• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 625348
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน 2556
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1621 , 14:24:22 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2556

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

 

ในการบรรยายที่หอประชุมคุรุสภา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2507 ท่านพุทธทาสภิกขุบรรยายถึงหัวข้อ ‘การทำงานด้วยจิตว่าง’ โดยกล่าวถึงการทำงานโดยปราศจากอัตตา ไม่มีความรู้สึกเห็นแก่ตัว มีเนื้อความตอนหนึ่งว่า

‘ตัวอย่างเช่นชาวนา ทำนาด้วยจิตว่าง หมายความว่าไถนาอยู่กลางแดดเหงื่อไหลไคลย้อย แต่จิตใจของเขาว่าง ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่ามีอะไรเป็นของตน เขาก็ร้องเพลงพลางไถนาไปพลาง อย่างนี้เรียกว่า ทำนาด้วย “จิตว่าง” มันเลยเพลิดเพลินในการไถนา ถ้าเห็นเป็นการปฏิบัติธรรมะไปในตัวด้วยยิ่งสนุกใหญ่ จิตก็ยิ่งว่างใหญ่ จึงทำนาได้ด้วยความสบายใจ...

ถ้า “จิตว่าง” ซึ่งหมายความว่าไม่มีความคิดนึกที่น้อมไปในทางที่เกี่ยวกับตัวเขาหรือของเขา เช่น เขาเป็นคนจน เขาเป็นคนรวย มีแต่ความสำนึกว่านี่เป็นงานของเขา หรือแม้แต่จะนึกว่านี่เป็นผลกรรมของเขาก็ยังได้’

ส่งผลให้ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ทำหน้าที่ซักถามในขณะนั้น ต้องซักค้านว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ที่คนเราจะทำงานโดยปราศจากความรู้สึกถึงตัวตนของตนเอง และว่าหลักธรรมที่ท่านพุทธทาสกล่าวถึงนั้นเป็นธรรมะขั้นสูง ที่เหมาะสำหรับผู้มีสถานะเป็นภิกษุเท่านั้น ม.ร.ว. คึกฤทธิ์กล่าวว่า

‘คนที่ “ว่าง” อย่างพระอรหันต์แล้ว ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างกระผม ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคนส่วนมากที่นั่งอยู่ที่นี่... 

ถ้าจะให้คนอย่างกระผมไปทำงานด้วยจิตว่าง กระผมยังมองไม่เห็น เพราะลักษณะของงานมันขัดต่อการมีจิตว่าง ภาวะของผมมันว่างไม่ได้ ถ้าว่างไปแล้วมันก็ไม่เป็นกระผม’

ผมคงไม่ฉลาดหรืออาจหาญพอว่าความคิดของปราชญ์ทั้งสอง ฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูก แต่ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่า ในแนวคิดของท่านพุทธทาส ‘การปฏิบัติธรรม’ ได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้ว จากการสวดมนตร์ภาวนา ถือศีล ใส่บาตร กลายมาเป็นเพียง ‘ความคิด

นั่นคือสำหรับท่านพุทธทาสแล้ว การกระทำทุกชนิดถือเป็นการปฏิบัติธรรมได้หมด ถ้า ‘ความคิด’ ของผู้กระทำมีสภาวะของจิตว่าง ไร้ตัวตน ไร้อัตตา แม้กระทั่งการประกอบกิจกรรมทางเพศ ดังที่ท่านเคยอ้างถึงหลักกามาสูตรของอินเดียว่า ‘การประกอบกิจทางเพศที่ถูกต้องนั้นคือการประพฤติธรรม’ (พุทธทาสภิกขุ, กามารมณ์กับชีวิต สำนักพิมพ์สุขภาพใจ)

เมื่อการประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นเพียงสภาวะทางจิต การปฏิบัติธรรมจึงไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงแวดวงของภิกษุสงฆ์เท่านั้น แต่เปิดกว้างให้ประชาชนทุกๆ คนเข้ามามีส่วนร่วม และการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติธรรมนั้นก็ไม่ได้ยากลำบากแบบเมื่อก่อน (ที่ต้องถือศีล นั่งสมาธิ สวดมนตร์ในห้องพระ) แต่เป็นการปฏิบัติธรรมที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เปลี่ยนวิธีคิด และพยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่าเท่านั้น โดยที่กิจกรรมในชีวิตประจำวันไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย

ผมคิดว่านี่คือความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ และจะส่งผลให้เกิดความนิยมปฏิบัติธรรมในแวดวงฆราวาสของสังคมไทยเป็นอย่างมากในเวลาต่อมา เช่น เกิดกิจกรรมบวชชีพราหมณ์ในหมู่ชนชั้นกลาง ผู้ต้องการปฏิบัติธรรมแบบนักบวช แต่ไม่พร้อมจะปลงผม

เมื่อการเข้าถึงพุทธศาสนาถูกลดทอนลงจากการ ‘ปฏิบัติ’ ไปสู่การเข้าถึงได้ด้วย ‘ความคิด’ นิยามของการปฏิบัติธรรมจึงเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสอดคล้องกับจริตของชนชั้นกลางในสังคมไทยจำนวนมาก ที่ต้องการดำรงชีวิตในแบบ ‘คนดี’ ที่ถึงพร้อมด้วยศรัทธาปสาทะในพุทธศาสนา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการบวช ไม่ต้องการนั่งสมาธิ ไม่ต้องการเข้าวัด ไม่ต้องการสวดมนตร์

หรือถ้าจะสวดมนตร์หรือนั่งสมาธิจริงๆ ก็คงต้องทำในห้องแอร์ เป็นต้น

พูดง่ายๆ ว่าอุดมคติของชนชั้นกลางคือความรวยนั้น ถ้าจะให้ดีแล้วต้องไปพร้อมๆ กับศรัทธาในศาสนาพุทธ และศาสนาพุทธในอุดมคติของชนชั้นกลางก็คือศาสนาพุทธที่มีความสดใหม่ ไม่เน้นการ ‘ปฏิบัติ’ แบบเดิมๆ แต่เน้นที่ ‘แนวคิด’ คมๆ เก๋ๆ โดนใจ แบบของ ว. วชิรเมธีนั่นเอง

ด้วยแนวคิดนี้เอง ที่ทำให้พุทธศาสนาในกระแสวัฒนธรรมป๊อปถือกำเนิดขึ้นมา โดยเราอาจพูดได้ว่าพุทธศาสนาสายป๊อปนี้เป็นเครื่องประโลมใจชนชั้นกลางจำนวนมาก ที่ชีวิตวนเวียนอยู่กับการทำงานในอ๊อฟฟิศ มีกิจกรรมการงานประดุจเครื่องจักร และเพียรพยายามที่จะไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งไม่ได้หมายถึงสิ่งอื่นเลยนอกจากความร่ำรวย บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ๆ และครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อม

ผมคิดว่าแนวคิด ‘การทำงานคือการปฏิบัติธรรม’ ของท่านพุทธทาส มีส่วนไม่น้อยในการผลักดันให้เกิดพุทธศาสนาแบบนี้ขึ้นมาในหมู่ฆราวาสชนชั้นกลาง

และที่สำคัญกว่านั้นคือ แนวคิดนี้ดูจะละเลยไม่พูดถึง ‘การทำงาน’ บางชนิด ที่ต่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมมีจิตว่างอย่างไร ก็ไม่ได้ส่งผลให้เกิดความดีงามอะไรขึ้นมา เช่นการทำงานอยู่ในบริษัทที่ก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบให้คนจำนวนมากต้องล้มเจ็บหรือพิการ การทำงานเช่นนี้จะเป็นการปฏิบัติธรรมได้อย่างไร? หรือการทำงานอยู่ในสถาบันทางการเงินที่เอารัดเอาเปรียบคนเล็กคนน้อย หากำไรจากความทุกข์ยากของผู้อื่น 

การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองธุรกิจอันเลวร้ายเหล่านี้ จะจัดเป็นการปฏิบัติธรรมได้อย่างไร?

ธรรมะแบบป๊อปๆ หรือธรรมะเดลิเวรี่นั่นเองคือคำปลอบโยนและเยียวยา กล่อมเกลาให้ผู้คนจำนวนหนึ่งสามารถรู้สึกภาคภูมิใจในศรัทธาปสาทะของตนเอง และปฏิบัติงานที่กดขี่ขูดรีด เอารัดเอาเปรียบคนเล็กคนน้อยไปพร้อมๆ กันอย่างสบายอกสบายใจ 

ธรรมะแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้เศรษฐีบางคนสามารถยิ้มได้อย่างอิ่มเอิบ อย่างผู้ที่เข้าใจและซาบซึ้งในรสพระธรรม ถึงแล้วซึ่งการปล่อยวาง

ขณะเท้าทั้งคู่ยืนเหยียบอยู่บนบ่าของชนชั้นล่างผู้ยากไร้จำนวนมหาศาลด้วยซ้ำ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Hiriotappa วันที่ : 24/06/2013 เวลา : 17.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

เมื่อไม่รู้ย่อมไม่ผิด แต่กฎแห่งกรรมจะลิขิตสิ่งที่เป็นไปใช่ต้องสร้างด้วยการเอาชนะเวรกรรม เพราะบางเรื่องเขายังไม่ทราบเลยว่าเราหรือคนอื่นเจออะไรมามากกว่านั้น แต่เป็นเพราะเราอาจจะไม่ได้พูด นั่นเป็นวธีทดสอบ เรื่องมิตรหรือศัตรู หรือ การกลับขาวเป็นดำ ที่ทำได้ง่ายๆครับ

ความคิดเห็นที่ 1 BlueHill , hayyana ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ศิษย์พุทธ วันที่ : 23/06/2013 เวลา : 17.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/truedemocracy

หากไม่บรรลุธรรม อย่าวิจารณ์ธรรม เมื่อจิตไม่รู้ธรรม ย่อมไม่เข้าใจธรรม มิเช่นนั้น จะได้รับผลที่คาดไม่ถึง เพราะคนเรามิได้ตายแล้วสูญ มีเพียงร่างกายที่เกิดจากการรวมตัวของธาตุทั้ง 4 เท่านั้นที่เปลี่ยนสภาพ แต่จิตซึ่งเป็นอนุภาครูปแบบหนึ่งยังคงเดินทางต่อไปตามอวิชชาที่ก่อให้เกิดพลังงานไปเป็นสภาวะธรรมอีกอย่างหนึ่ง นรก สวรรค์จึงมีจริงตามการปรุงแต่งของกรรม เมื่อใดก็ตามที่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันมีความรู้ มีเครื่องมือที่ตรวจจับอนุภาคของแสงและอนุภาคของคลื่นแม่เหล็กไปไฟ้ เมื่อนั้นวิทยาศาสตร์จะเกิดความรู้ใหม่กว่านั้น ส่วนพุทธศาสตร์นั้นยิ่งใหญ่กว่านั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< มิถุนายน 2013 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]