• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 618185
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม 2556
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1524 , 23:17:11 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน กำหนัน โหวตเรื่องนี้

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2556

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

หนังสือ ราชาและราชินีลูกทุ่ง สุรพล สมบัติเจริญ ผ่องศรี วรนุช ของเลิศชาย คชยุทธ พิมพ์เมื่อปี 2555 อาจนับเป็นหนังสือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังสองคนนี้ไว้ได้อย่างละเอียดครบถ้วนมากที่สุดในขณะนี้

โดยมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อย่างน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ผ่องศรี วรนุชโดยตรง และอ้างอิงถึงงานค้นคว้าต่างๆ ก่อนหน้า ทั้งของเจนภพ จบกระบวนวรรณ พิชิต ทิศาภาคย์ (มนต์ เมขลา)

รวมไปถึงงานวิจัยของศิริพร กรอบทอง และการสัมภาษณ์ศิษย์ของสุรพลจำนวนหนึ่ง

เรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่งที่ผมอ่านพบในหนังสือเล่มนี้ คือสายธารต้นกำเนิดของศิลปินเพลงลูกทุ่ง ไม่ว่าจะเป็นสุรพล หรือเบญจมินทร์ (ที่มีชื่อเสียงมาก่อนตั้งแต่ในทศวรรษ 2480 แล้ว) ล้วนแต่เป็นการแตกกอต่อยอดมาจากการร้องเพลงรำวงทั้งสิ้น

เพลงจำนวนมากของเบญจมินทร์นั้นอยู่ในลักษณะเพลงรำวงอย่างชัดเจน แต่เป็นเพลงรำวงที่ถูกพัฒนาให้มีโครงสร้างซับซ้อนยิ่งขึ้น และเขียนเนื้อร้องให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่สักแต่ว่าจำง่ายร้องสนุกแบบในเพลงรำวงธรรมดาๆ

เพลงรำวงมีต้นกำเนิดมาจากการละเล่นพื้นบ้าน เรียกว่ารำโทน สันนิษฐานว่ามีมานานมากแล้ว  ธนิต อยู่โพธิ์ อธิบายไว้ในหนังสือเรื่อง รำวง ว่า “รำโทน” (คือการรำประกอบการร้องเพลงและตีโทน) เป็นการละเล่นพื้นบ้านที่นิยมกันในฤดูเทศกาลเฉพาะท้องถิ่นในบางจังหวัด 

และเมื่อราวปี 2483 ได้มีผู้นำแบบอย่างรำโทนไปเล่นกันในท้องถิ่นอื่นๆ และเล่นกันไม่เฉพาะฤดูเทศกาล จึงเกิดแพร่หลายขึ้น มีเพลงประกอบการรำเพิ่มขึ้นมากมาย โดยไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง เช่นเพลง ตามองตา หล่อนจริงนะดารา ใกล้เข้าไปอีกนิด ยวนยาเหล เป็นต้น (อ้างใน เพลงนอกศตวรรษ ของเอนก นาวิกมูล)

รำวงเป็นความบันเทิงที่ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยเห็นได้จากการแต่งเพลงรำวงมาตรฐานขึ้นในปี 2487 มีเนื้อร้องปลุกใจให้รักชาติ

รำวงคงเป็นความบันเทิงที่ได้รับความนิยมจากชาวพระนครมากในสมัยนั้น สุรพลชื่นชอบเพลงรำวงมาก และให้สัมภาษณ์ไว้ตอนหนึ่งว่า

“ใครมีงานรำวงที่ไหน ผมต้องไปช่วย รู้จักไม่รู้จักไม่สำคัญ ขอให้ได้ร้องเป็นใช้ได้”

แต่เมื่อเกิดเทคโนโลยีการบันทึกเสียง เนื้อเพลงที่จะนำมาร้องบันทึกเสียงนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเขียนขึ้นอย่างพิถีพิถันมากขึ้น เพราะแผ่นเสียงสามารถเล่นซ้ำได้หลายครั้ง ดังนั้น การจะร้องเพลงรำวงแบบเดิมที่มีเนื้อร้องสั้นๆ ซ้ำไปซ้ำมานั้นจึงเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล

เห็นได้จากเนื้อเพลงของเบญจมินทร์ (รำเต้ย) ที่บันทึกเสียงในปี 2491 ที่มีเนื้อร้องยาวถึงหกท่อนเพลง จำนวนวรรคทั้งสิ้นถึง 24 วรรค

เช่นเดียวกับงานของสุรพล ที่มีการเขียนเนื้อร้องที่สละสลวย จนถูกเบญจมินทร์กล่าวหาว่าเลียนแบบวิธีร้องและวิธีเขียนเพลง ส่งผลให้ทั้งสองคนเขียนเพลงโต้ กระทบกระเทียบกันไปมาอย่างเจ็บแสบ

เพลงโต้ หรือเพลงแก้ เป็นชนิดเพลงที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการสื่อสารโต้ตอบกันของเพลงสองเพลง (หรือมากกว่านั้น) ขนบของเพลงโต้ดูจะมีมาพร้อมๆ กับเพลงรำวงเลยทีเดียว เพราะขณะที่สุรพลบันทึกเสียงเพลงครั้งแรก (พ.ศ. 2496) สุรพลก็เริ่มเขียนเพลงที่มีลักษณะโต้หรือเกี่ยวพันกันไว้แล้วสองเพลง คือเพลง ชูชกสองกุมาร กับเพลง มัทรีกำสรวล

ต่อมาในปี 2500 สุรพลแต่งเพลง ไม่ลืม หรือ ลืมไม่ลง มีเนื้อร้องขึ้นต้นว่า

“ไม่ลืม ไม่ลืม ไม่เลือนเหมือนเดือนคู่ฟ้า ไม่ลืมรสรัก ที่เคยฝากฝัง ไม่ลืมความหลัง ที่เคยผ่านมา จวบจนชีวาสิ้น ก็ไม่ลืม”

และแต่งเพลงแก้ให้ผ่องศรี วรนุชร้อง โดยใช้ทำนองเดียวกัน ชื่อเพลงว่า ไหนว่าไม่ลืม เนื้อร้องเป็นการต่อว่าผู้ชายว่าสุดท้ายแล้วก็ลืม ไม่เหมือนกับที่เคยบอกไว้ว่าจะไม่ลืม

กล่าวกันว่าเพลงของผ่องศรีดังมาก (พ.ศ. 2503) และส่งผลให้เพลงเดิมของสุรพลกลับมาได้รับความนิยมตามไปด้วย

ต่อมาไม่นาน เบญจมินทร์ก็บันทึกเสียงเพลง ลืมไม่ลง ออกมา เพลงลืมไม่ลงของเบญจมินทร์มีจังหวะที่รวดเร็วสนุกสนาน ร้องด้วยสำเนียงคนจีน เสียดสีสุรพลกับผ่องศรี ดังเนื้อร้องตอนหนึ่งว่า

“ได้ยินเพลง อั๊วแสนจะกลุ้มใจนัก ผู้หญิงเพ้อรัก ไหนว่าไม่ลืม ต่อว่าผู้ชายที่ไม่มาปลาบปลื้ม ความรักดูดดื่ม ลืมกันได้ลงคอ”

และมีตอนหนึ่งที่ประชดประชันว่าสุรพลเลียนแบบวิธีร้องเพลงเขียนเพลงของตัวเอง เหมือนเป็นหนี้บุญคุณตนอยู่

“ผู้หญิงร้อง อั๊วก็ไม่รู้ว่าใคร แต่เสียงพี่ชาย อั๊วจำได้แม่นเหลือเกิน ลื้อใช่มั้ย มายกมือไหว้ขอยืมเงิน พออั๊วทวงก็รีบเดิน อั๊วยังไม่ลื๊ม ไม่ลืม”

ปิดท้ายด้วยเสียงพูดอย่างตลกขบขันว่า

“อั๊วก็ไม่ลืมเหมือนกัน”

บางทีขนบของการแต่งเพลงแก้ เพลงโต้กันนี้อาจมีที่มาจากการเล่นเพลงโต้ตอบ เช่นเพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ ที่เป็นเพลงร้องเล่นของชาวบ้านมานานแล้วก็เป็นได้กระมัง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กำหนัน วันที่ : 13/03/2013 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< มีนาคม 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]