• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 625348
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1434 , 12:17:32 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล




เพราะดนตรีสามารถส่งผลกระทบต่อสังคมและความรู้สึกนึกคิดของผู้คน ดังนั้นนับแต่โบราณกาลมา ชนชั้นนำจึงพยายามควบคุมดนตรีให้อยู่ในร่องในรอยที่ตนเองต้องการให้เป็นเสมอ

ตั้งแต่ในยุคกรีกโบราณ ที่นักปรัชญาอย่างพลาโตและอริสโตเติลถึงกับทำการวิเคราะห์และแยกแยะไว้อย่างเป็นระบบว่า ดนตรีชนิดไหนที่ควรเล่น และดนตรีชนิดไหนที่ควรถูกแบน

ยิ่งกับในรัฐที่มีการปกครองไปในแนวทางทหารนิยมหรือเผด็จการด้วยแล้ว การควบคุมดนตรีเป็นไปอย่างเข้มงวด ดังเช่นในฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ห้ามไม่ให้ใครแต่งเพลงใหม่ถ้าไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตเสียก่อน

ดังนั้นนักแต่งเพลงชื่อดังที่เรารู้จักกันในสมัยนั้นจึงเป็นนักแต่งเพลงประจำราชสำนักพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทั้งสิ้น

หรืออย่างในสมัยของนโปเลียน ก็มีการออกกฎว่าโอเปราทุกเรื่องที่จะแสดงต้องผ่านการตรวจสอบจากทางรัฐเสียก่อน กล่าวกันว่านโปเลียนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะการแสดงในโรงละครขนาดใหญ่ที่ได้รับการอนุญาตให้เปิดแสดงได้เพียงไม่กี่โรงเท่านั้น (เพราะนั่นหมายถึงการประชุมของกลุ่มคนจำนวนมากในสภาพการเมืองที่ยังคงผันผวน)

นโปเลียนยังมักปรากฏตัวในโรงละครต่างๆ ซึ่งส่วนหนึ่งอธิบายว่านโปเลียนชื่นชอบการแสดงประเภทนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ก็มีบันทึกว่านโปเลียนมักไปถึงโรงละครในเวลาที่การแสดงเริ่มต้นขึ้นแล้ว และการปรากฏตัวของนโปเลียนก็ทำให้ทั้งโรงละครต้องหยุดแสดงหยุดเล่นดนตรี และผู้ชมทุกคนต้องลุกขึ้นยืนทำความเคารพผู้นำ

เรียกได้ว่าการปรากฏกายของนโปเลียนนั้นก็คือการแสดงและยืนยันถึงอำนาจที่เปี่ยมล้นชนิดหนึ่งนั่นเอง

เพลงดนตรีจึงไม่เคยแยกออกจากเรื่องการเมืองได้ ในงานคอนเสิร์ต “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น จัดเป็นดนตรีที่ถูกชนชั้นนำไทยหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างเปิดเผย

เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่างานนี้ ตัวละครหลักมีอยู่แค่สองคน คือนายกฯ หญิงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพลเอกเปรม ติณสูลานนท์นั่นเอง

ยิ่งเมื่อพิจารณาจากเพลงต่างๆ ที่ใช้ในการแสดงดนตรีครั้งนี้ ยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่านี่เป็นเกมปรองดองระหว่างพลเอกเปรมกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่อยู่ภายใต้เงื้อมเงาของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

เพลงที่เล่นในงานนี้ประกอบไปด้วย 1) เพลงพระราชนิพนธ์ ที่เริ่มต้นด้วยมาร์ชราชวัลลภ ซึ่งเป็นเพลงประจำกองทหารรักษาพระองค์ และความฝันอันสูงสุด เราสู้ เป็นต้น

2) เพลงที่แต่งโดยพลเอกเปรม โดยเฉพาะเพลงที่ดูเหมือนจะถูกให้ความสำคัญมาก คือเพลงเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ซึ่งพลเอกเปรมแต่งไว้หลังเหตุการณ์ปฏิวัติ 19 กันยา 49 เป็นเวลาราวๆ สามเดือน เพลงของพลเอกเปรมที่นำมาบรรเลงนี้คละกันไปทั้งเพลงรักชาติและเพลงที่เกี่ยวเนื่องกับความรักแบบโรแมนติค จนกระทั่งมีเพลงหนึ่ง (คือเพลงเพลินตาเพลินใจ) ที่สามารถนำเนื้อร้องมาใช้อธิบายภาพรวมของคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้อย่างตรงเป้าว่า

“เรามาร้องเพลงกัน ด้วยความรักให้โลกนี้สดใส ความสุขใจสุขกาย ขอให้มีทุกคน”

3) เพลงทหาร คือเพลงมาร์ชต่างๆ โดยเฉพาะเพลงมาร์ชสามัคคีสี่เหล่านั้นทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยความหมายที่ต้องการสื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวของกองทัพในสภาวการณ์ที่แหลมคมทุกวันนี้

4) เพลงปลุกใจเก่าๆ ของหลวงวิจิตรฯ และแก้ว อัจฉริยกุล และ 5) เพลงแต่งเนื้อใหม่โดยเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ โดยในการนี้มีการนำทำนอง Ode to Joy ของ Beethoven มาแต่งเนื้อใหม่เป็นภาษาไทย เน้นย้ำที่ความสามัคคี 

โดยที่คงลืมคิดไปถึงความหมายดั้งเดิมว่า บทกวีของ Schiller ที่ใช้เป็นบทร้องเพลง Ode to Joy นั้นว่าด้วยความรักของมวลมนุษยชาติ ซึ่งเขียนขึ้นด้วยแนวคิดแบบ “สากลนิยม” หาใช่แนวคิดแบบ “ชาตินิยม” หรือ “ทหารนิยม” ที่บรรเลงมาตลอดงานไม่

สัญลักษณ์ของความปรองดองในคอนเสิร์ตครั้งนี้ แน่นอนว่าคือการปรากฏตัวของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ในคืนนั้น (หลังจากที่มีกระแสข่าวไปในทิศทางต่างๆ กันก่อนหน้า)

เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าหลังการปฏิวัติ 19 กันยา พลเอกเปรมนั้นมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ในนามของสถาบันกษัตริย์ ในความพยายามที่จะสร้างความสมดุลทางการเมือง

(ดูบทความเรื่อง กองทัพ : สัตว์สี่ขาของราชาหรือประชาชน? ของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ในวารสาร ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 9 ฉบับที่ 3)

คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นการสร้างความปรองดองออกสื่อในระดับสากล (เห็นได้จากการเชิญทูตานุทูตจากหลายประเทศเข้าร่วมในงานด้วย) เป็นความปรองดองที่งดงามและประสบความสำเร็จอย่างสวยงามด้วยความช่วยเหลือของเสียงดนตรี

และเป็นความปรองดองที่ยืนเหยียบอยู่บนยอดอกของประชาชนผู้บริสุทธิ์เกือบร้อยชีวิตที่ต้องตายไปอย่างไร้ค่า ไร้ความหมาย และไม่เคยได้รับความยุติธรรมและความจริงใดๆ ทั้งสิ้น

เสียงดนตรีในที่นี้เป็นสิ่งสร้างบรรยากาศอันนุ่มนวลโรแมนติค และชวนให้ชนชั้นนำทั้งสองฝ่ายคือฝ่าย “ฉัน” กับ “เธอ” ได้รักกัน ซึ่งเป็นฉันกับเธอชนิดเดียวกับในบทกวีของ เดือนวาด พิมวนา ที่ว่า

“ฉันอยู่ข้างบน เธออยู่ข้างบน ประชาชนอยู่ข้างล่าง... ข้างบนชนะง่าย ข้างล่างชนะยาก

ฉันจูบเธอ เธอจูบฉัน เราจูบกันดูดดื่มยิ่งกว่าครั้งใดๆ”





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      



[ Add to my favorite ] [ X ]