ ถึงเดินกลับไม่ได้”

ในปัจจุบันการสกัดกั้นไม่ให้น้ำเข้ากรุงเทพฯ จึงเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติ ยิ่งทุ่งต่างๆ ที่ปกติเคยใช้รับน้ำนั้นถูกนายทุนกว้านซื้อไปทำโรงงาน ทำบ้านจัดสรร ถูกรัฐสร้างถนนตัดผ่าน ยิ่งเป็นการสกัดเส้นทางการไหลของน้ำแต่ดั้งเดิม ส่งผลให้น้ำที่หลากลงมาต้องหยุดชะงักและท่วมขัง

การชลประทานที่ลงทุนสร้างขึ้นมาเป็นเขื่อนใหญ่ๆ จำนวนมากด้วยจำนวนเงินมหาศาล แสดงให้เห็นในคราวนี้เองว่าเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าและไม่สามารถจัดการกับน้ำได้จริง

แถมยังนำไปสู่ความสูญเสียของคนเล็กคนน้อยจำนวนมากในชนบทที่ต้องสังเวยชีวิตและที่ทำกินให้แก่เขื่อนใหญ่ๆ เหล่านี้ ถูกบังคับให้ต้องย้ายที่ทำมาหากิน ย้ายบ้าน โดยที่ไม่เคยได้รับผลตอบอย่างสมน้ำสมเนื้อมาตลอด

(นี่ยังไม่ต้องพูดถึงระบบนิเวศที่ถูกทำลายไปอย่างไม่มีวันซ่อมแซมแก้ไขกลับคืนให้เหมือนเดิมด้วยซ้ำ)

ภาพของชาว กทม. ที่มีน้ำใจช่วยบริจาคสิ่งของข้าวปลาอาหารต่างๆ ให้ผู้ประสบอุทกภัยรอบนอกนั้นอาจจะดูดี และพาให้คิดซาบซึ้งใจไปว่าคนไทยเรารักกัน

แต่ภาพที่ชาว กทม. พยายามต่อสู้กับธรรมชาติด้วยการปิดกั้นทางน้ำไม่ให้ไหลทะลักเข้ามาในเขตกรุงเทพฯ นั้นก็ช่างขัดแย้งกับความเป็นคนดีมีน้ำใจอย่างขาวเป็นดำ เพราะการกระทำเช่นนั้นก็คือการกักน้ำให้ท่วมขังแต่พื้นที่ของชาวบ้านที่อยู่นอกเขตกรุงเทพฯ และทำให้พื้นที่รอบนอกเหล่านั้นต้องเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีกนั่นเอง

คุณสมบัติของน้ำนั้นอ่อนหยุ่นและเลื่อนไหล กลายร่างเป็นอะไรก็ได้ตามภาชนะที่รองรับ

เพราะนุ่มนวลจึงแข็งกร้าว เพราะเบาบางจึงหนักแน่น

การจัดการกับภัยธรรมชาติที่แท้จริงนั้นไม่ใช่การที่เราจะมา “ต่อสู้” กับธรรมชาติ 

แต่ควรจะเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติอย่างถ่อมตน ปรับตัว และทำความเข้าใจที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติมากกว่า







แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]