• ThelastKGB
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-14
  • จำนวนเรื่อง : 4174
  • จำนวนผู้ชม : 3888338
  • ส่ง msg :
  • โหวต 928 คน
The last KGB
เรื่องมีสาระ ปลอดสาระ อะราวด์ เดอะ เวิร์ลด์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/inter
วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ThelastKGB , ผู้อ่าน : 2750 , 16:41:43 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ตอนที่ Academy of Motion Picture Arts and Sciences เริ่มแจกรางวัล  Academy Awards  หรือ Oscar  เป็นครั้งแรก เมื่อ16 พฤษภาคม ปี 1929  ไม่เคยมีใครคาดในว่า งานนี้จะเติบโตกลายเป็นงานใหญ่สุดในโลกภาพยนต์ ที่มีคนหลายล้านทั่วโลกรอชม

การประกาศรางวัลครั้งล่าสุด การประกาศรางวัลครั้งล่าสุด คือครั้งที่ 81  ใกล้เข้ามาแล้ว คือคืนวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ตามเวลาท้องถิ่นที่นครลอส แองเจลีส  ซึ่งตรงกับเช้าวันจันทร์ตามเวลาบ้านเรา  เลยนำเกร็ดน่ารู้แบบเรียงลำดับจาก A ถึง Z มาเล่าสู่กันฟัง

ริ่มด้วยตัว A  คือ ACADEMY ตัวสถาบันซึ่งเป็นผู้จัดงาน


ก่อตั้งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร เมื่อปี 1927 โดยตอนแรกมีสมาชิกเป็นโปรดิวเซอร์และผู้ผลิตหนัง  36 คน ภายใต้การนำของ ประธาน MGM studio  คือ  Louis B Mayer สมาชิกรุ่นก่อตั้งรวมทั้งดาราดังอย่างพระเอกและนางเอกหนังรุ่นเก๋า  Douglas Fairbanks กับ  Mary Pickford และตลกแว่นตาโต  Harold Lloyd  (ในภาพบน)ปัจจุบัน สมาชิกซึ่งก็คือกรรมการตัดสินขยายตัวเป็นกว่า 6,000 คน ซึ่งหนึ่งในสี่เป็นดารา

BLEACHERS ที่นั่งพิเศษสำหรับผู้เช้าชมงาน


แฟนหนังผู้ที่คลั่งไคล้อยากได้เห็นเหล่าดาราอย่างใกล้ชิด จะทำได้ด้วยการได้ที่นั่งที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ ที่ด้านนอกสถานที่จัดงาน  แต่ต้องลงทะเบียนจองล่วงหน้าไว้อย่างน้อย 6 เดือน สมัยก่อนเคยมีแฟนๆไปตั้งแคมป์รอเฝ้าตั้งแต่กลางคืน แต่ถูกสั่งห้ามตั้งแต่เกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ผู้ที่ได้ลงทะเบียนไว้ จะถูกสุ่มเลือกผู้โชคดี 500 คน ซึ่งได้รับแจ้งให้ไปที่งานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าของคืนที่มีงาน หรือ 10 ชั่วโมงก่อนเริ่มงาน

CAMPAIGNS การรณรงค์ของบรรดาเจ้าของหนัง


ในทุกปี บรรดาค่ายหนังต่างๆจะโหมรณรงค์ เชิญชวนให้สมาชิกของ Academy ลงคะแนนเสนอชื่อหนังของค่ายตน และพากันส่ง ดีวีดี กับอุปกรณ์โปรโมชั่น รวมทั้งของขวัญให้บรรดาผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน จนต้องมีการออกกำข้อบังคับให้เข็มงวดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลังมีข้อกล่าวเรื่องการลอบบี้แบบเกินงาม

DRAMAS เป็นเวทีของหนังสไตล์ดราม่า

มากกว่าหนึ่งในสามของหนัง  81 เรื่องที่เคยคว้ารางวัลภาพยนต์ยอดเยี่ยม หรือ Best Picture Award ของ Oscar เป็นหนังสไตล์ dramas ทำให้ง่ายที่จะชนะใจผู้มีสิทธิออกเสียง รองลงมาคือหนังชีวประวัติ หรือ  Biopics  ตามมาด้วยมหากาพย์ต่างๆ รวมทั้งหนังตลกและหนังเพลง  เคยมีหนังสไตล์เวสเทิร์นเพียง 3เรื่องที่เคยคว้ารางวัลนี้ รวมทั้ง Dances with Wolves และ Unforgiven.

ENVELOPE ซองจดหมาย


ภาพคุ้นตาเราในงานออสการ์ คือ พิธีการรับเชิญเป็นผู้เปิดซองเพื่อประกาศรายชื่อผู้คว้ารางวัลแต่ไม่ได้ทำแบบนี้มาแต่เริ่มแรก ในช่วง 10 ปีแรกของการแจกรางวัล ผู้จัดงานจะแจ้งให้สื่อมวลชนรู้ล่วงหน้าว่าใครชนะ เพื่อให้ทันเวลาปิดหน้าหนึ่งของข่าวหนังสือพิมพ์ แต่หลังจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งปากโป้ง ในปี 1939  ก็มีการตัดสินใจปิดผลคะแนนเป็นความลับอย่างมิดชิด

FASHION แฟชั่นคือสิ่งที่ออสการ์ขาดไม่ได้


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีชุดมากมายที่คนดังใส่มาร่วมงาน ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นชุดต้องห้าม ที่ไม่น่ากล้าสวมออกจากบ้าน  รวมทั้งแฟชั่นเครื่องประดับศีรษะแบบอินเดียนแดงที่นักร้องดัง Cher สวมไปงานเมื่อปี 1986 , ชุดนางหงส์ของ Bjork เมื่อปี 2001(ภาพบน) , ชุดซีทรูท่อนบนโดยไม่มีบราของ Gwinneth Patrow เมื่อปี  2002 (ล่างซ้าย) หรือชุด Celine Dion ใน1999 ที่ดูเหมือนสวมแจ็กเก็ตสีขาว แต่ใส่กลับทาง (ล่างขวา)

GOODIE BAGS  ถุงของขวัญ


บรรดาผู้ประกาศรางวัล กับผู้ร่วมแสดงในงานออสการ์ปีนี้ จะได้รางวัลคุ้มกับความตั้งอกตั้งใจ เพราะมีข่าวว่าถุงของขวัญขอบคุณในงานปีนี้แต่ละถุง มีมูลค่ามากถึง $100,000 ( ราวๆ 3 ล้าน 5 แสนบาท) ที่ผ่านมานั้น ของรางวัลในถุงอาจรวมทั้งโทรศัพท์มือถือ, โทรทัศน์แบบ high-definition , เสื้อผ้าดีไซเนอร์ดัง ไปจนบัตรของขวัญสำหรับการท่องเที่ยว

HONORARY AWARD รางวัลเกียรติยศ

นอกจากรางวัลออสการ์ยังมีประวัติชอบมอบรางวัลพิเศษให้ดาราสูงวัย  คนรุ่นเก๋าในวงการ และผู้ล่วงลับที่มีความโดดเด่น ผู้ที่ได้รับรางวัลประเภทนี้ในช่วงไม่นานมานี้ รวมทั้ง Peter O'Toole , Kirk Douglas และ Robert Redford ขณะที่ดาราตลกดัง Bob Hope เคยได้รางวัลออสการ์เกียรติยศไม่น้อยกว่า 5 ตัวช่วงปี 1941 -1966.

 IN MEMORIAM รำลึกถึงคนที่จากไป

ในงานแต่ละปี จะมีช่วงไว้อาลัยผู้ที่จากไป นับจากพิธีแจกรางวัลปีก่อน รวมทั้ง Heath Ledger  สำหรับปีนี้ จะมีชื่อของ Paul Newman กับ Charlton Heston ด้วย เมื่อปี 2003 พิธีกรของงานคือ Steve Martin เคยเล่นมุขล้อเลียนช่วงนี้  ด้วยการแนะนำภาพของบางคนที่เขาประกาศว่า"คือคนที่คุณคิดว่าตายแล้ว แต่อันที่จริงยังอยู่ "

JEAN HERSHOLT รางวัลฌอง เฮอร์สโฮลท์


เขาคือดาราและเคยเป็นประธานของสถาบัน หลังเขาตายเมื่อปี  1956 ก็มีการแจกรางวัลเกียรติตามชื่อเขา ให้กับ"ผู้ใช้ความพยายามด้านมนุษยธรรม จนนำชื่อเสียงสู่วงการหนัง" คนที่เคยได้รางวัล  รวมทั้งGregory Peck, Frank Sinatra  และ Bob Hope  คนที่จะได้รางวัลนี้ในปีนี้คือดาวตลกJerry Lewis 

KODAK  การใช้ Kodak Theater เป็นที่จัดงาน


มีการใช้ที่สถานที่จัดงานแจกรางวัล สลับระหว่าง Dorothy Chandler Pavilion ที่ Los Angeles Music Center  กับที่  Shrine Auditorium ใกล้มหาวิทยาลัย  Southern California  แต่นับจากปี 2002 ก็หันมาจัดประจำที่ Kodak Theater บนถนน Hollywood Boulevard ซึ่งจุได้ 3,400 คน

LOS ANGELES รถติดที่ลอส แองเจลีส


ในแต่ละปี งานออสการ์ทำรถติดมหาศาล เพราะมีรถลีมูซีน  1,200 คัน เข้าคิวส่งดารา เมื่อปี  1988 การจราจรคับคั่งที่ด้านนอกที่จัดงานคือ Shrine Auditorium  จนผู้ประกาศผลรางวัล และดาราที่ได้รับการเสนอชื่อหลายคน ต้องทิ้งรถยนต์ และวิ่งไปตามถนนเพื่อไปงานให้ทันเวลา

MARKSMEN ออสการ์กับพลซุ่มยิง

มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากในงานนี้ ถ้าคุณคิดจะพังรั้วเข้าไปในงาน มีโอกาสที่คุณจะเข้าไปได้ไม่เกิน 10 หลา เพราะมีพลซุ่มยิงของตำรวจยืนประจำการอยู่หรือซ่อนอยู่บนหลังคา พื้นที่ๆจะถูกประกาศเป็น  no-fly zone  และมีการปิดช่องทางต่างๆ  แต่ไม่สามารถกันไม่ให้พวกเล่นพิเรนทร์ 2 คน บุกเข้างานเมื่อปี 2002 โดยใช้บัตรผ่านรถยนต์ปลอม

NOMINATIONS การเสนอชื่อ 

หนังทุกเรื่องที่ได้รับเสนอชื่อ  ต้องเคยฉายที่สหรัฐฯอย่างน้อย 1 ครั้งก่อน 31 ธันวาคมปีก่อน ถึงมีสิทธิเข้าชิงรางวัลออสการ์ปีถัดไป แต่ถือว่าเริ่มการแข่งขัน เมื่อมีการประกาศชื่อ 4 สัปดาห์ก่อนวันประกาศรางวัล จะมีการประกาศชื่อหนังและผู้เข้ารอบในเวลา 0530 ตามเวลาที่ลอสแอลเจลีส โดยประธานสถาบัน  โดยมักมีคนได้รับรางวัลคนก่อนยืนอยู่ข้างๆ

OSCAR ทำไมชื่อออสการ์


ที่มาของชื่อนี้ยังเป็นที่ถกเถียง แต่ที่คุ้นหูกันที่สุด คือเรื่องเล่าที่ว่า บรรณารักษ์ห้องสมุดของสถาบัน  คือ  Margaret Herrick ออกปากเมื่อปี 1931 ว่า รางวัลนี้หน้าตาคล้ายลุงออสการ์ของเธอ เริ่มเรียกชื่อนี้กันจนคุ้นในปี  1934 และอีก 5 ปีต่อมาถึงกลายเป็นชื่ออย่างเป็นทางการ

PRESENTER  พิธีกรรายการ

ดาวตลกวัยคุณทวด Bob Hope ทำสถิติในด้านนี้ โดยเคยเป็นพิธีกรงาน 17 ครั้งในช่วง 39 ปี Johnny Carson  เป็นพิธีกรหลายครั้งในช่วงทศวรรษที่1980 ก่อนที่ Billy Crystal (คนที่ยืนปิดตา Oscarในภาพบน)จะมาแทน และพิธีกรคนถัดมา มีตั้งแต่คนที่ทำได้ดีอย่าง Steve Martin กับ  Whoopi Goldberg  ไปจนถึงคนที่ถูกวิจารณ์ว่างั้นๆ อย่างChris Rock และถึงขั้นเลวร้าย อย่างDavid Letterman ส่วนปีนี้ ดาราหนุ่มHugh Jackman จะมาวัดดวงเป็นปี
แรกว่าจะรุ่งหรือไม่

QUIPS มุขนินทางานของพิธีกร

ส่วนหนึ่งของหน้าที่พิธีกรคือพูดตลกกระแนะกระแหนงานของตัวเอง   Carson เคยกระแนะกระแหนงานนี้ครั้งหนึ่งว่า"งานหรู 2 ชั่วโมงที่ถูกยืดให้เป็น 4 ชั่วโมง" ส่วน  Billy Crystal เปรียบเทียบกับTitanic โดยบอกว่า   "เราใหญ่โต เราแพง และใครๆก็อยากให้เราเร็วกว่าเดิม" (We are huge, we are expensive and everyone wants us to go faster.) " แต่คนที่ล้อเลียนงานได้ดีที่สุดคือ Donald O'Connor เมื่อปี  1954 ที่บอกว่า "คือการเปิดซองอ่านพินัยกรรม "

RED CARPET พรมแดงในงาน


ในการจัดงานออสการ์ ที่ Kodak Theatre ต้องใช้พรมแดงมากถึง 14,000 ตารางฟุต ปูพื้นที่รอบๆด้านนอก สำหรับงานแฟชั่นชุดสวยของดารา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของงาน และที่ประดับตามทางเดิน คือรูปปั้นรางวัลสูง 7 ฟุต ที่จะทาสีทองใหม่ทุกปีก่อนวันงาน มีการปลูกดอกไม้ 60,000 ดอกเป็นพิเศษ เพื่อนำมาใช้ประดับทั่วบริเวณงาน

SPEECHES สุนทรพจน์


คนได้รางวัลที่กล่าวสุนทรพจน์ตอบรับรางวัล

คนได้รางวัลที่กล่าวสุนทรพจน์ตอบรับรางวัลยาวนานเป็นประวัติการณ์ที่สุดคือ  Greer Garson ที่พูดนาน 5 นาที เมื่อปี 1943 ส่วนคนพูดสั้นสุดคือ  John Mills ผู้ไม่พูดอะไรเลย สมกับที่ได้รางวัลออสการ์จากบทคนเซ่อซ่าที่เป็นใบ้ในหนังเรื่อง Ryan's Daughter และว่ากันว่า คำกล่าวสุนทรพจน์ที่ทำคนอึ้งที่สุดเป็นคำอุทานของดาราสาวใหญ่  Sally Field  เมื่อปี 1985 (ในภาพบน) ที่เธอพูดว่า  "You really like me!" "พวกคุณชอบฉันจริงๆfหรือนี่"

TELEVISION การออกทีวี

มีการถ่ายทอดสดงานนี้ทางทีวีครั้งแรกเมื่อปี  1953 ดึงดูดผู้ชมได้มากสุดในรอบ 5 ปี  แต่เพิ่งมีภาพสีให้ชมในปี  1966  จนคุณปู่  Bob Hope  เล่นมุขตลกว่า ได้ออกทีวีสี จะได้เห็นคนที่แห้วรางวัล หน้ากลายเป็นสีเขียว (Now we can see the losers turn green.) และเมื่อปี  2005  เครือข่าย ABC วิตกกลัวพิธีกรคือ Chris Rock จะเผลอสบถคำหยาบออกอากาศ จนต้องใช้วิธีถ่ายทอดสดแต่ดีเลย์ 5 วินาที จะได้ตัดทิ้งได้ทัน

UPSETS เรื่องน่าผิดหวัง


เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รวมทั้ง Steven Spielberg  ผู้แสนผิดหวังที่หนัง Shakespeare
 in Love ได้เป็นหนังยอดเยี่ยมแห่งปี เมื่อปี 1999 แซงหน้า  Saving Private Ryan ของเขา และว่า
กันว่า แม้แต่คนได้รางวัลเองคือ Juliette Binoche ก็ยังช็อค เมื่อรู้ว่าเธอตัดหน้าLauren Bacall
 คว้ารางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมปี  1997.

VANITY FAIR งานเลี้ยงที่จัดโดยนิตยสารVANITY FAIR


หลังเสร็จพิธีแจกรางวัล ผู้คว้ารางวัลส่วนใหญ่จะไปปรากฏตัวในงานบอลที่จัดโดยผู้ว่าการรัฐหรือ Governor's Ball  ก่อนจะไปต่อที่งานเลี้ยงเจ้าอื่นๆ และยอดนิยมที่สุดคืองานเลี้ยงที่จัดโดยบก.หนังสือ  Vanity Fair ชื่อ rGrayson Carter  ที่  Morton's Restaurant แถบเวสต์ ฮอลลีวู้ด แต่ปีนี้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ มีข่าวว่างานจะลดความฟู่ฟ่า และจัดที่ Sunset Tower Hotel.

WAR สงครามกับงานออสการ์


ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ตุ๊กตาเคลือบสีทองของรางวัลออสการ์ เคยเปลี่ยนไปทำด้วยปูนปาสเตอร์ และห้ามแต่งกายเป็นทางการไปร่งมงาน ขณะที่งานเมื่อปี 2546 ก็อบอวลด้วยความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิรัก ทำให้มีการตัดทอนพิธีกรรมต่างๆลง รวมทั้งการที่พิธีกรคือ Steve Martin ตอกย้ำกับผู้ร่วมงานว่า บางคนอาจไม่ทันสังเกตว่างานปีนั้นไม่มีการปูพรมแดง เพื่อส่งสารถึงทหารหาญในสงคราม

X-RATED หนังออสการ์เรตส์ X

หนังดังเรื่อง Midnight Cowboy สร้างประวัติศาสตร์ให้กับรางวัล Oscar เมื่อปี  1970 มาจนถึงปัจจุบันด้วยการเป็นหนังเรตส์ X เพียงเรื่องเดียว ที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนต์ยอดเยี่ยม (Best Picture Award)  สองดารานำคือ Dustin Hoffman กับ Jon Voight ต่างได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม (. Best Actor Award )  แต่พ่ายให้กับ  John Wayne เจ้าพ่อหนังคาวบอยตะวันตก

YOUTH  ผู้ชนะวัยเด็ก


ดาราเด็กคนดัง Tatum O'Neal  (ภาพบน)สร้างสถิติเป็นผู้คว้ารางวัล Oscar อายุน้อยที่สุด หลังจากเธอได้รางวัล นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress Award) จากหนังเรื่อง  Paper Moon ตอนอายุแค่ 10 ขวบ  (ในเวลาต่อมา ดาราเด็กอีกคน คือ Anna Paquin คว้ารางวัลเดียวกันจากหนังเรื่อง  The Piano ตอนอายุ 11 ปี

 

แต่อันที่จริง ดาราเด็กที่สุดที่ได้รางวัล Oscar  คือ  Shirley Temple ดเาราเด็กรุ่นเก๋าที่อายุแค่ 6 ขวบตอนได้รางวัลเกียรติยศ จากการอุทิศตนอย่างโดดเด่นต่อวงการแสดง 

ZERO หมายเลขไร้โชค


เลข 0 คือ จำนวนรางวัลที่ผู้กำกับคนดัง Steven Spielberg ได้รับจากหนังเรื่อง  The Color Purple  หลังจากหนังเรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลOscar มากถึง 11 สาขาเมื่อปี  1986  เป็นความล้มเหลวที่เทียบเก่ากับหนังดราม่าเกี่ยวกับบัลเลต์เรื่อง The Turning Point เมื่อปี 1978.

ยังมีสถิติที่น่าสนใจด้วยว่าRichard Harris  เคยได้รับการเสนอชิงรางวัลนี้ 7 ครั้งแต่แห้วตลอด และยังไม่มีใครทำลายสถิติของ Sound mixer ชื่อ Kevin O'Connell  ผู้ยังไม่เคยได้รางวัล Oscar ไปนอนกอดสักที แม้จะได้รับการเสนอชื่อมาแล้ว 20 ครั้ง....

พบกับพิธีแจกรางวัลออสการ์ครั้งที่ 81 คืนนี้บ้านเขา เช้าพรุ่งนี้บ้านเราค่า

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
LukeKaEw วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 00.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lukekaew
สบาย สบาย

รอดูอยู่คะ ตื่นเต้นๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซี

อภิสิทธิ์ : ผมคิดว่าผู้คนทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็สามารถทำให้กระบวนการยุติธรรมสามารถดำเนินการไปได้ เพื่อสอบสวนการเสียชีวิตของผู้ประท้วงและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้น จะต้องแสดงความรับผิดชอบ คำถาม: ค

View All
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]