• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 617031
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม 2555
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1538 , 14:41:43 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน มะอึก , hayyana โหวตเรื่องนี้

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล


ใน คู่มือเข้าใจชนชั้น วรรณะ ความเหลื่อมล้ำ ของเจเรมี ซีบรุก (แปลโดยทองสุก เกตุโรจน์ และสายพิณ ศุพุทธมงคล) กล่าวถึงคนจำนวนหนึ่งในโลกตะวันตก ที่ก้าวมามีบทบาทในอุตสาหกรรมดนตรีหรืออุตสาหกรรมบันเทิง (เช่นเป็นดารา นักร้อง) ว่า ถ้าระบบการผลิตในตะวันตกยังคงเป็นแบบเดิม คนเหล่านี้ก็คงไม่แคล้วต้องทำงานในเหมืองแร่หรือโรงถลุงเหล็ก

เพราะรากเหง้าของคนจำนวนนี้มิใช่อื่นใด แต่เป็นชนชั้นแรงงานนั่นเอง

ทุนนิยมสร้างภาพลักษณ์ที่สวยหรูให้กับอุตสาหกรรมบันเทิง สิ่งที่เราเห็นในโทรทัศน์จึงเป็นเพียงยอดสุดของปีระมิด ความมั่งคั่ง ความสำเร็จของดารานักร้องจำนวนน้อยนิดกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนจนๆ ที่ไร้หนทางทำกิน คิดฝันถึงความสำเร็จเยี่ยงเดียวกัน

(ดังปรากฏอยู่ในเนื้อเพลงลูกทุ่งจำนวนมากในปัจจุบันที่มักวนเวียนพูดถึงการ “ตามหาความฝัน” อยู่แล้วๆ เล่าๆ)

ความสำเร็จของอุตสาหกรรมบันเทิงก็เป็นเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมชนิดอื่น นั่นคือเผยตัวเองออกมาเฉพาะส่วนยอด เผยถึงความสำเร็จอันงดงามของนักร้องนักแสดง นายทุน ไม่ผิดกับที่สตีฟ จอบส์ กลายเป็นตัวแทนความสำเร็จของแวดวงอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์

ขณะเดียวกันก็ปิดบังกดทับเรื่องของแรงงานที่ใช้ในการผลิตไม่ให้ใครได้มองเห็นความเลวร้าย เช่นเดียวกับการใช้แรงงานในประเทศจีนผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ด้วยอัตราจ้างที่ต่ำผิดปกติ ส่วนในอุตสาหกรรมดนตรี ก็ไม่มีใครใส่ใจเลยว่านักแต่งเพลงและเรียบเรียงเสียงประสานในระดับล่างๆ นั้นได้ค่าตอบแทนเพียงน้อยนิดและไม่เป็นธรรม

หนังสือของเจเรมี ซีบรุก เล่มนี้เขียนขึ้นเมื่อราวสิบปีที่แล้ว ประเด็นสำคัญที่ซีบรุกตั้งไว้ก็คือ “ชนชั้น” หายไปไหน

ซีบรุกวิเคราะห์อย่างละเอียดถึงปรากฏการณ์ในสังคมตะวันตก ว่าปัญหาเรื่อง “ชนชั้น” ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกระบบทุนนิยมทำให้เปลี่ยนมาเป็นปัญหาเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำ” แทน เพื่อกลบทับความจริงเรื่อง “ชนชั้น” ที่แท้จริงแล้วยังคงดำรงอยู่

เพราะในโลกทุนนิยม การกล่าวถึง “ความเหลื่อมล้ำ” ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าปัญหานี้เป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง ที่ต้องอาศัยการจัดการโดยรัฐเท่านั้น (จึงเป็นสิ่งที่ไกลตัวและเกินจะแก้ไขด้วยวิธีอื่นๆ)นอกจากนั้นแนวคิดว่าด้วย “ความเสมอภาคทางโอกาส” ที่ทางรัฐโฆษณา ยังสร้างมายาคติให้ผู้คนจำนวนมากยอมรับสถานภาพที่ต่ำต้อยของตน ว่าเกิดจากความไร้ประสิทธิภาพของตนเอง

ทั้งๆ ที่ความเสมอภาคทางโอกาสนั้นไม่มีอยู่จริง

ซีบรุกตั้งคำถามว่าชนชั้นแรงงานหายไปไหนในโลกตะวันตก เพราะขณะที่วิถีชีวิตในโลกตะวันตกเต็มไปด้วยธุรกิจในภาคบริการ แต่ทุกคนก็ยังมีกระดุม มีเสื้อผ้า มีสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างล้นเกิน แล้วใครกัน ที่เป็นชนชั้นแรงงานผู้ผลิตสิ่งเหล่านี้

คำตอบจึงเป็นว่า “ชนชั้นแรงงาน” ไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกทำให้กระจัดกระจายไปอยู่ยังโลกที่สามต่างหาก แรงงานเหล่านี้อยู่ในโรงงานของประเทศที่กำลังพัฒนาแถบเอเชียใต้ ด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ของโลกาภิวัตน์

ชนชั้นแรงงานที่ถูกทำให้กระจัดกระจายเช่นนี้จึงไม่เคยมี “จิตสำนึกร่วม” ในความเป็นชนชั้นกรรมาชีพ แบบที่เคยเป็นมาก่อนในโลกตะวันตก ส่งผลให้การเคลื่อนไหวต่อสู้กับการเอารัดเอาเปรียบของนายทุนเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น

นอกจากนั้น ชนชั้นแรงงานยังถูกปรับเปลี่ยนและกล่อมเกลาทัศนะโดยระบบทุน ด้วยมายาคติว่าด้วยความสำเร็จและมั่งคั่ง ซีบรุกกล่าวว่า

“คนจนในวันนี้ดูเหมือนเป็นผู้พึ่งพิงมากกว่าเป็นเหยื่อของคนรวย คนจนเลิกอิจฉาคนรวยซึ่งมีทรัพย์สมบัติมากมาย อันที่จริง พวกเขาคิดว่าชะตากรรมของพวกเขาขึ้นอยู่กับคนรวย และหวังว่าการมีโชคของคนรวยจะเผื่อแผ่มาถึงพวกเขาบ้าง และท้ายที่สุด ทุกคนก็จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ”

มายาคตินี้ครอบงำกระทั่งชนชั้นกลางจำนวนมากที่แม้ว่าจะตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำ แต่กลับไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากใช้ชีวิตไปวันๆ กับบริโภคไปตามกระแส แกล้งทำเป็นลืมและมองไม่เห็นความยากจนข้นแค้นของชนชั้นแรงงานที่ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบ กระทั่งจะขึ้นค่าแรงให้เป็นวันละสามร้อย ก็ยังใจดำคัดค้านกันอย่างไม่ลืมหูลืมตาด้วยอคติทางการเมือง

ซีบรุกสรุปสถานการณ์เช่นนี้ไว้ว่า

“การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่อาจทำได้ หากเราไม่รู้สึกว่าความอยุติธรรมเป็นสิ่งน่ารังเกียจ นี่เป็นความรู้สึกที่ขาดหายไปจากโลกสมัยใหม่ 

มันถูกแปรเป็นความเฉยชาไม่ยินดียินร้าย เพราะอิทธิพลของรูปเคารพ ของทรัพย์สินและความมั่งคั่งที่ปรากฏในสื่อของทุกประเทศ”



คู่มือเข้าใจชนชั้น วรรณะ ความเหลื่อมล้ำ ของเจเรมี ซีบรุก ฉบับภาษาอังกฤษ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 25/08/2012 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ชนชั้น ยังมีอยู่จริงครับ ขนาดนั่งรถไฟยังมี

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
insanetheater วันที่ : 25/08/2012 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
  Anything too stupid to be said is sung (Voltaire)   

ผมชอบข้อสรุปง่ายๆ แต่เป็นจริงที่สุดว่า - การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่อาจทำได้ หากเราไม่รู้สึกว่าความอยุติธรรมเป็นสิ่งน่ารังเกียจ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
hayyana วันที่ : 25/08/2012 เวลา : 02.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

อธิบายว่าควรจะขึ้นค่าแรงงาน
เพียงแต่การนำมาใช้โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไม่วางแผนให้ดี ธุรกิจที่จู่ๆต้นทุนเพิ่มขึ้นทันทีจะปรับตัวไม่ได้ ตายครับ ล้มกันระนาว มีธุรกิจหลายหมื่นรายที่ไม่ได้มี margin มากมายสำหรับรองรับ 300 บาท จะอธิบายได้ยังไงล่ะครับ
หรือปล่อยให้มันพังไปเลย
ดูๆแล้วพูดแบบนี้ก็จะบอกว่าผมปกป้องชนชั้นกลางอีกหรือเปล่าครับเนี่ย

ปล.
เห็นด้วยกับหนังสือที่เขียน “คนจนในวันนี้ดูเหมือนเป็นผู้พึ่งพิงมากกว่าเป็นเหยื่อของคนรวย คนจนเลิกอิจฉาคนรวยซึ่งมีทรัพย์สมบัติมากมาย อันที่จริง พวกเขาคิดว่าชะตากรรมของพวกเขาขึ้นอยู่กับคนรวย และหวังว่าการมีโชคของคนรวยจะเผื่อแผ่มาถึงพวกเขาบ้าง และท้ายที่สุด ทุกคนก็จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ”

เลือกตั้งก็จะนิยมเลือกคนรวยมีอิทธิพลไว้ก่อน มีงานวิจัยออกมาว่าเช่นนั้น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
insanetheater วันที่ : 25/08/2012 เวลา : 01.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
  Anything too stupid to be said is sung (Voltaire)   

ค่าแรงวันละ 300 เท่ากับ 5 วันได้เงิน 1500 บาท ไม่ทราบว่าคุณเคยใช้ชีวิตแบบนี้มั้ยครับ คุณ hayyana เคยอยู่บ้านเช่ามั้ย รู้มั้ยว่าค่าเช่าเท่าไร รู้มั้ยว่าภาระค่าใช้จ่ายของคนงานทั่วๆ ไปมีมากแค่ไหน ยิ่งถ้าเขามีลูก มีครอบครัว มีพ่อแม่ต้องดูแล แล้วขณะที่หัวหน้างานได้เงินเดือนเป็นแสน แล้วคนงานได้เงินเดือนไม่กี่พัน นี่คืออะไร คุณอธิบายอะไรได้แค่ไหน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 25/08/2012 เวลา : 00.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

300 บาท ไม่ได้ไม่เห็นด้วยเลย
แต่ปฏิบัติสุ่มสี่สุ่มห้าก็คือฆ่าทิ้งธุรกิจขนาดย่อม เหลือไว้แต่ระดับบิ๊กๆ
ทำไมถึงเหมาว่าเป็นอคติทางการเมืองครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เจ้ไฝ วันที่ : 24/08/2012 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maymind
Natapat  Chiengchai

ของแสดงความเห็นเห็นหน่อยนะคะ

ไฝคิดว่าสถานการณ์ในสังคมปัจจุับัน บีบบังคับให้คนเราต้องยอมรับในความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้น ยอมรับในสถานะของตัวเราเอง และยอมรับว่าสังคมไม่มีความเท่าเทียมกันในทุกเรื่อง คนจนอย่างเราไม่มีอำนาจในการต่อรองกับคนรวย คนรวยเหยียบย่ำให้คนจนไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลย ตัดกำลังคนจนทุกทางเพื่อให้หมดหนทางในการเรียกร้องสิทธิ์ต่างๆ บางครั้งเราอยากจะต่อต้านและเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเอง แต่ต้องยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีทางต่อกรกับคนรวยได้เลย ก็เลยต้องพับเก็บความคิดแล้วก้มหน้าก้มตาทำมาหากินเท่าที่เราทำได้ต่อไป แม้บางครั้งคนจนรวมกันเป็นกลุ่มๆเพื่อให้มีพลังในการต่อรองมากขึ้น ในที่สุดก็ต้องล้มเลิกไปอยู่ดี เพราะเรามีแต่พลังความคิดและอุดมการณ์แต่ขาดปัจจัยสำคัญอื่นและอำนาจ ......ถ้ามีคนรวยในสภา ให้การสนับสนุนให้มีการปรับค่าจ้างแรงงานเป็น 300 บาท รับรองว่าอนุมัตไปนานแล้ว คนที่ค้านๆๆๆกันเรื่องมีก็คนรวยนั่นแหล่ะ เพราะพวกมันเอาแต่คนรวยเป็นที่ตั้ง ไม่เคยคิดว่าคนจนจะมีกินมั้ย เพราะกลัวว่าคนจนจะลืมตาอ้าปากได้ ...การเมืองนี่แหล่ะทำให้ประเทศไทยล่มจม เพราะคนเห็นแก่ตัวที่นั่งสูบเลือดประเทศอยู่ในสภา........

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]