• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 625347
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันเสาร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1852 , 13:07:26 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ใบเฟิร์นข้าหลวง โหวตเรื่องนี้

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

 

จากการพูดคุยกับมิตรสหายชาวชาติตะวันตกจำนวนหนึ่ง ผมพบว่าคนเหล่านี้มักไม่กลัวผีแบบคนไทยส่วนมาก กระทั่งบางคนยังไม่อาจทำความเข้าใจถึงแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องผีๆ สางๆ แบบไทยด้วยซ้ำ

ผมคิดว่าเรื่องผีๆ ในสังคมตะวันตกคงมีสถานภาพที่แตกต่างไปจากของเรา นั่นคือแม้ในบางครั้งจะมีความเชื่อเรื่องผีหรือดวงวิญญาณ (ดังที่ปรากฏในหนังฝรั่งหลายๆ เรื่อง) แต่ไม่ใช่ในภาพลักษณ์ของผีที่คอยาว หน้าเละ วิ่งไล่บีบคอแบบไทยๆ เป็นแน่

ดูง่ายๆ จากบทละครเรื่องแฮมเล็ตของเช็คสเปียร์ ปฏิกิริยาของแฮมเล็ตเมื่อพบกับผีบิดาที่ตายไปนั้นไม่ใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นความสมเพชเวทนามากกว่า

เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าความกลัวผีในสังคมไทยเกิดจากการปลูกฝังโดยผู้ใหญ่ให้แก่เด็กตั้งแต่ยังเล็กๆ เลยทีเดียว และการขู่ให้กลัวว่าผีจะหลอก ตำรวจจะจับ ก็ดูจะมาพร้อมๆ กัน

นั่นคือการขู่ด้วยอำนาจลึกลับ ซึ่งในสายตาคนจำนวนมากแล้ว ตำรวจและหน่วยงานราชการทั้งหลายนั้นคงมีลักษณะลึกลับไม่แพ้ผีสางกระมัง จึงนิยมยกเอาตำรวจมาขู่ให้เด็กๆ กลัวด้วย

สังคมไทยจึงเป็นสังคมที่กำราบเด็กด้วยความกลัว โดยอาศัยการขู่เข็ญเป็นช่องทางหลัก

นับแต่เรื่องปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์ของวัยรุ่น ที่ทางการไม่สามารถปราบปรามได้สำเร็จ จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการปักป้ายข่มขู่ต่างๆ เช่นว่า ‘ที่ตรงนี้มีเด็กแว้นตาย’ หรือประโยคอื่นๆ ทำนองนี้ เป็นต้น

จับไม่ได้ก็ใช้ขู่ ขู่เพื่อให้กลัวความตาย

(การขู่นี้ใช้ได้ผลหรือไม่คงเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ไม่ยาก)

การขู่ด้วยความตายนี้พบมากในโฆษณาประกันชีวิต ที่มักผูกเรื่องเป็นดราม่าโรแมนติค เน้นความสะเทือนใจให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกกลัวตาย หรือกลัวว่าถ้าตายแล้วลูกหลานจะเดือดร้อน

ยิ่งกว่านั้นยังพบอยู่ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ (ซึ่งที่จริงก็ไม่เล็กๆ น้อยๆ) เช่น การแสดงภาพผู้ป่วยหนักเป็นโรคโน้นโรคนี้บนซองบุหรี่ เพื่อให้ผู้สูบบุหรี่เกิดความหวาดกลัว

ทั้งๆ ที่ไม่มีประเทศไหนทำแบบนี้ คำแนะนำถ้าจะมีก็เป็นเพียงตัวหนังสือ บรรยายโทษของการสูบบุหรี่ แต่การลงภาพสยดสยองบนซองบุหรี่เพื่อสร้างความหวาดกลัว (และดูเหมือนจะเป็นการรุกรานสิทธิของผู้บริโภคด้วยซ้ำ) ดูเหมือนจะเกิดขึ้นได้ในประเทศไทยแห่งเดียวเท่านั้น

การขู่เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจ กระทำต่อผู้ด้อยอำนาจ (ผู้ด้อยอำนาจจะไปขู่ผู้มีอำนาจได้อย่างไร) การกระทำหลายๆ อย่างเช่นที่ยกมาของรัฐไทย จึงแสดงให้เห็นทัศนคติของรัฐ ที่เห็นประชาชนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา

ไม่ได้เห็นหัวประชาชนซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นเจ้าของประเทศและเจ้านายของรัฐบาลเลยแม้แต่น้อย

ผมไม่รู้ว่าการขู่กลายมาเป็นวัฒนธรรมการใช้อำนาจกระแสหลักของรัฐไทยได้อย่างไรในปัจจุบัน แต่อย่างน้อยเรื่องนี้น่าจะสืบสาวย้อนกลับไปได้อย่างน้อยก็ในสมัยสงครามเย็น ในช่วงรัฐบาลเผด็จการทหาร ที่มีสโลแกนต้านคอมมิวนิสต์ เช่น ‘คอมมิวนิสต์มา ศาสนาหมด’ เป็นต้น

ขู่พุทธศาสนิกชนด้วยความเป็นมารศาสนาของลัทธิประหลาดที่ชาวบ้านชาวช่องหาได้รู้จักกันไม่

วัฒนธรรมการ ‘ขู่’ ดำเนินต่อเนื่องยาวนาน บางกรณีดูไปอาจไม่เหมือนการขู่ แต่จริงๆ แล้วก็คือขู่ เช่นกรณีลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่ในการรณรงค์ มีการชี้นำคล้ายๆ กับว่า ถ้าประชาชนลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คณะรัฐประหารอาจจะเลือกหยิบเอาฉบับใดก็ได้ มาใช้แทน 

ซึ่งแน่นอนว่านั่นย่อมน่ากลัวกว่าการยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ไปพลางๆ ก่อน เพราะอย่างน้อยก็ยังสามารถรู้ล่วงหน้าได้บ้างว่าจะมีอะไรในรัฐธรรมนูญ

นอกจากนั้นหลายคนยังยืนยันว่าให้รับไปก่อน แล้วค่อยมาแก้ตอนหลังหากมีข้อบกพร่อง

แต่ผลปรากฏออกมาในวันนี้เป็นอย่างไรคงไม่ต้องพูดมาก เพราะรู้ๆ กันอยู่แล้ว

เมื่อสังคมไทยเคยชินกับการใช้การขู่ให้กลัวบังคับควบคุมผู้ด้อยกว่า การตั้งคำถามจากผู้ถูกควบคุมจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับ เพราะนั่นย่อมทำลายโครงสร้างทางลำดับชั้นที่สถาปนาครอบงำสังคมไทยมาเป็นเวลานานแล้ว

ดังนั้นเมื่อเด็กบางกลุ่มเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าทำไมต้องตัดผมทรงนักเรียน ทำไมต้องใส่เครื่องแบบ การขู่จึงเปล่งเสียงคำรามมาจากกลุ่มผู้ใหญ่หัวอนุรักษนิยมจำนวนมากในทันที

เริ่มจากการขู่ว่าน้องๆ ยังไม่มีวุฒิภาวะพอจะคิดได้เองหรอก ถ้าปล่อยให้น้องทำอะไรตามใจ สังคมคงจลาจลเป็นแน่ 

บางคนก็อ้างว่าสังคมจะปราศจากกฎระเบียบไม่ได้ และเด็กๆ จะเข้าใจเรื่องนี้ก็ต่อเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วเท่านั้น ทั้งๆ ที่ไม่มีตรรกะไหนเลยที่ชี้ว่า ถ้านักเรียนสามารถไว้ผมทรงใดก็ได้ตามใจ แล้วจะนำพาสังคมไปสู่ภาวะไร้ระเบียบอย่างไร

ผู้ใหญ่บางคนถึงกับขู่จะทำร้ายร่างกายเยาวชนที่แสดงความเห็นเรื่องดังกล่าวถ้าได้พบหน้า

อำนาจเป็นสิ่งเสพติด 

มีพิษร้าย ทำลายสมองและวุฒิภาวะของคนเป็นอย่างยิ่ง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เจ้าสำนักหมื่นกระบี่ วันที่ : 31/05/2013 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/storyman
FaceBook https://www.facebook.com/sommailampang

น่าสนใจมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    



[ Add to my favorite ] [ X ]