• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 618329
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันเสาร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2555
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1487 , 12:34:57 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล



หนังสือ 40 เรื่องสั้น 40 บทกวี 40 ปีสมาคมนักเขียนฯ จัดพิมพ์โดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน 2555

มีบทกวี 40 บท โดยกวี 40 คน ที่ทางสมาคมฯ ทำการคัดสรรแล้วว่าสามารถสะท้อนภาพของสังคมไทยในรอบ 40 ปีนี้ โดยกวีทั้ง 40 คนมีทั้งรุ่นเก่าอย่างเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ทวีปวร ไปจนถึงกวีรุ่นใหม่ อย่างซะการียย์า อมตยา

บทกวีที่เก่าสุดในเล่มคืองานของวรฤทธิ์ ฤทธาคนี ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517

ผนวกด้วยบทวิเคราะห์ท้ายเล่ม ที่ชื่อว่า “กวีศาสตร์สำนึก” กับการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์สำคัญของกวีนิพนธ์ไทย (พ.ศ. 2480-2554) ของพิเชฐ แสงทอง

พิเชฐบอกว่า “กวีศาสตร์สำนึก” แปลมาจาก Poetology ซึ่งหมายถึงข้อถกเถียงในเรื่องแนวคิดหรือจุดยืนของกวี เป็นการที่กวีทบทวนตนเองว่าเป้าหมายของการเขียนกวีคืออะไร

สอดคล้องกับบทกวี 40 บทที่คัดเลือกมา ซึ่งเต็มไปด้วยหัวข้อที่พูดถึงภารกิจของกวี หรือไม่ก็เป็นการพยายามนิยามความหมายของกวีและบทกวีทั้งสิ้น

ผมคิดว่าปัญหาภารกิจของกวีนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเข้ามาขององค์ความรู้แบบตะวันตก ในช่วงทศวรรษที่ 2480-2490 เป็นอย่างช้า และเกี่ยวพันกับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบก้าวหน้าในช่วงนั้นอย่างแยกไม่ออก

ดังที่เราเห็นร่องรอยวิวาทะเกี่ยวกับเรื่องนี้ในงานของอัศนี พลจันทร์ และบรรจง บรรเจอดศิลป์ มาตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2500 ที่บอกว่ากวีและนักเขียนที่ดีจะต้องยืนอยู่ฝ่ายประชาชนและทำหน้าที่เปิดเผยความชั่วร้ายของศักดินา

ขณะที่ฝ่ายอนุรักษนิยมก็จะเถียงกลับว่า บทกวีมีไว้เพื่อรับใช้อารมณ์ความรู้สึกต่างหาก

ตอนหนึ่งในบทความของพิเชฐกล่าวถึงความล้มเหลวของกวีเพื่อชีวิตในช่วงปี 2520 ว่าเป็นเพราะมุ่งแต่จะปลุกระดมทางการเมืองมากไป จนละเลยเรื่องความงามทางวรรณศิลป์

พิเชฐกล่าวถึงกรณีของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่เคยอยู่ในกลุ่มกวีอนุรักษนิยมโรแมนติค ว่าครั้งหนึ่ง เนาวรัตน์เคยยกตัวอย่างตนเองว่า 

“เมื่อหันมานำเสนอเนื้อหาเพื่อชีวิตบ้างจึงสามารถนำเสนอได้ดี เพราะในอดีตเคยเชี่ยวชาญทางด้านกลอนรักกลอนพาฝันมาก่อน”

แน่นอนว่าคำถามว่า “ภาระของกวีคืออะไร” เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเพียงหนึ่งเดียว เพราะความเชื่อและอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน ย่อมทำให้ผู้ตอบมีความเห็นต่างๆ กันออกไป

กระทั่งว่ามุมมองที่มีต่อบทกวี ก็ยังมีหลายมุมมอง กวีบางคนอาจเห็นบทกวีเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (เช่นอังคาร กัลยาณพงศ์) แต่กวีบางคนก็เห็นบทกวีเป็นของสามัญ (มนตรี ศรียงค์, ไม้หนึ่ง ก. กุนที)

ส่วนกวีรุ่นใหม่ๆ อย่างกฤช เหลือลมัย หรือ ซะการีย์ยา อมตยานั้น ในบทความของพิเชฐบอกว่าพวกเขาปรารถนาให้บทกวีแสดง “พลังของเหตุผล ความรู้ และความรู้สึก”  ไม่ใช่แสดง “พลังของอารมณ์ความรู้สึก” เพียงอย่างเดียว

แต่ประเด็นที่ค่อนข้างน่าสนใจสำหรับผม คือคำถามที่ว่ากวีมองตนเองอย่างไร

ในบทกวี 40 บทนี้ กวีนิยามตัวตนไว้อย่างหลายหลาก บ้างก็เต็มไปด้วยอุดมการณ์และไฟฝัน ตัวอย่างเช่น กวีต้องเป็น -

นักเขียนของมวลชน (คมทวน คันธนู), เขียนบทกวีเพื่อแผ้วถางทางให้คนเดิน (วีระศักดิ์ ยอดระบำ), เป็นปากกาสู้อธรรม (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์), เป็นประทีปเสรีวีรพจน์ (ทวีปวร) และ ผู้จุดไฟปัญญาส่องวิญญาณ (ศักดิ์ศิริ มีสมสืบ)

แต่บ้างก็โอดครวญถึงความยากลำบากของการเป็นกวี -

เดินถนนวรรณกรรมนี้จำเจ็บ (ชมจันทร์), ถึงทุกข์ทนก็ขืนจะยืนยัน (พจนาถ พจนาพิทักษ์), ก็อดอดอยากอยากลำบากอยู่ (เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์)

ที่น่าสนใจที่สุด คือการยั่วล้อตนเองอย่างในบท “ไร้สาระ” ของวัฒน์ วรรลยางกูร ที่ลงท้ายว่า

“เขียนกวีเขียนทำไม  ตอบไม่ได้ดอกฉันในวันนี้

วานเด็กเมื่อวานซืนช่วยตอบที มันบอกว่า พี่พี่ ไอ้เฮงซวย”

หรือประชดประชันความเป็นปัจเจกของตนอย่างเจ็บแสบอย่างในบท “กวีรีแลกซ์” ของมนตรี ศรียงค์ ที่พูดถึงการดื่มเหล้าเมาของกวีและลงท้ายว่า

“เอามาอีกหนึ่งกลม - เหล้าคนทุกข์ กูจะปลุกคืนนี้เป็นราตรีสวรรค์

โลกนี้จะแหลกร้างก็ช่างมัน  กูเผ่าพันธุ์วิเวก - ปัจเจกชน”

นอกจากนั้นในงานชิ้นหนึ่งของสมพงศ์ กรวด ที่เขียนขึ้นในปี 2547 ชื่อบทว่า “ภาพลักษณ์นักกวีไม่มีชื่อ” ยังให้ภาพของกวีไทยไว้ดังนี้

“คนบ้าไม่ใช่กวีหรอกที่รัก แต่กวีมีภาพลักษณ์บ้าหนักหนา...”

“คนป่วยไข้ไม่ใช่กวีหรอกที่รัก แต่กวีนี้มักเหมือนป่วยไข้...”

“คนเหงาไม่ใช่กวีหรอกที่รัก แต่กวีที่รู้จักเหงาเหลือที่...”

“คนเจ้าชู้ไม่ใช่กวีหรอกที่รัก แต่กวีนี้มักหลายรักหลายฝัน...”

“คนยากไร้ไม่ใช่กวีหรอกที่รัก กวีสิมักยากไร้ทุกข์ไหม้หม่น...”

แถมยังลงท้ายว่า

“และแม้เป็นเช่นนี้นะที่รัก คนมุ่งจักเป็นกวีนี้เกินห้าม

เขาจะเฝ้าพากเพียรพยายาม ไปสู่ความลำเค็ญ - เป็นกวี”

เล่นเอาผมอ่านจบแล้วต้องถอนหายใจออกมาอย่างหม่นเศร้า และครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าคืนนี้จะไปกินเหล้าที่ไหนดี





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tatuk วันที่ : 09/07/2012 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

ดูเหมือนทั้ง 40 บทกวี มันมีสภาวะทางอารมณ์ห้วงนั้นๆ ของผู้ประพันธ์สะท้อนอยู่ลึกๆ ครับ
แต่ในหนังสือเล่มนี้ ผู้เป็น บก.คัดสรร ก็เลือกที่จะหยิบยกมาสู่โจทย์ทางวิชาการตามที่ตั้งไว้แล้ว

โดยรวมแล้วผมก็เห็นด้วยกับ บก.พิเชฐ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Hiriotappa วันที่ : 07/07/2012 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ตัวเองไม่ได้เป็นศิลปิน แต่เมื่อตัวเองรู้สึกว่ามีอารมณ์ทางนี้ มันจะออกมาเองบางครั้งไม่ถึงสามสิบวินาทีได้กลอนมาหนึ่งบท ก็เลยคิดว่าเรื่องพวกนี้อย่าไปอะไรกับมันมาก คนเราบางทีโทษนั่นโทษนี่ได้แม้แต่สิ่งศักดิืสิทธิ์ก็โบ้ยไปโน่น แต่ก็ต้องมีอารมณ์กับสิ่งนั้นมันถึงจะออกมานั่นแหละครับ บางอย่างดูดี แต่เหมือนขาดอะไร เพราะนั้นไม่ได้มาจากใจ หรือ มาจากอารมณ์ แต่อาจออกมาได้เพราะใครสั่ง ออกมาได้เพราะต้องการผลลัพธ์อย่างใดอย่างหนึ่งให้ออกมาเป็นชิ้นงาน ดังนั้นมันจึงมีทั้ง กวีที่เสรแสร้ง และ มีทั้ง กวีที่มีแต่ผลประโยชน์นั่นเอง คำว่า กวีบริสุทธิ์ เริ่มจะค่อยๆจางหายไปและหาอารมณ์ไม่ค่อยเจอ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สุกรวดี วันที่ : 07/07/2012 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rojanar

เขียนได้แต่กลอน
ยังไม่เคยหัดเขียน-กวี จักเตื้อ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]