• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 618073
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันจันทร์ ที่ 2 เมษายน 2555
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1814 , 15:33:37 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวีนศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

เมื่อปี ค.ศ. 1952 เมื่อจอห์น เคจ (John Cage) โยนคำถามที่ทำให้กับวงการดนตรีตะวันตกต้องตกตะลึงว่า “ดนตรีคืออะไร” นั้น ดูเหมือนคำตอบจะเป็นว่า “เสียง” ทุกๆ เสียงนั่นแหละ ที่สามารถจะเป็นดนตรีได้

แต่กรณีของเอฟลิน เกลนนี (Evelyn Glennie) นั้น ดูเหมือนจะชวนให้เราแปลกใจได้มากกว่าคำถามของเคจเสียอีก เมื่อเธอตั้งคำถามว่า “เสียงคืออะไร” และ “เสียง” เกี่ยวข้องอะไรกับ “การได้ยิน” (hearing)

เพราะเกลนนี (เกิดปี 1965 หรือ พ.ศ. 2508) เริ่มสูญเสียการได้ยินตั้งแต่เมื่อตอนที่เธอยังเป็นเด็ก โดยเริ่มรู้สึกผิดปกติตั้งแต่อายุราว 8 ขวบ และแพทย์ลงความเห็นว่าเธอมีอาการผิดปกติทางการได้ยินหรือที่เรียกว่า profound deaf เมื่อเธออายุได้ 12 ปี

แต่เกลนนีหัดเรียนดนตรีมาตั้งแต่เด็ก และไม่ยอมหยุดเล่นดนตรีหลังจากที่มีปัญหากับการได้ยิน เกลนนีเปลี่ยนเครื่องดนตรีจากเปียโนมาเป็น percussion หรือเครื่องเคาะ (ที่ครอบคลุมเครื่องดนตรีหลายชนิด เช่นกลองชนิดต่างๆ มาริมบา ไวบราโฟน ฯลฯ)

ปัจจุบันเกลนนีมีชื่อเสียงโด่งดังมากในฐานะนัก percussion ระดับโลก แต่สิ่งที่ทำให้เธอหงุดหงิดก็คือการที่ผู้ฟังดนตรีหรือผู้เขียนบทความเกี่ยวกับเธอ มักจะให้ความสำคัญไปที่ความพิการทางหูของเธอ และเห็นเธอราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ จนลืมคิดถึง “ดนตรี” ที่เธอบรรจงสร้างขึ้น ดังนั้นในปี 1993 (พ.ศ. 2536) เธอจึงเขียนบทความอธิบายสภาวะการได้ยินของเธออย่างเป็นทางการออกมาชิ้นหนึ่ง ชื่อว่า Hearing Essay

ในบทความนี้ เกลนนีบอกว่าคนส่วนใหญ่มักมีความเข้าใจผิดๆ ว่าคนหูหนวกใช้ชีวิตอยู่ใน “ความเงียบ” เพราะในความเป็นจริงแล้วคนหูหนวกไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ยินอะไรเลย เพียงแต่ว่าการได้ยินนั้นแตกต่างไปจากคนทั่วไป

โดยในกรณีของเกลนนีนั้น เธออธิบายว่าเธอสามารถได้ยินเสียงพูดของคนอื่น แต่คุณภาพของเสียงนั้นต่ำมากจนไม่สามารถแยกแยะเสียงต่างๆ ออกมาเป็นคำพูดได้ (แต่เกลนนีสามารถเข้าใจคำพูดของผู้อื่นได้ด้วยวิธีอ่านริมฝีปาก)

เกลนนีบอกว่าเธอได้ยินเสียงโทรศัพท์เหมือนกัน แต่ได้ยินเป็นเสียงแกรกๆ แต่เสียงแกรกๆ นั้นก็มีคุณสมบัติบางอย่างเฉพาะตัวที่ทำให้เธอแยกแยะออกในทันทีว่านั่นคือเสียงโทรศัพท์

เกลนนีสามารถคุยโทรศัพท์กับผู้อื่นได้ ด้วยการให้ทางอีกฝ่ายหนึ่งเคาะปากกากับหูโทรศัพท์เป็นสัญญาณต่างๆ ในขณะที่เธอสามารถพูดตอบกลับไปได้เหมือนคนปกติ (แต่อาจจะด้วยสำเนียงที่ต่างออกไปเล็กน้อย)

คำอธิบายต่างๆ นำไปสู่ความคิดหลักที่เกลนนีตั้งใจจะบอกว่า ที่จริงแล้ว “เสียง” นั้นไม่ใช่เรื่องของ “การได้ยิน” แต่เพียงอย่างเดียว 

แต่ “เสียง” นั้นเป็นเรื่องของการที่คนเรา “สัมผัส” แรงสั่นสะเทือนนั้นๆ ต่างหาก

เกลนนียกตัวอย่างว่าเวลาที่เรายืนอยู่บนถนนนั้น เมื่อมีรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งผ่าน เราย่อมทั้ง “ได้ยิน” และ “รู้สึก” ถึงเสียง (การสั่นสะเทือน) ไปพร้อมๆ กัน

การได้ยินและการรู้สึก แท้ที่จริงแล้วจึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ดังคำในภาษาอิตาเลียน sentire ที่แปลว่าการ “ได้ยิน” นั้นกำเนิดมาจากรากศัพท์เดียวกับคำว่า sentirsi ที่แปลว่าการ “รู้สึก” นั่นเอง

เสียงจึงสามารถ “รู้สึก” และ “สัมผัส” จับต้องได้ ผ่านแรงสั่นสะเทือนที่อาจรับรู้ผ่านร่างกายส่วนต่างๆ เกลนนีเล่าว่าเธอฝึกหัดใช้ร่างกายส่วนต่างๆ รับเสียงอย่างเป็นระบบกับครูสอนดนตรีของเธอเป็นเวลายาวนานมาก โดยเริ่มจากการที่ครูตีกลองขนาดใหญ่ ขณะที่เธอใช้มือสัมผัสกับผนังห้องเพื่อรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้น

หลังจากนั้นจึงมีการฝึกทักษะนี้ในขั้นละเอียด ด้วยการใช้กลองหลายๆ ขนาดเพื่อแยกแยะความถี่ที่แตกต่างกัน จนเธอสามารถรับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างตัวโน้ตแต่ละตัวได้ในที่สุด

เกลนนีบอกว่าเธอสามารถรับรู้เสียงที่ต่ำๆ ผ่านร่างกายในช่วงท่อนขาและเท้าได้ดี และสามารถแยกแยะเสียงที่มีระดับสูงๆ ได้โดยใช้ความรู้สึกบริเวณใบหน้า ลำคอ และหน้าอก

การรับรู้ถึง “เสียง” ของเกลนนีจึงไม่เหมือนกับผู้คนปกติ ที่สามารถใช้หูรับฟัง แต่เกลนนียืนยันว่าเธอสามารถแยกแยะคุณลักษณะเฉพาะตัวของเสียงแต่ละเสียงได้ในแบบเดียวกับที่คนปกติทำทุกอย่าง

เกลนนีกล่าวว่าอาการผิดปกติทางการได้ยินของเธอ ดูเหมือนจะเป็นที่สนใจของคนอื่นๆ มากกว่าที่เธอเองจะให้ความสนใจเสียอีก

จนเกลนนีเล่าว่า ครั้งหนึ่งที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์เธอด้วยคำถามมากมายเกี่ยวกับอาการทางหูของเธอ เธอถึงกับโมโหจนอดไม่ได้ที่จะต้องบอกว่า - ถ้าเขาอยากจะรู้เรื่องอาการหูหนวกนักล่ะก็ เขาควรจะไปสัมภาษณ์นักโสตสัมผัสวิทยา (audiologist) แทนจะดีกว่า เพราะอาชีพของเธอคือ “นักดนตรี”

เกลนนีมีผลงานบันทึกเสียงจำนวนมาก และได้รับรางวัลเกี่ยวกับดนตรีมากมาย เธอมีเว็บไซต์อย่างเป็นทางการคือ http://www.evelyn.co.uk/ ที่เผยแพร่บทความที่ผมอ้างถึงข้างต้น และยังมีข้อมูลอื่นๆ อีกมากเกี่ยวกับประวัติและผลงานทางดนตรีของเธอ

และผู้อ่านที่สนใจเกี่ยวกับวิธีการได้ยินของเกลนนี ก็สามารถเข้าไปหารายละเอียดได้ที่ youtube.com ซึ่งมีคลิปที่เธอบรรยายและเล่นดนตรีประกอบให้ดู โดยพิมพ์คำค้นว่า Evelyn Glennie: How to listen to music with your whole body


Evelyn Glennie ในสตูดิโอ ภาพโดย Cambridge Newspapers Ltd





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
บัวสีขาว วันที่ : 02/04/2012 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/silentworld

บทความนี้น่าสนใจมาก
พอดีทำเว็บไซต์เกี่ยวกับคนหูหนวกอยู่ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]