• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 625348
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันจันทร์ ที่ 14 พฤษภาคม 2555
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 2723 , 11:45:08 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล


บทละคอนประวัติศาสตร์เรื่องเกียรติศักดิ์ไทย แต่งขึ้นในปี พ.ศ. 2486 โดยธนิต อยู่โพธิ์ มนตรี ตราโมท และสุดา บุษปฤกษ์ ทำดนตรีประกอบโดยพระเจนดุริยางค์ มนตรี ตราโมท โฉลก เนตตะสูต และวีณพรัตรา หุตะโชค

เนื้อหาของบทละครเรื่องนี้ เกี่ยวกับปัญหาหัวเมืองทางภาคใต้ โดยผู้แต่งสมมติให้เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ซึ่งอยู่ราว พ.ศ. 2034-2072 (ต่อจากรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ)

ผู้แต่งจับเค้าจากจดหมายเหตุปอร์ตุเกส ซึ่งบันทึกเรื่องราวในสมัยนั้นว่าเมื่อแม่ทัพเรือของปอร์ตุเกสนำกองทัพเรือมาโจมตีมะละกา ทัพเรือปอร์ตุเกสต้องเผชิญหน้ากับโอรสองค์หนึ่งของกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งรบพุ่งอย่างขันแข็งและสร้างความเดือนร้อนให้แก่กองทัพปอร์ตุเกสมาก

แต่เอกสารทั้งฝ่ายปอร์ตุเกสและฝ่ายไทยไม่มีหลักฐานบันทึกชื่อเสียงเรียงนามเจ้านายองค์นี้ไว้ ในคำชี้แจงนำเรื่อง ธนิต อยู่โพธิ์บันทึกว่าได้หลักฐานมาจากตำนานมลายูหลายฉบับ ซึ่งบันทึกไว้ตรงกันว่าเจ้านายองค์นี้ชื่อ “เจ้าศรีพงศ์”

จากเค้าตำนานนี้เอง ผู้แต่งนำมาจินตนาการสร้างเป็นบทละครปลุกใจ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางของเจ้าศรีพงศ์ลงไปเมืองมะละกา เพื่อปราบปรามพวกมลายูที่แข็งข้อไม่ยอมส่งบรรณาการ

บทละครเล่าว่าเจ้าศรีพงศ์ได้สังหารสุลต่านสุไลมาน แห่งแคว้นโกตามาห์ละไก และสร้างเมืองใหม่ชื่อว่าเมืองปัตตานี โดยอธิบายว่าชื่อเมืองนี้มีต้นเค้ามาจากการที่บริเวณเมืองเคยมีชาวประมงสองพ่อลูกอาศัยอยู่ และคนลูกมีชื่อว่า “ตานี”

เมื่อนั่งเมืองปัตตานีแล้ว เจ้าศรีพงศ์ได้ส่งราชทูตไปทำความเข้าใจกับมะละกา เป็นนัยให้ยอมอ่อนน้อมและส่งบรรณาการแก่ไทยเช่นเดิม ซึ่งในตอนท้ายของฉากแรก ราชทูตของสุลต่านเมืองมะละกาได้เดินทางมาเข้าเฝ้าและยอมอ่อนน้อมถวายบรรณาการแก่เจ้าศรีพงศ์

จากนั้นเป็นเรื่องที่เจ้าศรีพงศ์เดินทางไปยังเมืองมะละกา ซึ่งในขณะนั้นกำลังเผชิญการรุกรานจากชาติปอร์ตุเกส เจ้าศรีพงศ์ได้พบกับเจ้าหญิงแห่งเมืองมะละกาในสวนดอกไม้ และรู้สึกชอบพอกัน

ฉากในสวนน่าสนใจ เพราะมีการเพิ่มบทของออกขุนพันเข้าไปด้วย ซึ่งในคำนำนั้นธนิต อยู่โพธิ์อธิบายไว้ว่าชื่อของขุนแผน (ในเสภาขุนช้างขุนแผน) คลับคล้ายกับตำแหน่งออกขุนพันเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นฉากในสวน ออกขุนพันจึงรับบทเป็นขุนแผนที่พูดจาเล่นลิ้นและมีทีท่าเจ้าชู้อย่างเห็นได้ชัด

ฉากต่อมาพูดถึงการศึกในเมืองมะละกา พูดถึงทหารไทยที่ทำหน้าที่รบพุ่งอย่างแกล้วกล้า จนทหารมะละกาถึงกับยกย่อง โดยเฉพาะในพระปรีชาสามารถของเจ้าศรีพงศ์ องก์นี้จบลงด้วยเหตุประหลาด เมื่ออยู่ดีๆ สุลต่านประจำเมืองมะละกากลับหลบหนีออกจากเมืองไปดื้อๆ ด้วยความหวาดกลัว และพาเจ้าหญิงไปด้วย

ฉากสุดท้ายเปิดด้วยภาพเมืองที่ปรักหักพังจากสงคราม เจ้าหญิงกลับมายังมะละกา ซึ่งขณะนี้สงบสุขดีแล้ว ด้วยการช่วยเหลือจากเจ้าศรีพงศ์

แต่สุลต่านบิดาของเจ้าหญิงกลับหนีไปอยู่เมืองอื่น (ทั้งที่บ้านเมืองสงบแล้ว) จึงมีความจำเป็นต้องเฟ้นหาผู้ที่จะขึ้นมาเป็นสุลต่านองค์ใหม่ และเจ้าหญิงต้องแต่งงานกับสุลต่านองค์ใหม่นี้ด้วย ซึ่งทำให้เจ้าหญิงทุกข์ใจอย่างมาก เนื่องจากมีใจปฏิพัทธ์ต่อเจ้าศรีพงศ์แล้ว

จากนั้นเจ้าศรีพงศ์ได้มาพบเจ้าหญิง และรับรู้ถึงข่าวร้าย แต่ขณะเดียวกันก็ปลอบใจเจ้าหญิง และบอกว่าตนเองต้องเดินทางกลับไปยังอยุธยา

เจ้าชายอธิบายว่าด้วยสถานการณ์อันยุ่งเหยิงทำให้พวกแขกมัวร์ที่ทำการค้ากับปอร์ตุเกสหลบหนีไปหมด ดังนั้นจึงต้องนำราชทูตจากปอร์ตุเกสขึ้นไปยังอยุธยา เพื่อตกลงการค้ากัน โดยนับแต่นี้ คนไทยจะเป็นฝ่ายทำมาค้าขายกับปอร์ตุเกสแทนพวกแขกมัวร์

การเดินทางไปตกลงเรื่องการค้านี้ เจ้าศรีพงศ์กล่าวว่าเป็นการ “รับใช้ชาติ” และพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความร้าวรานใจว่า

“ถ้าหม่อมฉันแบ่งภาคได้ ภาคหนึ่งจะกลับไปกรุงศรีอยุธยา กระทำหน้าที่ของลูกผู้ชายไทย คือรับใช้ชาติจนสุดลมหายใจ ส่วนอีกภาคหนึ่งจะฝากไว้ในเมืองมะละกานี้ ช่วยพิทักษ์เจ้าหญิงแห่งมะละกา”

แต่สุดท้ายเจ้าศรีพงศ์ก็ต้องจากไป ในตอนจบของฉากสุดท้าย เจ้าหญิงมะละกาจึงฆ่าตัวตายด้วยการใช้กริชแทงหน้าอก เป็นการสละชีวิตเพื่อความรักและเกียรติศักดิ์อันยิ่งใหญ่ ตามแบบฉบับของนิยายโรแมนติคที่ดีนั่นเอง

ผมคิดว่า แม้เรื่องราวนี้จะเป็นเพียงจินตนาการที่เป็นเท็จหลายแห่ง เช่นถ้าว่ากันตามหลักฐานพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฯ แล้ว ทางอยุธยาไม่สามารถปราบปรามหัวเมืองฝ่ายใต้ได้สำเร็จราบคาบมาก่อน โดยเฉพาะในสมัยของพระบรมไตรโลกนาถ

ตรงกันข้าม ในห้วงเวลานั้น มะละกาต่างหากที่ยกมาตีเอาเมืองต่างๆ กลับคืนไปเป็นของตน ทั้งเมืองปะหัง ตรังกานู กลันตัน ไทรบุรี และรุกรานเข้าในปัตตานีอีกด้วย

โดยเฉพาะในปัตตานีซึ่งแต่เดิมก่อนหน้านั้นเป็นเมืองพุทธ ฝ่ายมะละกาได้เข้าไปทำลายศาสนสถานรวมถึงพระพุทธรูปจนหมดสิ้น ทั้งบีบบังคับให้ราชาอินทิรา ผู้ครองเมืองปัตตานีในขณะนั้นเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม (ดู รัฐปัตตานีในศรีวิชัย สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ)

นอกจากนั้นบทละครยังสะท้อนร่องรอยของการทำสงครามเพื่อการค้า ดังกรณีที่เจ้าศรีพงศ์ไม่ได้ทำการรบพุ่งจนแตกหักกับปอร์ตุเกส ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของฝ่ายสยามอยู่ที่การควบคุมการค้าไว้ในมือของตนต่างหาก ดังนั้น การรอมชอมและประกอบธุรกิจกับปอร์ตุเกสจึงสามารถเกิดขึ้นได้หลังจากที่ทำการกวาดล้างสุลต่านองค์เดิมซึ่งเป็นเครือข่ายการค้าเก่าแล้ว

การค้ากับสงครามเป็นของคู่กัน ความรักชาติในบทละครบทนี้ แท้จริงแล้วจึงเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจ เป็นการแย่งชิงทรัพยากรและควบคุมเส้นทางการค้าของรัฐใหญ่ที่กระทำต่อรัฐที่เล็กกว่านั่นเอง



ธนิต อยู่โพธิ์








แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< พฤษภาคม 2012 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]