• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 617591
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันอาทิตย์ ที่ 8 มกราคม 2555
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 2248 , 21:26:08 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คอลัมน์เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2555
อติภพ ภัทรเดชไพศาล

ความแตกต่างระหว่างเพลงชาติกับเพลงสรรเสริญพระบารมีที่เห็นได้ชัดเจนมีอยู่สามประการคือ

1) เนื้อเพลงของเพลงชาติเลือกใช้คำง่ายๆ ที่เป็นภาษาสามัญ โดยมีจุดประสงค์ให้ประชาชนในชาติ (ซึ่งประกอบไปด้วยคนที่มีการศึกษาทั้งสูงและต่ำ) ฟังเข้าใจได้เหมือนๆ กัน ใช้ถ้อยคำตรงๆ ไม่ต้องตีความแปลความกันลึกซึ้ง ขณะที่เพลงสรรเสริญฯ นั้นจงใจเลือกใช้ถ้อยคำที่สวยหรู เป็นภาษาชั้นสูงของผู้มีการศึกษา ปนเปไปด้วยคำบาลีสันสกฤตเป็นจำนวนมาก

2) ในส่วนของการขับร้องเพลง เพลงชาติจะเน้นที่ความเป็นหน่ึงเดียวกัน โดยจะมีทำนองหลักเพียงทำนองเดียว แต่เพลงสรรเสริญฯ นั้น มีการแยกทำนองเสียงร้องประสานต่างๆ ออกมาหลายแนว

3) ทำนองเพลงชาติถูกเขียนขึ้นด้วยท่วงทำนองที่จำง่าย ร้องง่าย (ซึ่งเพลงชาติส่วนใหญ่ทั่วโลกก็เป็นแบบเดียวกันนี้) ผิดกับเพลงสรรเสริญฯ ที่มีท่วงทำนองที่จำยาก ซับซ้อน ยิ่งในช่วงสองวรรคหลังยังมีการเคลื่อนโน้ตขึ้นไปอยู่ในระดับสูงจนยากต่อการขับร้องเป็นอย่างยิ่ง

(ที่จริงผมคิดว่าสำหรับคนเกือบทั้งหมดในสังคมไทย เพลงสรรเสริญฯ ท่อนก่อนจะจบนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะขับร้องออกมาอย่างถูกต้อง) 

ซึ่งสิ่งนี้เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าเพลงสรรเสริญฯ นั้นไม่ได้ถูกออกแบบให้ประชาชนใช้ในการขับร้องมาตั้งแต่ต้น แต่มีจุดประสงค์เพียงเพื่อให้ประชาชนยืนเคารพอย่างสงบเสงี่ยมเท่านั้น

ยิ่งกว่านั้น ถ้าเราลองสืบค้นประวัติความเป็นมาของเพลงชาติดู จะพบว่าการถือกำเนิดขึ้นของเพลงชาตินั้นเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยเป็นความคิดของทางคณะราษฎรที่ต้องการให้ประชาชนมีเพลงประจำชาติสำหรับระบอบการปกครองแบบใหม่

ซึ่งแน่นอนว่าแนวคิดนี้ย่อมต้องปะทะขัดแย้งกับขั้วอำนาจเก่าแบบกษัตริย์นิยมที่ยึดโยงอยู่กับเพลงสรรเสริญฯ เดิมอย่างแนบแน่น

พระเจนดุริยางค์จึงต้องประสบกับความหนักใจอย่างยิ่งเมื่อสหายของท่านผู้หนึ่งที่อยู่ในกลุ่มคณะราษฎรมาขอร้องให้ท่านประพันธ์ทำนองเพลงชาติ โดยระบุว่าให้อาศัยทำนองและบุคลิกของเพลงชาติฝรั่งเศสเป็นต้นแบบ

กรณีนี้ย่อมทำให้พระเจนฯ หนักใจอยู่มากทีเดียว เนื่องด้วยในขณะนั้นแม้ว่าคณะราษฎรจะทำการปฏิวัติสำเร็จ แต่ก็ยังมีขั้วอำนาจเก่าดำรงตำแหน่งสูงๆ อยู่มากและยังคงมีอิทธิพลในทางการเมืองอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะในระบบราชการ ท่านจึงขอให้ทางคณะราษฎรปกปิดชื่อของท่านไว้ ไม่ให้ใครทราบว่าท่านเป็นผู้แต่งเพลงๆ นี้

แต่ผลปรากฏว่ามีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งลงข่าวว่าพระเจนฯ เป็นผู้แต่งเพลงนี้ ซึ่งทำให้ท่านต้องถูกเสนาบดีกระทรวงวัง (เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์) เรียกเข้าไปต่อว่าเป็นการใหญ่ และตวาดถามว่าท่าน “ไปทำอะไรไว้ในเรื่องเพลงชาติ รู้หรือไม่ว่าพระเจ้าแผ่นดินเรายังอยู่” (บันทึกความทรงจำของพระเจนดุริยางค์)

จึงเห็นได้ว่า การปรากฏขึ้นของ เพลงชาติ ในประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องของการปะทะกันระหว่างอุดมการณ์ทางการเมืองสองแบบอย่างชัดเจน

เป็นเรื่องน่าสนใจว่าในประเทศต้นแบบระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างสหราชอาณาจักรนั้น กลับไม่มีกฎหรือข้อบังคับการใช้เพลงเคารพอย่างเป็นทางการ (เช่นเดียวกับที่ไม่มีรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ)

นั่นคือเพลง God Save the Queen ที่เรามักจะคิดว่าเป็นเพลงชาติของสหราชอาณาจักรนั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่

และเพลง God Save the Queen ในปัจจุบันก็มักจะใช้กันอยู่แต่ในทีมกีฬาของชาวอังกฤษเท่านั้น เพราะชาวสก็อตและไอริชก็ล้วนแล้วแต่มีเพลงประจำชาติของตัวเองต่างหากออกไปทั้งสิ้น

ตัวอย่างเช่น ในเทศกาล Commonwealth Games ประจำปี 2553 ที่จัดขึ้นในอินเดียนั้น ทางอังกฤษได้จัดทำประชาพิจารณ์ว่าประชาชนอยากให้เพลงอะไรเป็นเพลงประจำชาติ โดยมีตัวเลือกอยู่สามเพลงคือ 1) God Save the Queen 2) Jerusalem และ 3) Land of Hope and Glory 

ซึ่งผลปรากฏว่าเพลงที่ได้รับการเลือกให้เป็นเพลงประจำชาติของทีมกีฬาในปีนั้นคือเพลง Jerusalem (เป็นเพลงเก่าที่เขียนขึ้นจากบทกวีของ William Blake)

ในแง่นี้ เพลง God Save the Queen ที่อังกฤษจึงไม่ได้อยู่ในสถานะที่สูงส่งหรือเป็นสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์อะไรในปัจจุบันนัก เพราะระบอบประชาธิปไตยนั้นเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกใช้เพลงอื่นๆ ได้เสมอ

ตรงกันข้ามกับในประเทศไทยที่เพลงสรรเสริญพระบารมีดูจะยิ่งคงความศักดิ์สิทธิ์และแตะต้องไม่ได้มากขึ้นทุกวันๆ จนถึงขนาดที่ว่าการไม่ยืนตรงเคารพ เพลงสรรเสริญฯ ในโรงหนังนั้นก็อาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ 

ซึ่งการใช้กฎหมายมาตรานี้ก็เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าอาจส่งผลให้คนธรรมดาๆ ต้องโทษจำคุกได้เป็นเวลานานถึง 20 ปีเลยทีเดียว


พระเจนดุริยางค์






แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]