• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 625348
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม 2557
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 3295 , 23:01:38 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ni_gul โหวตเรื่องนี้

เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2557

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

 

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรา นี่แสนอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองราบคาบ ด้วยอานุภาพพ่อขุน รามคำแหงค้ำจุน ให้ชาติไทยไพศาล

(เนื้อเพลงในน้ำมีปลาในนามีข้าว)

ละครเรื่องอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงของหลวงวิจิตรวาทการเปิดเรื่องด้วยเพลงในน้ำในปลาในนามีข้าว แสดงถึงความสมบูรณ์พูนสุขของชาวสุโขทัยในอดีต กล่าวกันว่าละครเรื่องนี้ เป็นผลงานชิ้นสำคัญของหลวงวิจิตรวาทการ

(แต่ก็ออกจะน่าแปลกใจที่ผมค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อเรื่องย่อของละครประวัติศาสตร์เรื่องนี้ในอินเตอร์เน็ตได้น้อยมาก โดยส่วนใหญ่ที่ค้นพบมักจะเป็นข้อมูลของละครเรื่องนี้ที่ “สร้างใหม่” ในรูปแบบละครโทรทัศน์เมื่อหลายปีก่อนมากกว่า)

นอกจากนั้น เพลงปลุกใจที่เรารู้จักและรับฟังกันจนคุ้นหูกันในปัจจุบันอย่างเพลง “ต้นตระกูลไทย” ก็มีที่มาแรกเริ่มจากการเป็นเพลงประกอบละครเรื่องนี้นั่นเอง

ละครเรื่องอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงนี้ ออกแสดงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2497 ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกฯ 

เนื้อหาในเรื่องเป็นการยกย่องเชิดชูพ่อขุนรามคำแหง โดยเฉพาะมีการนำเสนอเรื่องการสั่นกระดิ่ง (หรือระฆัง) ร้องทุกข์ ไว้ในเพลงที่ชื่อว่า “ตีระฆัง” ดังนี้

“เมื่อมีเสียงระฆัง ที่แขวนนอกวัง เคาะดังขึ้นมา

พ่อขุนก็โปรด ไม่ทรงถือโทษ เรียกเข้าไปหา

มีคดีคำร้อง ผิดพ้องข้องใจ ทุกข์ร้อนอย่างไร ก็ทรงแก้ปัญหา

เป็นพระคุณอุ่นใจ ของชาวไร่ชาวนา เกษมสำราญทั่วหน้า เขตแคว้นสุโขทัย”

เรื่องสั่นกระดิ่งร้องทุกข์นี้มีที่มาจากศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ 1 ด้านที่ 1 ความว่า

“ปากปตูมีกดีงอันณึ่งแขวนไว้หั้น ไพร่ฝ้าหน้าปก 

กลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจบท้องข้องใจ 

มันจักกล่าวเถืงเจ้าเถืงขุนบ่ไร้ 

ไปลันกดีงอันท่านแขวนไว้...”

อันเป็นที่มีของความเชื่อที่ว่าในสมัยสุโขทัยนั้น ใช้การปกครองในระบบพ่อปกครองลูก

ซึ่งความเชื่อนี้เอง ที่ทักษ์ เฉลิมเตียรณ์ทำการเชื่อมโยงเข้ากับปรัชญาการเมืองของจอมพลสฤษดิ์ ที่ใช้ในการปกครองประเทศไทยในช่วง พ.ศ. 2500

ในหนังสือ การเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ (พิมพ์เป็นภาษาไทยครั้งแรก พ.ศ. 2526) ทักษ์ เฉลิมเตียรณ์ ได้ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงของปรัชญาการเมืองของจอมพลสฤษดิ์เข้ากับแนวคิดของหลวงวิจิตรวาทการ โดยเฉพาะในกรณีของละครเรื่องอานุภาพพ่อขุนรามคำแหง ที่สร้างภาพของผู้นำในลักษณะพ่อปกครองลูก

ดังข้อความตอนหนึ่งว่า

“การปกครองแบบพ่อกับลูกที่เปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณาของพ่อขุนรามคำแหงนี้ มีลักษณะเช่นเดียวกับการปกครองของพ่อที่ห่วงใยในลูกของตนด้วยใจจริง และการกระทำต่างๆ ไม่ว่าจะหนักหนาปานใดก็เป็นไปด้วยใจจริง

ด้วยเหตุนี้ พระมหากษัตริย์หรือพ่อขุนจึงไม่มีวันที่จะเป็นทรราช

ตามหลักการพ่อ-ลูก ความเมตตากรุณาของพ่อเป็นสิ่งที่เห็นได้ง่าย และเป็นส่วนหนึ่งของลักษณะเนื้อแท้ของผู้นำ”

หลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการที่จอมพลสฤษดิ์ไว้เนื้อเชื่อใจหลวงวิจิตรวาทการเป็นอันมากนี้ปรากฏชัดในหลายๆ แห่ง โดยเฉพาะในจดหมายเมื่อ พ.ศ. 2501 ที่จอมพลสฤษดิ์เขียนขอร้องให้หลวงวิจิตรฯ ช่วยวางแผนปฏิวัติและร่างแถลงการณ์ทั้งหมดให้ จนนำไปสู่การปฏิวัติซ้อนเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ปีนั้นเอง

นอกจากนั้น วิถีการปกครองและการปฏิบัติต่อประชาชนของจอมพลสฤษดิ์ก็ยังเห็นได้ชัดถึงแนวคิดแบบพ่อปกครองลูก เช่นการดำเนินนโยบายแบบประชานิยมเร่งด่วนเพื่อช่วยลูกๆ ด้วยการลดค่าไฟฟ้า ยกเลิกภาษี-ค่าธรรมเนียมบางประเภท

หรือการขู่ให้เยาวชนในสังคมประพฤติตัวให้เรียบร้อย ด้วยการห้ามนุ่งกางเกงคับ ห้ามไว้ผมยาว ห้ามเต้นร็อคแอนด์โรลล์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน คำว่า “ระบบพ่อขุน” ยังเป็นที่กังขาของนักวิชาการจำนวนมาก ว่ามีส่วนเป็นจริงเพียงใด เนื่องจากสถานะของศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งเต็มไปด้วยข้อน่าสงสัยถึงความเป็นของแท้และความเก่า ว่าเป็นศิลาที่ถูกจารึกขึ้นในสมัยสุโขทัยจริงหรือไม่

โดยข้อเสนอสองประการของพิริยะ ไกรฤกษ์ (ที่นิธิ เอียวศรีวงศ์เรียกว่าเป็นระเบิดสองลูก) นั้น มีว่า 1) ศิลาจารึกนี้มิได้ถูกทำขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหง และ

2) ศิลาจารึกนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 ด้วยเหตุผลทางการเมือง

เกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ ผู้สนใจสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้จาก “จารึกพ่อขุนรามคำแหง วรรณคดีประวัติศาสตร์การเมืองแห่งกรุงสยาม” ของพิริยะ ไกรฤกษ์ ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ พ.ศ. 2547





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]