• ดอยสูง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : iamseksun@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2008-10-29
  • จำนวนเรื่อง : 47
  • จำนวนผู้ชม : 83475
  • ส่ง msg :
  • โหวต 54 คน
เฮาฮักม่อนพระยาแช่
พลิกฟื้นผืนป่า ม่อนพระยาแช่ เป็นกิจกรรมในโครงการ We love The King we love Thailand นครลำปาง และเครือข่าย นักเรียน นักศึกษา กว่า 10 สถาบัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/intanon
วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม 2556
Posted by ดอยสูง , ผู้อ่าน : 6609 , 08:13:34 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน มะอึก , BlueHill โหวตเรื่องนี้

บทความและรายละเอียดต่อไปนี้ ทำขึ้นมาเพื่อ

1. แสดงการชะลอน้ำด้วยวิธีการต่าง ๆ  ในโครงการ เฮาฮักม่อนพระยาแช่ ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง
2. เป็นข้อมูลเบื้องต้น สำหรับการเตรียมการ เข้าทำงานในโครงการ ของเครือข่าย
3. เป็นข้อมูลที่ให้ผู้ที่ต้องการทราบถึงรายละเอียด ในโครงการ ที่ผ่านมาได้ทราบข้อมูล
4. ภาพทั้งหมด ที่แสดง และที่ LINK มาแสดง เป็นภาพจริงของโครงการ ทั้งสิ้น


โปรด ดูภาพเหล่านี้ก่อนนะครับ ทั้ง 2 ข้อ จะทำให้เข้าใจรายละเอียดมากขึ้น
1. สภาพน้ำในฝายเขตต่าง ๆ ในโครงการ เฮาฮักม่อนพระยาแช่ ช่วง ฤดูฝน 2556
2. รวมภาพกิจกรรม บางส่วน  ของ เฮาฮักม่อนพระยาแช่ โดย We love The King we love Thailand นครลำปาง และเครือข่ายที่ร่วมโครงการ


Download เอกสาร ชุดนี้ 

 


 ที่ตั้งของโครงการ

         โครงการ เฮาฮักม่อนพระยาแช่ ตั้งอยู่ในเขตป่าแม่ยาง-แม่อาง ในพื้นที่ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ห่างจากตัวเมืองลำปาง ประมาณ 10 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทาง ถนนพหลโยธิน ลำปาง-งาว (เชียงราย) เลี้ยวขวาที่หลัก กิโลเมตรที่ 708.5 มีถนนผ่านชุมชนและขึ้นภูเขาสูงในช่วงปลายทาง สิ้นสุดสายทางที่วัดม่อนพระยาแช่ ซึ่งพื้นที่ดำเนินโครงการ ประกอบด้วย พื้นที่ทั้งหมดของวัดม่อนพระยาแช่ จำนวน 350 ไร่ (เป็นภูเขาสูงเกือบทั้งหมด) และพื้นที่บางส่วนของวนอุทยานม่อนพระยาแช่ ปัจจุบันพื้นที่ทั้งหมดที่สร้างฝายชะลอน้ำไว้แล้ว ประมาณ 2,500 ไร่ (ไม่รวมพื้นที่ป้องกันและควบคุมไฟไหม้ป่า ซึ่งดำเนินการทั้งในพื้นที่ของโครงการ และพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงพื้นที่ในต่างอำเภอด้วย)

สภาพทั่วไปของป่าม่อนพระยาแช่

         ในอดีตย้อนกลับไปประมาณ 40 ปี ป่าม่อนพระยาแช่ เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยไม้ยืนต้น ขนาดใหญ่ และสัตว์ป่ามากมาย ความอุดมสมบูรณ์ทั้งหลาย ถูกทำลายไปในเวลาไม่นาน ป่าม่อนพระยาแช่ ในปัจจุบันผืนป่าส่วนใหญ่เป็นป่าแล้ง ประกอบด้วยไม้ผลัดใบ เช่น เต็ง รัง เหียง ผสมกับป่าไผ่ ในช่วงฤดูฝน ไม้ป่าจะแตกใบใหม่ ทำให้ดูเขียวขจีไปทั้งป่า แต่ในฤดูแล้งไม้ในป่าเกือบทั้งหมด จะทิ้งใบ เพื่อความอยู่รอดในช่วงที่ความชุ่มชื้นแทบไม่มีเหลืออยู่ในผืนป่า ใบไม้ที่ทับถมกันหลายชั้นเหนือผืนป่าแทนที่จะเป็นเกราะป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ ป้องการระเหยของน้ำจากผืนดิน แต่กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ให้ผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการหรือไม่หวังดีเผาป่าได้อีก ไฟไหม้ป่า เผาผลาญผืนป่าที่แห้งแล้งสะสมมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ให้เสียหายมากยิ่งขึ้น หน้าดิน หิน ถูกความร้อนทำลาย พืชพันธุ์ไม้ขนาดเล็ก ถูกไฟไหม้ป่าเผาทั้งหมด แม้ไม้ขนาดใหญ่ โคนต้นก็ถูกเผา ไม้ที่มียาง จะเป็นเชื้อไฟอย่างดี ป่าถูกทำลายย่อยยับ สิ่งมีชีวิตที่เหลือรอดก็หนีตายย้ายถิ่นกันไป ต้นไม้ใหญ่ก็ทรุดโทรมลงทุกปี ๆ

ทำไมต้องสร้างฝายชะลอน้ำ และดับไฟไหม้ป่า

          การทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง “ป่าม่อนพระยาแช่(และป่าอื่น ๆ) มีแต่จะเสื่อมโทรมลงทุกวัน ๆ” แต่นี่เป็นบทสรุปที่ได้หลังจากทำโครงการมาแล้ว 1 ปี เพราะการเข้าป่า ทุกสัปดาห์ ทั้งกลางวัน กลางคืน แม่แต่ตอนฝนตก ทำให้รู้ปัญหาของป่าได้เป็นอย่างดี

         จากการรวมกลุ่ม “ปลูกต้นไม้ถวายพระเจ้าแผ่นดิน”  ในปี 2552 เพียงไม่กี่เดือน กลายมาเป็นการทำโครงการพลิกฟื้นผืนป่าให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผืนป่า ทำอย่างไร จะให้ความชุ่มชื้นอยู่กับผืนป่า ให้นานที่สุด นั่นหมายถึงผืนป่าจะอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ใหญ่น้อยจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อป่ามีความชุ่มชื้น การเผาป่า ก็จะไม่สามารถทำได้ ดังนั้น กิจกรรมสำคัญ 2 เรื่อง ของโครงการก็คือ รักษาความชุ่มชื้นไว้ในป่า ให้นานที่สุด และป้องกันการเผาป่าให้ได้ ผืนป่าจะอุดมสมบูรณ์เอง โดยไม่ต้องปลูก  (ตามแนวพระราชดำริ)

 การชะลอน้ำ ด้วยฝายชะลอน้ำ ในโครงการ “เฮาฮักม่อนพระยาแช่”

 ฝายชะลอน้ำ ในเขต๕/๒ (ห้วยโจ้) ช่วงเดือน ตุลาคม ๒๕๕๖

         เนื่องด้วยโครงการ มีการทำกิจกรรมอย่างจริงจังและต่อเนื่องทุกสัปดาห์ มาตั้งแต่ พฤษภาคม 2552 จนกระทั่ง มีนาคม 2556 เป็นการทำกิจกรรมทุกวัน แต่โครงการไม่ได้มีงบประมาณในการดำเนินกิจกรรม แต่อย่างใด การบริหารโครงการตลอดเวลา กว่า 4 ปี จึงใช้วิธีการ “บริหารความขาดแคลน” มาตลอด รูปแบบของฝายชะลอน้ำ ในโครงการ จึงปรับเปลี่ยนไป ในแต่ละพื้นที่หรือปัจจัยอื่น ๆ เช่น ถ้ามีผู้บริจาคปูนซีเมนต์ ก็จะสามารถสร้างฝายกึ่งถาวรได้ แต่โดยทั่วไป ฝายจะเป็นแบบผสมผสาน จากวัสดุในป่า ที่หาได้ง่าย ไม่ทำลายธรรมชาติ ไม่ตัดไม้ยืนต้น (ยกเว้นไม้ไผ่) และของเหลือใช้ที่สูญสลายได้และไม่ต้องซื้อ การชะลอน้ำในโครงการ เฮาฮักม่อนพระยาแช่ แบ่งตามภูมิประเทศ ได้ดังนี้

 ฝายชะลอน้ำ ในเขต๒/๒ (ห้วยโจ้) ช่วงเดือน ตุลาคม ๒๕๕๖

1. การชะลอน้ำในพื้นที่สูง ตั้งแต่ยอดดอย ลงมายังลำห้วยหลัก

         โดยปกติลำห้วยแบบนี้ (First Order Stream) จะไม่มีน้ำ จะมีเฉพาะตอนฝนตกมาก ๆ ซึ่งน้ำก็จะไหลลงมาตามความลาดชัน ลงไปรวมกันยังห้วยใหญ่กว่า ไปเรื่อย ๆ จนถึงห้วยหลัก ซึ่งจะทำให้ห้วยหลัก มีปริมาณน้ำมากและไหลแรง และจะไหลทิ้งไปอย่างรวดเร็ว (ถ้าไม่มีการชะลอ) ตามความลาดเอียงของพื้นที่ ดังนั้นห้วยที่อยู่บนที่สูง มักจะแห้งแล้ง

         ในพื้นที่โครงการ เฮาฮักม่อนพระยาแช่  เน้นการชะลอน้ำในพื้นที่สูง เพราะน้ำจะถูกฝายชะลอไว้ตั้งแต่ยอดดอย ทำให้เกิดความชุ่มชื้น อย่างยาวนาน จนถึงตีนดอย เป็นการเก็บน้ำไว้ในภูเขา ปริมาณน้ำในห้วยหลัก ก็จะไม่มากจนเกินไป สามารถจัดการชะลอน้ำได้ง่ายขึ้น การสร้างฝายในพื้นที่แบบนี้ มี 3 ลักษณะคือ (ดูเอกสาร แบบฝายในโครงการ ประกอบ)


 

ฝายชะลอน้ำ(ชะลอความชุ่มชื้น ที่ยอดดอย) แบบง่ายที่สุด อยู่ที่ เขต๕/๒L๑ - ๕/๒L๑๓

1.1 ถ้าลำห้วยลึกและแคบประมาณ 1-2 เมตร ใช้เสียมขุดเซาะข้างลำห้วยให้เป็นร่องลึกลงไปถึงก้นห้วย ตัดไม้ไผ่ หรือไม้ล้มขอน ที่ความยาว พอดีกับร่องที่ขุดเซาะไว้วางลงไป แล้วเรียงซ้อนขึ้นมา จนได้ความ  สูงตามต้องการ (.50-.70-1.00 เมตร) ถ้าไม้ที่วางไม่แข็งแรงพอ อาจใช้ไม้ไผ่เป็นเสาช่วงกลาง เสร็จแล้ว ขุดดิน-หินด้านหน้าฝายให้เป็นแอ่งกระทะ เอามาถมด้านหน้าไม้ที่เรียงไว้ เพื่อกันน้ำไม่ให้ไหลลงไป ขณะที่ถมดิน+หิน ต้องย่ำให้แน่นด้วย โดยฐานของฝายจะหนาประมาณ .80-1.00 เมตร บนสันฝาย(คันดิน) จะมีความหนาประมาณ .30-.50 เมตร ฝายแต่ละตัวห่างกันประมาณ 3-5 เมตร ถ้าชันมาก ก็ต้องสร้างฝายให้ถี่กว่านี้


 

ฝายชะลอน้ำ(ชะลอความชุ่มชื้น ที่ยอดดอย)  อยู่ที่ เขต๒/๒R๒

1.2 ถ้าลำห้วยกว้าง 2-3 เมตรและไม่ลึก การสร้างฝาย จะคล้ายแบบเดิม แต่จะใช้ไม่ไผ่เป็นเสา ตอกเรียงกันห่างไม่เกิน 30 ซม. เป็นเสาด้านหลัง ส่วนด้านหน้า ตอกเสาห่างกันประมาณ 1 เมตร เพื่อกันไม้  ไผ่ที่เรียงสูงขึ้นมาให้ซ้อนกันได้อย่างแข็งแรง ด้านริมห้วยทั้งสองข้าง ถ้าขุดไม่ได้ ก็ใช้ดินถมดังภาพ ฝายแต่ละตัวห่างกันประมาณ 3-5 เมตร


 

ฝายชะลอน้ำ(ชะลอความชุ่มชื้น ที่ยอดดอย) แบบทำคอกไม้ไผ่ ๒ชั้น อยู่ที่ เขต๒/๒R๒

1.3 ถ้าลำห้วยมีปริมาณน้ำมาก เพราะพื้นที่รับน้ำกว้าง จะต้องสร้างฝายให้แข็งแรงกว่าเดิม โดย  สร้างเป็นคอก มีแผงไม้ไผ่ 2 แผง ห่างกันประมาณ .50-1.00 เมตร ทำเคร่ายึดให้ติดกันอย่างแน่นหนา และตอกเสาค้ำด้านหลังทั้ง 2 แผง ด้วยไม้ไผ่ เพื่อการรับแรงดันของน้ำ ที่จะไหลลงดอยมา แล้วใช้หิน+ดินวางด้านหน้าฝาย และในคอก เหยียบอัดให้แน่นเหมือนเดิมจนได้ความสูงตามต้องการ (ปกติประมาณ .50-1.00 เมตร หรือมากกว่านั้น)

หมายเหตุ       1. การสร้างฝาย จะไม่ใช้ลวด แต่ใช้ไม้ไผ่ตอกเป็นเสากันด้านหน้าและหลังไว้ ยกเว้นตอนค้ำหรือยึด ที่จะต้องมีการมัด จะใช้ผ้าห่มพระธาตุ ซึ่งมีความเหนียว และเป็นวัสดุที่วัดทั่วไปจะนำมาทิ้งทุกปี หรือปีละหลายครั้ง นำมาตัดเป็นเชือกมัดโครงฝาย

                  2. ผลจากการสร้างฝายดังกล่าว (ในฝายเขต 5/2L1 - 5/2L13 จำนวนฝายกว่า 200 ตัว ทำให้ไม่มีน้ำไหลลงไปยังห้วยหลักหรือมีก็น้อยมาก แต่น้ำจะไหลซึมออกมาจากใต้ดิน ที่ห้วยหลัก(น้ำใสมาก) แสดงว่าน้ำถูกเก็บไว้ในภูเขา ตั้งแต่ยอดดอยจนอิ่ม แล้วซึมออกมา

2. การชะลอน้ำในลำห้วยหลัก

         ลำห้วยหลัก ในโครงการ เฮาฮักม่อนพระยาแช่ ชื่อห้วยโจ้ มีความยาวมาก ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยใหญ่ 2 กลุ่ม มารวมกัน คือกลุ่มห้วยตาดคอกช้าง (ฝายเขต 2/1) ซึ่งมีต้นน้ำมาจากดอยฝรั่ง และกลุ่มห้วยตาดผ้าเหลือง (ฝายเขต 2/2) ซึ่งมีห้วยสาขาขนาดใหญ่มากมาย

         ฝายในห้วยหลักนี้ต้องสร้างให้แข็งแรง เพราะลำห้วยทั้งมีความยาวมาก และมีสาขามากมาย ดังนั้นน้ำจึงมีปริมาณมากและแรง แต่ด้วยข้อจำกัดของการทำโครงการ จึงต้องประยุกต์ทุกอย่างที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฝายที่สร้างในห้วยนี้ มีดังนี้


 

ฝายคอกหมูชั้นเดียว(ชะลอความชุ่มชื้น ที่ห้วยหลัก)  อยู่ที่ เขต๕/๑ หลังกุฏิเจ้าอาวาส

         2.1 ฝายคอกหมูชั้นเดียว

         เป็นฝายที่สร้างด้วยไม้ไผ่ เป็นคอก แต่เน้นการค้ำยันให้แข็งแรงและมากกว่าปกติ ในคอกใส่หิน+ดินอัดแน่น ด้านหน้าและหลังฝาย ถมด้วยหินให้เป็นมุมประมาณ 45 องศา 


ฝายคอกหมู ๒ ชั้น(ชะลอความชุ่มชื้น ที่ห้วยหลัก)  อยู่ที่ เขต๕/๒ หน้าวัดม่อนพระยาแช่

         2.2 ฝายคอกหมู 2 ชั้น

ทำเหมือนฝายคอกหมูชั้นเดียว แต่เพิ่มคอกขึ้นมาอีก1 ชั้นทางด้านหลัง ให้ต่ำกว่าด้านหน้า เพื่อเป็นพื้นที่รองรับน้ำเวลาน้ำล้นฝาย เพื่อป้องกันน้ำขุดด้านหลังฝาย ฝายคอกหมู 2 ชั้น จะคงทนกว่าแบบคอกหมูชั้นเดียว เพราะตัวใหญ่กว่า และรับแรงน้ำได้ดีกว่า วัสดุที่นำมาถมเข้าไปในฝาย หากเป็นหินแต่เพียงอย่างเดียว จะชะลอน้ำได้ไม่ดีนัก เพราะความห่างของหินจะปล่อยให้น้ำไหลผ่านไปได้มากกว่า



ฝายคอกหมู ๓ ชั้น(ชะลอความชุ่มชื้น ที่ห้วยหลัก)  อยู่ที่ เขต๕/๒ หน้าวัดม่อนพระยาแช่

         2.3 ฝายคอกหมู 3 ชั้น

         ฝายแบบนี้ สร้างยากกว่าและใช้เวลาในการสร้างนานกว่าฝายแบบอื่น ๆ เพราะมีการสร้างคอกถึง 3 ชั้น (4 แผง) และต้องใช้ดินและหินเป็นปริมาณมาก ในการถมที่ตัวฝาย แต่เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะได้ฝายที่แข็งแรงมาก ทนต่อการไหลของน้ำได้เป็นอย่างดี

         โครงการจะพยายามสร้างฝายแบบนี้ ให้มาก ๆ ในโอกาสต่อไป


 

ฝายคอกหมูชั้นเดียว โครงสร้างเป็นไม้ไผ่ แบบกึ่งถาวร  อยู่ที่ เขต๕/๒ หน้าวัดม่อนพระยาแช่

         2.4 ฝายกึ่งถาวร

         ฝายกึ่งถาวร เป็นฝายที่สร้างคล้ายกับฝายคอกหมูชั้นเดียว สองชั้น หรือ สามชั้น เพียงแต่ส่วนผสม ที่จะถมลงไปในตัวฝาย ที่เคยเป็นดิน+หิน ก็จะมีปูนซีเมนต์ผสมไปด้วย เมื่อสร้างเสร็จและส่วนผสมแข็งได้ที่แล้ว ฝายประเภทนี้ จะมีความแข็งแรงมาก ปัจจุบัน ในโครงการกำลังพยายามปรับสภาพฝายแบบเดิมให้เป็นฝายแบบกึ่งถาวรให้มากขึ้น (ต้องรอให้มีผู้บริจาคปูนซีเมนต์)


 

ฝายผ้าเหลือง(ชะลอความชุ่มชื้น ที่ห้วยหลัก)  อยู่ที่ เขต๕/๒ หน้าวัดม่อนพระยาแช่

         2.5 ฝายผ้าเหลือง

         การบริหารจัดการ ในการทำงานอย่างต่อเนื่อง แบบนี้ สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบทั่วไป ในแต่ละปี จะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และทำงานเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่โครงการ เฮาฮักม่อนพระยาแช่ ไม่มีงบประมาณ และทำงานได้ตลอดเวลา ดังนั้น การทำให้โครงการดำเนินไปได้ อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเรื่องที่ต้อง ศึกษา คิดค้น ทดลอง และพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ได้รูปแบบที่ทำงานได้ การทำฝายโดยใช้ผ้าเหลืองประกอบกับโครงไม้ไผ่ จึงถูกคิดขึ้นมาและทดลองทำ ซึ่งก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี ฝายผ้าเหลือง จึงเป็นฝายอีกแบบหนึ่งของโครงการที่ใช้เวลาสร้างไม่นาน ใช้แรงงานที่ไม่มาก และที่สำคัญสามารถทำงานได้อย่างดี



ฝายหินถม(ชะลอความชุ่มชื้น ที่ห้วยหลัก)  อยู่ที่ เขต๕/๒ หน้าวัดม่อนพระยาแช่

           2.6 ฝายหินถม

             เป็นฝายที่สร้างโดยการใช้หินถม เป็นคันสูงขึ้นมา(ถ้าจะให้แข็งแรง ควรเรียงหินให้มีช่องว่างน้อยที่สุด) ความสูงประมาณ .70-1.00 เมตร หรือสูงกว่านั้น แต่ถ้าสูงมาก ก็จะไม่แข็งแรง ไม่เหมาะกับห้วยที่มีน้ำแรง เพราะจะพังง่าย เนื่องจาก ไม่มีโครงสร้างอื่น ๆ มาเสริม ข้อดีคือสร้างง่ายและไวเท่านั้น


 

ร่องชะลอน้ำ(ชะลอความชุ่มชื้น บนดอย ที่ไม่มีห้วย)  อยู่ที่ เขต๕/๒L หน้าวัดม่อนพระยาแช่

3.การชะลอน้ำบนภูเขาที่ลาดเอียง แต่ไม่มีห้วย

         พื้นที่ประเภทนี้ หากมีไฟไหม้ป่า จะมีการชะล้างหน้าดินสูง เพราะเมื่อฝนตก จะชะล้างหน้าดินที่ไม่มีใบไม้ปกคลุม ไหลลงไปยังที่ต่ำกว่า การสร้างฝายจะไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีห้วย หรือร่องน้ำเลย ดังนั้น โครงการจึงใช้วิธีขุดเป็นร่องชะลอน้ำ ดังในภาพ ซึ่งสามารถชะลอน้ำให้ซึมลงไปในดินได้ดีกว่าฝาย เพราะเป็นร่องอยู่ในดิน มีความแข็งแรงและแน่นอยู่แล้ว การทำก็ง่ายเพราะใช่เพียงจอบ ขุดดินยกเป็นคัน ตามระดับความสูง เท่านั้น


 

จำนวนคน ในการสร้างฝาย (สำหรับท่านที่ต้องการมาร่วมกิจกรรม)

         ในการสร้างฝายแต่ละแบบนั้น ใช้กำลังคนไม่เหมือนกันต้องขึ้นอยู่กับ ความสามารถของผู้มาร่วมกิจกรรมด้วย แต่โดยทั่วไป ที่โครงการดำเนินการอยู่นั้น เป็นดังนี้

1. ฝายบนที่สูง แบ่งเป็นกลุ่มละ 5-10 คน / 2-5 ฝาย / ครึ่งวัน / ความสูงฝาย .50-.70 เมตร

2. ฝายคอกหมู ชั้นเดียว กลุ่มละ 10-20 คน / 1-2 ฝาย / ครึ่งวัน / ความสูงฝาย .70-1.00 เมตร

2. ฝายคอกหมู สองชั้น กลุ่มละ 10-20 คน / 1 ฝาย / ครึ่งวัน / ความสูงฝาย .70-1.00 เมตร

2. ฝายคอกหมู สามชั้น กลุ่มละ 20-30 คน / 1 ฝาย / วัน / ความสูงฝาย .70-1.00 เมตร

2. ฝายผ้าเหลือง กลุ่มละ 5-10 คน / 1 ฝาย / ครึ่งวัน

สิ่งที่ผู้มาร่วมกิจกรรม ต้องเตรียมมา

1. อาหารกลางวัน + น้ำดื่ม 1-2 ขวด (โครงการมีสำรองบ้าง แต่ไม่มาก)

2. การแต่งกาย รัดกุมพร้อมลุย (ของมีค่า ไม่ควรนำเข้าป่า / โทรศัพท์ ไม่ค่อยมีสัญญาน ทุกค่าย)

ฤดูฝน ต้องพร้อมที่จะเปียกและเลอะเทอะ

ฤดูร้อน ทำงานในห้วย บนดอยสูง ไม่ร้อนแดด แต่อากาศอาจร้อนบ้างบางพื้นที่

อุปกรณ์อื่น ๆ ถุงมือผ้า ถ้ามีจะดี / หมวก กันแมลง / ยากันยุง น่าจะมี /รองเท้า บู้ทยาง ดีที่สุด หรือผ้าใบเก่า ๆ

3. อุปกรณ์ในการทำงาน โครงการฯ มีไว้บริการพร้อมทุกอย่าง ยกเว้น ปูนซีเมนต์ ต้องซื้อมาด้วย ในกรณีต้องการทำฝายแบบกึ่งถาวร


ภาพอย่างนี้ มีเกือบทุกสัปดาห์ มากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่ความว่างของเยาวชนเหล่านี้
แต่สลับผลัดเปลี่ยนกันมา จากหลากหลายสถาบัน


สถาบันการศึกษา ที่เข้าร่วมสร้างฝาย ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นม

1. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง (กว่า 1,000 คน ในภาคเรียน 1/2556)
2. 
วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง  (กว่า 1,000 คน/ภาคเรียน 1/2556)
3. สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตลำปาง
4. วิทยาลัยเทคนิคลำปาง
5. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
6. มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง
7. 
โรงเรียนลำปางกัลยาณี
8. วิทยาลัยอินเตอร์เทค ลำปาง
9. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปาง
10. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารีย์
11. ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ ๓๒ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี
12. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง
      และหน่วยงานอื่น ๆ 


  





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดับไฟป่า-กลางคืน-ดอยฝรั่ง-สูงและชันมาก

ชุดปฏิบัติการพิเศษ ดับไฟป่า ของ We love The King we love Thailand นครลำปาง ไปดับไฟป่า ที่ห้วยงูเห่า ทางขึ้นดอยฝรั่ง ความยาวของแนวไฟประมาณ 400 เมตร ทั้งสูงและชันมาก กลางคืนด้วย

View All
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]