• insanetheater
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : insanetheater@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-07
  • จำนวนเรื่อง : 402
  • จำนวนผู้ชม : 617420
  • ส่ง msg :
  • โหวต 87 คน
รูปเงาแห่งเสียง
ศิลปวัฒนธรรม / สังคม-การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/insanetheater
วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558
Posted by insanetheater , ผู้อ่าน : 1714 , 11:54:02 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

มีผู้รู้หลายคนเคยกรุณาบอกให้ผมทราบมานานแล้ว ว่าคนไทยแต่ก่อนไม่มีใครบูชาพระเครื่องหรือแขวนพระเครื่องไว้ที่คอ

ซึ่งเรื่องนี้ก็สอดคล้องกับเอกสารเก่าๆ (ถ้าเราจะเชื่อตามเอกสารนั้น) เช่น ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา 

พงศาวดารฉบับนี้มีบันทึกถึงเรื่องชาวบ้านบางระจัน และตอนหนึ่งกล่าวถึงพระอาจารย์ธรรมโชติและการปลุกเสกเครื่องรางของขลังสำหรับติดตัวไว้สร้างขวัญกำลังใจในตอนออกศึกว่า

“...พระอาจารย์ธรรมโชติวัดเขานางบวช มีความรู้วิชาการดี  มาอยู่ ณ วัดโพธิ์เก้าต้น ในบ้านบางระจันเอาเป็นที่พึ่ง...

และนายแท่นกับผู้มีชื่อเหล่านั้นชักชวนคนชาวบ้านได้ ๔๐๐ เศษ  มาตั้งค่ายมั่นอยู่ที่บ้านระจันทั้งสองค่าย  พระอาจารย์นั้นลงตะกรุด  ประเจียดและมงคลแจกให้”

จะเห็นว่ามีการกล่าวถึงตะกรุด ประเจียด และมงคลเท่านั้น หาได้มีการกล่าวถึง “พระเครื่อง” แต่อย่างใดไม่

ซึ่งเรื่องนี้มีคำอธิบายว่า “พระเครื่อง” นั้นมีรูปลักษณ์เป็น “พระพุทธเจ้า” ซึ่งคนแต่โบราณมาถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนืออื่นใด กระทั่งจะนำไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านก็ยังไม่สมควร (เพราะเป็นสถานที่ทางโลกย์ซึ่งไม่สะอาดบริสุทธิ์)

พระเครื่องมีที่มาจากพระพุทธรูปจำลองขนาดเล็ก ซึ่งนิยมสร้างบรรจุไว้ในเจดีย์ อันมีที่มาจากคติความเชื่อทางพุทธศาสนา ที่ว่าอายุของพุทธศาสนาจะกินเวลาราวห้าพันปี 

ดังนั้น การสร้างพระพุทธรูปจำลองฝังไว้จำนวนมาก จึงมีจุดประสงค์ที่จะให้อนุชนรุ่นหลัง (จากที่ศาสนาพุทธได้เสื่อมไปแล้ว) ได้ขุดพบและรับรู้ถึงอดีตที่เคยรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในดินแดนนั้นๆ นั่นเอง

ดังนั้น พระเครื่องจึงไม่ได้สร้างไว้สำหรับพกพาหรือแขวนห้อยติดตัวมาตั้งแต่แรก

แล้วชาวสยามเริ่มนิยมนำพระเครื่องมาพกพาติดกายตั้งแต่เมื่อไร?

สันนิษฐานว่า อย่างน้อยต้องเป็นในช่วงหลังรัชกาลที่ 4 เมื่อความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธรูปในสังคมไทยเริ่มเปลี่ยนแปลง และมีการนำพระพุทธรูปมาไว้ในเคหสถานส่วนบุคคล มีการสร้างห้องพระ เพื่อใช้เก็บรักษาพระพุทธรูปเป็นการเฉพาะ

และคติการนำพระเครื่องมาห้อยคอ ก็สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการเลียนแบบการห้อยไม้กางเขนของพวกมิสชันนารีและคริสต์ศาสนิกชนที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในช่วงนั้นนั่นเอง

และเมื่อนำมาห้อยคอได้ ก็ย่อมปลุกเสกได้ ในลักษณะการเดียวกับเครื่องรางของขลังอื่นๆ นั่นเอง

แต่ข่าวจากไทยรัฐออนไลน์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาจทำให้หลายคนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย

เมื่อมีศาสนิกชนจำนวนมาก นำระนาดเอกจำนวนกว่าร้อยรางมาถวายแก้บนแก่หลวงพ่ออ้น (พระพุทธรูป) แห่งวัดหนองขุม ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี

โดยรายงานข่าวอ้างว่า กระแสนี้เกิดจากการที่เจ้าของกิจการเครื่องดนตรีไทยรายหนึ่งมาบนหลวงพ่ออ้นให้บริษัทรอดพ้นจากวิกฤต และได้รับพรสมประสงค์ จึงนำระนาดเอกที่สลักเสลาลวดลายด้วยงาช้างมูลค่ากว่าล้านบาทมาถวายหลวงพ่อ 

และทำให้เกิดกระแสการแก้บนด้วยระนาดเอกตามๆ กันมาจำนวนมากนับแต่นั้น

ยิ่งกว่านั้น ยังมีการจำลองระนาดเอกขนาดเล็ก ให้ภิกษุสงฆ์ประกอบพิธี “ยก” (ซึ่งผมเข้าใจเอาเองว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการปลุกเสก) ให้กับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาด้วย

เท่ากับว่าเป็นเครื่องดนตรีจำลองที่คงความ “ศักดิ์สิทธิ์” แบบเครื่องรางของขลังไว้ในตัวนั่นเอง

เรื่องนี้ดูเหมือนแปลก แต่ที่จริงการดนตรีไทยกับพุทธศาสน์-ไสยศาสตร์นั้นมีร่องรอยความเกี่ยวพันกันมานับแต่โบราณแล้ว เช่นเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับวิชาอาคมของนักดนตรีไทย ผู้รู้คาถาสร้างเสริมศิริมงคลต่างๆ เป็นต้น

โดยเฉพาะการละครประเภทที่เรียกว่า “ชาตรี" นั้นก็มีเค้าเงื่อนว่าเกี่ยวข้องกับความหมายทางไสยศาสตร์ อย่างคำว่า “คงกระพันชาตรี” เป็นต้น

(ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมว่าการละครในสยามนั้นมีไว้เพื่อการเล่นแก้บน-ปัดเสนียดจัญไรมาแต่โบราณ อย่างน้อยก็ในสมัยอยุธยาแล้ว)

ระนาดเอกจำลองแห่งวัดหนองขุม จึงกลายสภาพเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในรูปของเครื่องดนตรีไทย 

ซึ่งแน่นอนว่ายังอ้างอิงไปถึงความเก่าแก่ขรึมขลังอื่นๆ ที่รายล้อมดนตรีไทยอยู่เป็นอันมากอีกด้วย

เสียแต่ว่าคงเอามาห้อยคอไม่ได้ เพราะออกจะหนักเกินไป

 

 

ภาพจาก www.thairath.tv





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 20/02/2015 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

จากเรื่อง...
ดังนั้น พระเครื่องจึงไม่ได้สร้างไว้สำหรับพกพาหรือแขวนห้อยติดตัวมาตั้งแต่แรก

แล้วชาวสยามเริ่มนิยมนำพระเครื่องมาพกพาติดกายตั้งแต่เมื่อไร?

สันนิษฐานว่า อย่างน้อยต้องเป็นในช่วงหลังรัชกาลที่ 4 เมื่อความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธรูปในสังคมไทยเริ่มเปลี่ยนแปลง และมีการนำพระพุทธรูปมาไว้ในเคหสถานส่วนบุคคล มีการสร้างห้องพระ เพื่อใช้เก็บรักษาพระพุทธรูปเป็นการเฉพาะ

และคติการนำพระเครื่องมาห้อยคอ ก็สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการเลียนแบบการห้อยไม้กางเขนของพวกมิสชันนารีและคริสต์ศาสนิกชนที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในช่วงนั้นนั่นเอง
.
มีประโยชน์มากๆ ครับ
ชาวมอญ ชาวพม่า มีคติ คือ
จะไม่ทำอะไรไม่สุภาพ หน้าพระ
.
เช่น พอจะสวดมนต์ ไหว้พระ
ถวายน้ำ ไฟ ของหอม เครื่องบูชา ดอกไม้
ก็จะเปิดม่าน
.
พอบูชาเสร็จ จะปิดม่าน
ไม่ทำอะไร ไม่สุภาพ หน้าพระ
.
ถ้านำพระมาคล้องคอ
น่าจะไม่สุภาพ
เช่น เวลาเข้าห้องน้ำ
เวลาขับถ่ายของเสีย
เวลาพูดเล่น (เพ้อเจ้อ)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กาลเมื่อก่อนนั้นก็เป็นดินเป็นหญ้าเป็นฟ้าเป็นแถน ผีแลคนเที่ยวไปมาหากันบ่ขาด...

Thailand Philharmonic Orchestra 10 November 2007

View All
<< กุมภาพันธ์ 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]