• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 617735
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม 2554
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1063 , 21:49:54 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

คอลัมน์เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2554

อติภพ ภัทรเดชไพศาล


แฟรงค์ แซปปา (Frank Zappa) นักแต่งเพลงร่วมสมัยซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้กันดีในการแต่งเนื้อร้องเพลงร็อคของตัวว่า ชอบใช้้ข้อความที่จัดเป็นคำหยาบคาย และกล่าวถึงเรื่องน่าเกลียดไร้ศีลธรรมอย่างโจ่งแจ้งให้คำอธิบายต่อเรื่องนี้ว่า

“ถ้าใครสักคนอยากจะเป็นศิลปินที่แท้จริงที่ต้องการจะวิพากษ์วัฒนธรรมของสหรัฐฯ ในวันนี้ แล้วหลงไปทำงานเพลงชนิดที่ประณีต ลุ่มลึกด้วยความหมายแล้วล่ะก็ นั่นย่อมเป็นการเดินทางผิดโดยสิ้นเชิง เพราะประเทศนี้มันไม่ใช่ประเทศที่ประณีตลุ่มลึกอะไรเลย”

เนื้อเพลงที่ก้าวร้าวรุนแรง เปิดเผยด้านมืดและความเสื่อมศีลธรรมของมนุษย์ หรือแม้กระทั่งความประพฤติเสื่อมเสียศีลธรรมนั้นเอง จึงเป็นสิ่งที่ควรจะต้องดำรงอยู่ ไม่แต่เฉพาะสังคมอเมริกันเท่านั้น แต่ควรจะต้องดำรงอยู่ในทุกๆ สังคมด้วย

เพราะความเสื่อมศีลธรรมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ความมีหรือไม่มีศีลธรรมเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดขึ้นโดยสมาชิกส่วนใหญ่ของสังคมเท่านั้น และหลักเกณฑ์ในเรื่องเหล่านี้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปทุกยุคทุกสมัย สิ่งที่เราเห็นว่าผิดไปจากเกณฑ์มาตรฐานของสังคมนั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากสิ่งที่เข้ามาปะทะขัดแย้งกับกฎเกณฑ์แบบเก่า

และตามหลักสังคมศาสตร์แล้ว การปะทะขัดแย้งนี้เองที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้สังคมได้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ การผสมผสาน แลกเปลี่ยน ต่อรองกันระหว่างแนวคิดสองแบบ เป็นตัวขับเคลื่อนให้สังคมสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีพลวัต

การมีพลังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียวเป็นอำนาจหลักย่อมนำไปสู่ความล่มสลายของสังคมนั้น อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

การปิดกั้นเสียงส่วนน้อย (ที่มักถูกตราว่าเสื่อมศีลธรรมหรือน่ารังเกียจ) ด้วยการเซ็นเซอร์ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ จึงเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล และไม่มีทางประสบผลสำเร็จไปได้ในความเป็นจริง

ดูอย่างท่าเต้นโยกย้ายส่ายสะโพกของเอลวิสที่เคยถูกแบนทางโทรทัศน์เมื่อก่อนนั้น มาปัจจุบันนี้ก็กลับกลายเป็นท่วงท่าที่เป็นหลักสำคัญในการเต้นรำของนักร้องและวัยรุ่นทั่วไปในปัจจุบันอย่างเป็นปกติวิสัยไปแล้ว เป็นต้น

หรือถ้าเรามองในด้านตรงข้าม ก็จะพบว่าศีลธรรมแบบศากยวงศ์ ต้นตระกูลพระพุทธเจ้าที่ “พระกุมารทั้งหลายกลัวชาติระคนกัน จึงสมสู่กับภคิณีของตนเอง” (จากพุทธประวัติ ฉบับวิจารณ์ ของพุทธทาสภิกขุ) นั้นปัจจุบันก็ย่อมไม่จัดเป็นความถูกต้องอีกต่อไปและไม่สามารถดำรงอยู่ได้โดยสิ้นเชิง

แซปปาเองเคยเขียนงานวิพากษ์และประชดประชันกรณีการเซ็นเซอร์ของรัฐและระบบทุนนิยมอันเลวร้ายไว้อย่างเจ็บแสบ คือ rock opera ที่มีชื่อเรื่องว่า Joe’s Garage (ค.ศ. 1979 หรือ พ.ศ. 2522)


เรื่องย่อๆ ของ rock opera เรื่องนี้เป็นเรื่องของนักดนตรีที่ชื่อโจ ที่ถูกคุกคามและสอบสวนโดยเครื่องจักรจากส่วนกลางที่เรียกตัวเองว่า Central Crutinizer เครื่องจักรทำหน้าที่เป็นผู้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดใน rock opera เรื่องนี้ (opera นี้ออกมาในรูปของแผ่นเสียง และไม่ได้มีการแสดงแบบ opera ในดนตรีคลาสสิค)

เครื่องจักรเล่าเรื่องว่าดนตรีร็อคได้เปลี่ยนโจ ซึ่งตอนแรกเป็นเด็กเรียบร้อยให้กลายมาเป็นเด็กที่บ้าคลั่ง ใช้เวลาไปอย่างสูญเปล่าด้วยการรบกวนเพื่อนบ้านด้วยเสียงเพลงที่ดังหนวกหู มันเล่าว่าโจตกหลุมรักหญิงสาวเคร่งศาสนาคนหนึ่ง แต่สุดท้ายกลับพบว่าเธอมีพฤติกรรมไม่ต่างไปจากโสเภณี

ชีวิตของโจมีแต่ความล้มเหลว เขาเข้าไปเป็นสมาชิกขององค์กรศาสนาหนึ่ง หลังจากนั้นเรื่องก็ดำดิ่งลงไปสู่ความต่ำช้าทีละขั้น และลงท้ายด้วยการที่โจทำหุ่นยนต์บำเรอกามตัวหนึ่งพังขณะมีเซ็กส์กับมัน เขาถูกบังคับให้จ่ายเงินชดใช้ แต่ไม่มี จึงถูกจับเข้าคุกในที่สุด ซึ่งเป็นที่ๆ เขาต้องประสบกับความทุกข์ทรมานอย่างหนัก และกลายเป็นคนบ้า โดยที่ในหัวยังได้ยินเสียงดนตรีในจินตนาการอยู่คนเดียว

opera ของแซปปาให้ภาพสังคมที่เลวร้ายไม่ต่างไปจากนิยายเรื่อง 1984 หรือหนังเรื่อง Brazil ซึ่งเป็นสังคมที่บังคับควบคุมพลเมืองทุกอากัปกิริยา ในสังคมแบบนี้ ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความกลัว ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงความเห็น กระทั่งไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

แต่สังคมแบบนั้นก็ยังไม่น่ากลัวเท่าสังคมที่ดำรงอยู่ภายใต้การสะกดจิตหมู่ และพร้อมที่จะประหัตประหารกันโดยไม่ฟังเหตุฟังผลอะไรทั้งสิ้น

ในสังคมชนิดนั้น ผู้คนจะไม่รู้จักการใช้เหตุผลอีกต่อไป และ “ความรักความศรัทธา” จะเป็นข้ออ้างที่นำไปสู่การประกอบอาชญากรรมได้อย่างน่าตระหนก

Khogali Osman เป็นนักร้องนักดนตรีชาวซูดานที่มีชื่อเสียงโด่งดังในช่วงที่บรรยากาศในซูดานอึมครึมไปด้วยความเคร่งครัดทางศาสนา ยิ่งมาในช่วงทศวรรษที่ 1990 ทางการซูดานถึงกับมีการรณรงค์ให้กำจัดดนตรีทุกชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาออกไป เพราะถือว่าการรับฟังดนตรีเหล่านั้นเป็นบาป

Osman เป็นนักดนตรีผู้สังเวยชีวิตให้กับความศรัทธาชนิดนี้ในปี ค.ศ. 1994 เขาถูกฆ่าในคลับโดยครูโรงเรียนประถมคลั่งศาสนาคนหนึ่งด้วยการใช้มีดแทง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]