• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 618008
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม 2555
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1626 , 13:24:36 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

 

เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา มีข่าวว่าทางราชบัณฑิตได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประมาณ 300 ชุด เกี่ยวกับการเขียนคำยืมจากภาษาอังกฤษในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542

นางกาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต และนายกสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ทางราชบัณฑิตตรวจสอบพบว่ามีคำศัพท์ที่ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษ 176 คำ เขียนผิด และไม่ตรงกับเสียงวรรณยุกต์ของคำนั้นๆ ตามอักขรวิธีไทย และการอ่านออกเสียง 

ปัญหานี้เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการถอดคำ หรือว่ายืมคำมาจากภาษาอังกฤษ เมื่อแปลมาเป็นภาษาไทย ไม่ได้เติมวรรณยุกต์เสียงเอก โท หรือตรี รวมทั้ง ไม้ไต่คู้ ให้ตรงตามอักขรวิธีไทย อย่างคำว่า "แคลอรี" การเขียนให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็น "แคลอรี่" หรือว่าคำว่า "โควตา" ถ้าจะให้ตรงกับการออกเสียงต้องเป็นคำว่า "โควต้า" รวมทั้ง "เรดาร์" ต้องเป็นคำว่า "เรด้าร์" เพื่อให้ตรงตามเสียงของคำนี้ เป็นต้น

(มติชนออนไลน์)

ซึ่งผลที่ได้ มีเช่นการให้ใส่ไม้ไต่คู่ เช่น ซีเมนต์ เปลี่ยนเป็น ซีเม็นต์ หรือเปลี่ยนพยัญชนะเป็นอักษรสูง เช่น คอร์ด เปลี่ยนเป็น ขอร์ด

หรือเพิ่มอักษร ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก เช่น กะรัต เป็น กะหรัต และเพิ่มวรรณยุกต์ เช่น โครเมียม เป็น โครเมี่ยม / กลูโคส เป็น กลูโค้ส / บาสเกตบอล เป็น บ๊าสเก้ต บอล เป็นต้น

การเขียนภาษาต่างชาติให้ตรงเสียงอ่านดูจะเป็นปัญหาของการใช้ภาษาไทยมานานแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ เท่าที่ผมจำได้ ทางราชบัณฑิตดูเหมือนจะคิดเห็นไปอีกทาง คือพยายามไม่ให้มีการใส่วรรณยุกต์กำกับเสียงลงไป

แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ถึงต้องการกลับมาเคร่งครัดกับเรื่องนี้

ทั้งๆ ที่รู้กันอยู่ว่าอย่างไรเสีย เสียงวรรณยุกต์ต่างๆ นั้นไม่มีทางที่จะตรงความเป็นจริงไปได้ เนื่องด้วยภาษาอังกฤษนั้นจะเปลี่ยน tone เสียงไปตามจังหวะของรูปประโยค ซึ่งทำให้ tone เสียงในภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว

ผมมีข้อสังเกต ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะถูกต้องแค่ไหน แต่ขอเสนอไว้ว่าเราควรลองกลับไปพิจารณาการแปลภาษาต่างๆ ในเอกสารเก่าๆ กันก่อนดีไหม ว่านักปราชญ์ราชบัณฑิตรุ่นก่อนคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

เท่าที่ผมตรวจสอบ การสะกดคำในภาษาต่างชาติของเรา ดูจะอธิบายแนวคิดของการถอดเสียงได้บ้าง ว่าเรายึดตาม “หลักเกณฑ์ของภาษาเดิม” ซึ่งเป็นที่มาในระดับหนึ่ง

เช่นการถอดคำบาลีสันสกฤตมาเป็นไทย จะไม่มีการใช้วรรณยุกต์ไม้เอกไม้โทเป็นอันขาด คำเหล่านี้พบได้มากมายในราชาศัพท์ ที่ล้วนแล้วแต่ไม่มีวรรณยุกต์ทั้งสิ้น เช่นพระดรรชนี พระหัตถเลขา พระอุระ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะภาษาเดิม (บาลีสันสกฤต) นั้นเป็นภาษาที่ไม่มีวรรณยุกต์อยู่แล้ว

เช่นเดียวกับเมื่อเราถอดคำเขมรออกมา เช่นคำนับ สำราญ บรรทม บังคน ก็ไม่มีการใส่วรรณยุกต์ เพราะภาษาเขมรก็เป็นภาษาที่ไม่มีวรรณยุกต์เช่นเดียวกัน

(อาจมีบางคำที่แปลกออกไปเช่น เสน่ง หรือ เขม่า แต่ในเอกสารโบราณหลายฉบับเราก็อาจพบที่สะกดว่า เสนง หรือ เขมา ด้วย)

ภาษามอญก็เป็นเช่นเดียวกัน (ไม่มีวรรณยุกต์) ดังนั้นชื่อของชาวมอญในราชาธิราชเกือบทั้งหมดจึงไม่พบวรรณยุกต์ เช่นมุอายลาว มราหู มะยีกำกอง นอกจากนั้นในท่อนที่ถอดจากภาษามอญมาเต็มๆ ก็แทบไม่พบการใช้วรรณยุกต์ เช่นในตอนหนึ่งว่า “ปะตุปุตองก็มีสีตกวงกามันสองเตาะ” เป็นต้น

ภาษาอังกฤษที่ปรากฏในชื่อของชาวต่างชาติในสมัยก่อนก็เป็นเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น บรัดเลย์ สมิท ทอมสัน โรบินซัน หรือคำอย่างมักกะโรนี แซนด์วิช เป็นต้น เพราะภาษาอังกฤษนั้นไม่มีวรรณยุกต์

เหมือนที่ในคัมภีร์พระคริสตธรรมใหม่ ก็ไม่เคยใช้วรรณยุกต์ในการสะกดชื่อนักบุญต่างๆ เช่น มัทธิว มาระโก ลูกา เป็นต้น

แต่กับภาษาบางภาษาที่มีเสียงวรรณยุกต์ นักปราชญ์รุ่นก่อนดูจะเข้าใจความแตกต่างนี้ และถอดเสียงด้วยการใช้วรรณยุกต์อย่างชัดเจน ในพงศาวดารจีนเราจึงพบชื่อ เล่าปี่ ขงเบ้ง ฮั่นสิน ฌ้อปาอ๋อง ฮั่นเต้ เป็นเรื่องปกติ

เหมือนกับภาษาลาว ที่มีเสียงวรรณยุกต์เช่นเดียวกับภาษาไทยและจีน เราก็พบชื่อบุคคลอย่าง ท้าวฮุ่ง อ้ายคว่าง ไซ่ลือ ท้าวป่ง ขุนเกื่อน ในโคลงห้าเรื่องท้าวฮุ่ง เช่นกัน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสังเกต (ที่อาจยังมีข้อบกพร่อง) และไม่ได้เป็นหลักเกณฑ์ที่ผมต้องการจะบอกให้ยึดติดอยู่กับมันแต่อย่างใด เพราะสรรพสิ่งล้วนต้องการการเปลี่ยนแปลง

เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงที่รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ราชบัณฑิตนั้นเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ผิดธรรมชาติ เพราะมันเกิดขึ้นจากคำสั่งของคนภาคกลางจำนวนน้อยที่จงใจครอบงำสังคมซึ่งมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมต่างๆ กันไป

ภาษาไทยกลางนั้นเป็นเครื่องหมายของการกดขี่ เพราะมันหมายถึงการที่ชาวเหนือ ชาวอีสาน ชาวใต้ หรือกลุ่มคนที่พูดเหน่ออย่างแถวอยุธยาหรือสุพรรณ ต้องถูกบังคับใช้วรรณยุกต์อย่างภาคกลางเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ในชีวิตจริง คนเหล่านี้ไม่เคยอ่านออกเสียงตามนั้น

คนภาคกลางเคยคิดบ้างไหมว่าการบังคับให้เขาสะกดวรรณยุกต์แบบภาคกลาง แต่ในชีวิตจริงพูดด้วยสำเนียงอีกอย่างนั้นจะทำให้เขาสับสนกันเพียงใด

ดังที่ผมเคยพบป้าย (เขียนด้วยลายมือ) ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เขียนบอกให้ลูกค้าถอดรองเท้า แต่กลับสะกดเป็นว่า “กรุณาทอดรองเท้า

แล้วเราจะทำอย่างไรกับกรณีแบบนี้เล่า ก็ในเมื่อในชีวิตจริงเขาไม่เคย “ถอด” รองเท้ากันสักหน่อย และเคยแต่ “ทอด” รองเท้ากันต่างหาก





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]