• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 617169
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม 2555
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1524 , 13:41:01 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล


ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คำประพันธ์บางชนิดสามารถเชื่อมโยงกลับไปหาความศักดิ์สิทธิ์ในปริมณฑลของศาสนาได้

เพราะจารึกที่เราพบว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนาเก่าแก่กว่าพันปีมาแล้ว คือคาถา เย ธัมมา นั้นก็ถูกบันทึกไว้ในรูปของ “ฉันท์” ซึ่งเป็นฉันทลักษณ์ที่มีต้นกำเนิดอยู่ชมพูทวีป (บันทึกด้วยอักษรปัลลวะของอินเดียใต้)

คำประพันธ์ประเภทฉันท์ จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับความศักดิ์สิทธิ์แบบพุทธศาสนา เพราะมีที่มาจากอินเดียโดยตรง

ขณะที่คำประพันธ์ประเภท “ร่าย” และ “โคลง” นั้นในระยะแรกๆ ผูกติดอยู่กับความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาผีสุวรรณภูมิ ดังจะเห็นได้จากการใช้ร่ายแต่งบทแช่งชักในโองการแช่งน้ำพระพัทธ์

ส่วนโคลงนั้นมีที่มาจากการขับลำสองฝั่งโขง ซึ่งก็เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาผีดั้งเดิมก่อนรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาเช่นกัน

แต่ในเวลาต่อมา เมื่อเส้นแบ่งระหว่างผี-พุทธเริ่มเลือนหาย คำประพันธ์ประเภทร่ายจึงถูกนำมาใช้ในพิธีกรรมของพุทธด้วย เช่นในกรณีของ กาพย์มหาชาติ ซึ่งกรมพระยาดำรงฯ อธิบายว่าแต่งขึ้นในสมัยพระเจ้าทรงธรรม

เพราะกาพย์มหาชาติไม่ได้แต่งด้วยกาพย์ แต่แต่งด้วยร่ายชนิดที่เรียกว่า “ร่ายยาว” มีทำนองและลีลาแบบเดียวกับที่พวกหมอผีหมอทำขวัญใช้ในการทำพิธี

แต่พัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงเวลาที่ยาวนาน ย่อมส่งผลให้หน้าที่การใช้งานของฉันทลักษณ์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นั่นคือคลายจากความศักดิ์สิทธิ์ลง และกลายมาเป็นเครื่องเล่นเพื่อความบันเทิง

โดย “ร่าย” น่าจะพัฒนามาสู่ความเป็น “กลอน” และสุดท้ายก็ลงตัวเป็น “กลอนแปด” ตามแบบฉบับนิทานกลอนของสุนทรภู่ที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเอง

คำกลอนเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา และในบางโอกาสยังเป็นเพียงเครื่องเล่นของชนชั้นสูงที่ใช้โต้ตอบกัน เช่นกรณีของเพลงยาวต่างๆ จำนวนมาก

“โคลง” ที่แต่ก่อนมักใช้ในพิธีกรรมของทางราชสำนัก หรือเขียนเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน ก็คลายขรึมขลัง เกิดวรรณกรรมโป๊เปลือยอย่างพระลอขึ้นในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ (พระลอไม่ใช่วรรณคดีอยุธยาอย่างที่อธิบายไว้ในสารานุกรมเยาวชนไทยแต่อย่างใด)

หรือลิลิตเตลงพ่าย ที่แม้จะสรรเสริญเกียรติกษัตริย์ตามขนบ แต่มีลีลาแบบโรแมนติค แสดงถึงแง่มุมการมองวรรณคดีที่เปลี่ยนไป

และด้วยความยากในการประพันธ์และเข้าถึง ทำให้ฉันทลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์บางชนิดอย่างเช่น “ฉันท์” ต้องเลือนหายไปจากสังคมไทยในที่สุด 

(แม้ว่าจะมีความพยายามดึงฉันท์ลงมาจากความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกันในช่วงหนึ่ง - โดยเฉพาะในยุคของชิต บุรทัต - แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับกลอนหรือโคลง)

ลีลาหรือแบบแผน (pattern) ของฉันทลักษณ์ จึงไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวของมันเอง แต่เป็นไปด้วยเนื้อหา และในปัจจุบัน ก็ไม่มีใครเห็นว่าฉันทลักษณ์ใดมีความศักดิ์สิทธิ์ในเชิงศาสนาอยู่อีกต่อไปแล้ว

พูดง่ายๆ ก็คือ “บทกวี” ไม่ได้มีความศักดิ์สิทธิ์อะไร บทกวีเป็นของประชาชนคนธรรมดา ที่ใครๆ ก็เขียนได้แต่งได้ จนในที่สุด คำที่ไร้ฉันทลักษณ์อย่างที่นิยมเรียกว่า “กลอนเปล่า” ก็ยังถูกนับเป็นบทกวี

อหังการของกวีอย่างอังคาร กัลยาณพงศ์ที่ให้สัมภาษณ์ไว้หลายครั้ง ว่าตนเอง “เป็นกวีมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว” จึงเป็นการผูกกวีเข้ากับความเชื่อทางศาสนาพุทธ (ที่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด) และยังสร้างเรื่องเล่า (myth) เป็นตำนานอัศจรรย์พันลึก 

ว่ากวีสามารถระลึกชาติได้ดุจเดียวกับพระอรหันต์

อังคารยังพยายามหลอมรวมตัวตนกวีเข้ากับความเป็นผู้ทรงศีลทรงพุทธิปัญญาแบบพุทธเถรวาท และบอกว่าหน้าที่ของกวีคือการสร้างศานติให้กับโลกมนุษย์ บทกวีมีคุณค่ามหาศาลนับไม่ได้ เป็นอนันตกาล และยกย่องความเป็นกวีราวกับว่ากวีคือผู้มาโปรดสัตว์ ดังเช่นบทที่ว่า กวี...

     จักมุ่งนฤมิตจิตรจักรวาล

ให้ซึ้งซาบกาพย์กลอนโคลงฉันท์ ไปทุกชั้นอินทร์พรหมพิมานสถาน

สร้างสรรค์กุศลศิลป์ไว้อนันตกาล นานช้าอมตะอกาลิโก  (ปณิธานกวี)

ความเชื่อนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แน่ แต่เกิดขึ้นด้วยความที่อังคารเองเป็นจิตรกรที่สมาทานลัทธิโรแมนติค และรับเอาความเชื่อเรื่องความดีงามสมบูรณ์แบบของ “ศิลปะ” มาไว้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด แล้วผนวกเข้ากับความเชื่อในพุทธศาสนาแบบไทยๆ ที่ปนอยู่กับความเชื่อเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆ 

(อังคารเคยให้สัมภาษณ์เรื่องอิทธิปาฏิหาริย์มากครั้ง เช่นครั้งหนึ่งเล่าว่าในสมัยเด็กเคยพูดว่าอยากกินขนุน ผลขนุนก็ร่วงลงจากต้นในทันใด)

“ศาสนา” และ “ศิลปะ” ที่ถูกตัดขาดออกจากกันแล้วโดยสิ้นเชิงในยุโรปนับแต่คริสต์ศาสนจักรหมดอำนาจ จึงกลับถูกจับมาผสมพันธุ์กันอย่างพิลึกกึกกือ ในบรรยากาศประชาธิปไตย (แบบไทยๆ)

ยิ่งกว่านั้น พุทธแบบของอังคาร ยังเป็นพุทธที่ห้ามเถียงห้ามแย้ง เป็นความดีงามสมบูรณ์แบบที่มีสัญลักษณ์แทนคือพระนิพพาน อันเป็นสัญลักษณ์พิเศษหนึ่งเดียวที่ไม่อาจพิสูจน์ แต่ก็ไม่อาจโต้แย้ง

ผมจึงออกจะเห็นด้วยกับบทความของสุรพศ ทวีศักดิ์ ที่ลงเผยแพร่ในมติชนออนไลน์ (เมื่อ "กวีธรรม" ใช้พุทธศาสนาเป็นอาวุธ) ว่าดูเหมือนในวันนี้ ศาสนาพุทธแบบของอังคาร กำลังพยายามยึดครองความถูกต้องเป็นของตนเองแต่ผู้เดียว และไม่เปิดโอกาสให้สรรพเสียงอื่นๆ ได้มีที่ทางของมันบ้างเลย

และคำให้สัมภาษณ์ของอังคารใน ASTV ผู้จัดการออนไลน์เร็วๆ นี้ก็แสดงให้เห็นว่าอังคารไม่มีความเข้าใจในปรากฏการณ์คนเสื้อแดงเลยแม้แต่น้อย ว่าไม่ได้เกิดขึ้นจาก “การซื้อ” ของทักษิณ แต่เกิดขึ้นจากโครงสร้างทางสังคมที่เหลื่อมล้ำและอยุติธรรมอันดำรงอยู่อย่างยาวนานเกินไปแล้วต่างหาก



ภาพจาก https://www.facebook.com/VoicesOfSiam





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]