• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 625102
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันอาทิตย์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 7761 , 14:04:54 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

 

Les Misérables เป็นวรรณกรรมเรื่องสำคัญในภาษาฝรั่งเศสของ Victor Hugo มีความยาวถึง 2,783 หน้ากระดาษ แบ่งออกเป็นห้าภาค นับเป็นนิยายที่ยาวมากเรื่องหนึ่ง

นิยายเรื่องนี้พิมพ์ครั้งแรกในปี 1862 และประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ได้รับความนิยมทั่วยุโรป (แม้จะได้รับการวิจารณ์ทั้งในแง่บวกและลบ)

เนื้อเรื่องย่อๆ พูดถึงตัวเอกชื่อว่า Valjean ถูกจับติดคุก 19 ปีด้วยข้อหาขโมยขนมปังเพียงก้อนเดียว ตัวละครเอกตัวนี้เป็นชนชั้นล่าง แต่มีลัักษณะพิเศษคือมีเรี่ยวแรงมหาศาล

Valjean ออกจากคุก และไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม สุดท้ายได้เข้าไปในอารามแห่งหนึ่ง บาทหลวง Myriel ได้กรุณาให้ที่พักพิงแก่เขา แต่ด้วยความที่ไม่ไว้ใจใคร Valjean จึงทรยศบาทหลวงด้วยการขโมยของจากโบสถ์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับได้ และส่งตัวกลับไปให้หลวงพ่อ Myriel

แต่แทนที่หลวงพ่อ Myriel จะโกรธเกรี้ยวและบอกให้เจ้าหน้าที่ลงโทษ Valjean หลวงพ่อกลับพูดปดต่อเจ้าหน้าที่ว่าเขาเป็นคนมอบทรัพย์สมบัติเหล่านั้นให้ Valjean เอง

นี่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Valjean มองโลกต่างออกไปจากเดิม และตัดสินใจเปลี่ยนตัวตน ลบชื่อเดิมและก่อร่างสร้างตัวใหม่ กลับตัวกลับใจเป็นคนดี

ผ่านไปหลายปี ผู้คุม Javert ที่เคยควบคุมตัว Valjean กลับมาพบตัวเขา และเริ่มจดจำได้ว่า Valjean เป็นผู้ร้ายหนีคดี ตอนแรก Valjean ตั้งใจจะยอมรับผิด แต่เขากลับรับปากโสเภณีนางหนึ่งที่ตายไปว่าจะช่วยดูแลลูกสาวของเธอ Valjean จึงต้องพาลูกสาวของโสเภณีคนนั้นหนีเร่ร่อนต่อไป

ในส่วนสุดท้าย กล่าวถึง Cosette บุตรสาวโสเภณีที่ Valjean เลี้ยงไว้ ได้เติบโตขึ้นและพบรักกับหนุ่มนักปฏิวัติชื่อ Marius ในส่วนนี้กล่าวถึงการประท้วงปี 1832 เร่ืองจริงในกรุงปารีสที่ผู้แต่งได้มีโอกาสพบเห็นด้วยตนเอง

ผมต้องสารภาพว่ายังไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ฉบับเต็มเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่อาศัยอ่านข้อมูลจากหลายแหล่งที่มีผู้วิเคราะ์วิจารณ์เอาไว้ โดยล่าสุด หนังสือเล่มนี้ได้กลายเป็นภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทยแล้วตั้งแต่ต้นเดือน

แต่หนังเรื่อง Les Misérables ที่เข้าฉายอยู่นี้ ไม่ได้ถอดมาจากหนังสือ แต่ถอดมาจากละครเพลง (musical) ชื่อเดียวกัน ซึ่งได้รับการประพันธ์ขึ้นในปี 1980 และได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ละครเพลงเรื่องนี้แม้จะมีชื่อเสียง แต่ก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบว่าบิดเบือนและลดทอนเนื้อหาสาระของหนังสือต้นฉบับไปมาก

ยิ่งในฉบับภาพยนตร์ด้วยแล้ว นักวิจารณ์หลายคนเห็นตรงกันว่า ถ่ายทำอย่างยืดเยื้อ ไม่มีการปรับเทคนิคละครเวทีให้เข้ากับความเป็นภาพยนตร์ ส่งผลให้ในหลายๆ ฉากมีการแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่ล้นเกิน

ซึ่งผมออกจะเห็นด้วยกับความเห็นเหล่านี้ โดยเฉพาะประเด็นการร้องเพลงซ้ำซาก โดยอาศัยท่วงทำนองที่ติดหูฟังง่ายเข้าว่า ยิ่งในส่วนของบทสนทนาแล้ว ทั้งเรื่องเดินเป็นทำนองซ้ำๆ ที่แทบจะไม่เคลื่อนไปไหน

นอกจากนั้นยังมีเรื่องของภาพ close-up ที่นักวิจารณ์จำนวนหนึ่งเห็นว่ามากเกินไป โดยเฉพาะในฉากที่ตัวละครบรรยายความรู้สึก ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้ ดูเหมือนจะเกิดจากการที่หนังไปยึดติดกับการแสดงแบบ musical เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ละครแบบ musical นั้นจำเป็นต้องมีบทบรรยายความรู้สึกเช่นนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลหนึ่งคือตัวละครนั้นอยู่ห่างไกลจากคนดู และทำให้คนดูไม่เห็นใบหน้าของตัวละครชัดนัก

บทบรรยายความรู้สึกนี้จึงมีจุดประสงค์จะสื่อสารกับผู้ชมที่อยู่ไกลจากเวที แต่ในกรณีของหนัง ลักษณะการถ่ายทำที่เอื้อให้เกิดการ close-up ภาพเข้าใกล้ใบหน้าของตัวละคร ย่อมทำให้ภาพของตัวละครนั้นสื่อสารกับผู้ชมได้โดยตรงอยู่แล้ว ดังนั้น ผลของการรักษาบทบรรยายยืดยาวนั้นไว้พร้อมๆ กับการ close-up ใบหน้าของตัวละคร จึงเป็นการกระทำที่ซ้ำซ้อน ส่งผลเป็นการแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่ล้นเกิน

ยิ่งถ้ากล่าวเฉพาะในส่วนของดนตรี มีการถกเถียงกันมานานแล้วในสหรัฐอเมริกาว่า musical เรื่องนี้ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างล้นหลามได้อย่างไร เพราะถ้าเทียบกับงาน musical ชั้นดีเรื่องอื่นๆ ตัวอย่างเช่น West Side Story ที่แต่งโดยเลียวนาร์ด เบิร์นสไตน์ (Leonard Bernstein) แล้ว ต้องยอมรับว่าดนตรีใน Les Misérables ยังไปได้ไม่แม้แต่จะใกล้เคียงคุณภาพระดับนั้นเลยแม้แต่น้อย

อีกทั้งด้วยข้อจำกัดของความเป็นหนัง ทำให้ไม่สามารถอภิปรายรายละเอียดจำนวนมากที่ซ่อนอยู่ ผมจะยกตัวอย่างแค่กรณีเดียวคือการประท้วงเดือนมิถุนายน 1832 ที่ตัวละครหลายตัวไปมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตัวเอกในภาคหลังคือ Marius คู่รักของ Cosette

ประเด็นสำคัญของการประท้วงครั้งนั้น คือความไม่พอใจของเหล่านักสาธารณรัฐนิยม ที่สามารถโค่นบัลลังก์กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 5 แห่งราชวงศ์บูร์บงได้สำเร็จในปี 1830 แต่ชนชั้นนำในเวลาต่อมา แทนที่จะสถาปนาระบอบสาธารณรัฐขึ้นในฝรั่งเศส กลับไปยกพระเจ้าหลุยส์ ฟิลิปป์ สายวงศ์ของนโปเลียนขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน

ปูมหลังที่หนังไม่อาจสื่อออกมาคือเรื่องราวซับซ้อนของครอบครัว Marius เพราะในเรื่องจริงๆ นั้นมีรายละเอียดว่า พ่อของ Marius เป็นฝ่ายที่สนุบสนุนนโปเลียน แต่ปู่ของ Marius กลับเป็นฝ่ายกษัตริย์นิยมแบบเก่า

ความขัดแย้งในใจของ Marius ที่ไม่อาจเลือกข้างใดข้างหนึ่ง จึงจบลงตรงที่ไม่เป็นทั้งสองข้าง นั่นคือความเป็นนักสาธารณรัฐนิยม ไม่เอาทั้งนโปเลียนและราชวงศ์บูร์บง แต่ต้องการระบอบสาธารณรัฐ

อย่างไรก็ตามการประท้วงเดือนมิถุนายนจบลงด้วยความล้มเหลว และฝรั่งเศสหลังจากนั้นก็ถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัวต่อมาอีกเป็นเวลานาน จนกว่าจะเกิดสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่แท้จริงขึ้นได้

ที่จริงถ้าจะลองสังเกตดูสารที่หนังเรื่องนี้สื่อออกมาทีละขั้นตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้เชื่อในเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองอะไรมากนัก (โดยเฉพาะเมื่อนำเสนอฉาก climax ที่แสดงความล้มเหลวของนักปฏิวัติในปี 1832 แถมในตอนจบ ตัวเอก Marius ยังกลับไปคืนดีกับปู่ผู้อยู่ฝ่ายกษัตริย์นิยม)

แต่หนังเรื่องนี้ ดูจะตั้งใจให้น้ำหนักไปในเรื่องของคุณธรรมความดีมากกว่า

โดยใช้ Valjean เป็นภาพแทนของมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ สามารถถูกชักจูงไปในทางที่ผิดด้วยการลงทัณฑ์อันเหี้ยมโหดจากทางรัฐ แต่ขณะเดียวกัน ก็สามารถกลับตัวกลับใจได้ด้วย ‘ความดีงาม’ ของท่านบาทหลวง Myried

แน่นอนว่าผู้เขียนใช้เนื้อที่จำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์ความอยุติธรรมของสังคมฝรั่งเศสในขณะนั้น โดยเฉพาะกรณีการบังคับใช้กฎหมายที่มีหลายมาตรฐาน เรื่องของความไม่เท่าเทียมทางการศึกษา และการเหยียดสตรีเพศ

แต่ความรัก ความเห็นอกเห็นใจกันแบบศาสนาคริสต์ก็เป็นหัวใจหลักของหนังเรื่องนี้ และแสดงผ่านหลายเหตุการณ์ เช่นตอนที่ตัวเอกใช้คอนแวนต์เป็นสถานที่หลบภัย หรือฉากที่ Valjean ได้รับเชิงเทียนจากบาทหลวง Myried ซึ่งไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากสัญลักษณ์ของแสงสว่างแห่งศรัทธานั่นเอง

โดยเฉพาะฉากจบในหนัง ที่แสดงให้เห็นความตายของ Valjean อย่างซาบซึ้งสะเทือนใจ (จนออกจะล้นเกิน) ว่ามีจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัยกันและกัน

ความรักความดีงามเป็นคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ อยู่เหนือเรื่องอำนาจเรื่องการเมืองทั้งปวง และบดบังเสียงเพลงปลุกระดม - Do you hear the people sing - ที่มีท่วงทำนองดาดๆ ตื้นเขินไปโดยสิ้นเชิง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่หมี วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

หนังน่าดูมาก...จขบ.เขียนเอ็นทรี่จูงใจให้อยากดู

และนักแสดง ฮิวจ์ แจ๊คแมน,รัสเซล โครว์และแอน แฮทาเวย์ เป็นดาราที่ชื่นชอบมากๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NN1234 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เมื่อเป็น(บท)หนังก็คงมีการปรับบ้าง (บางทีอาจตัดออกไปบางตอนเมื่อเข้ามาฉายในบ้านเรา..?)
แต่ก็ต้องหาหนังแผ่นมาซื้อเก็บครับ เพราะต่างจังหวัดไม่ฉายหนังนี้เลย (เรื่องคนดู-รายได้อาจไม่เข้า)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Kibangkok วันที่ : 17/02/2013 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

อบๆๆ หนังเรื่องนี้ ชอบโครงเรื่อง การต่อสู้และหยิ่งในความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของคน หนังเศร้าแต่สะท้อนอะไรมากมาย ชอบตำรวจมากๆๆ ยึดมั่นในอุดมการณ์ จนอกแตกตาย ตำรวจไทยน่าจะมีแบบนี้บ้างนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Kibangkok วันที่ : 17/02/2013 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

อบๆๆ หนังเรื่องนี้ ชอบโครงเรื่อง การต่อสู้และหยิ่งในความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของคน หนังเศร้าแต่สะท้อนอะไรมากมาย ชอบตำรวจมากๆๆ ยึดมั่นในอุดมการณ์ จนอกแตกตาย ตำรวจไทยน่าจะมีแบบนี้บ้างนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    



[ Add to my favorite ] [ X ]