*/
  • ณัฐรดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nadrda@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 81646
  • จำนวนผู้โหวต : 45
  • ส่ง msg :
  • โหวต 45 คน
<< มกราคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2558
Posted by ณัฐรดา , ผู้อ่าน : 1916 , 15:25:32 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน ni_gul , chailasalle และอีก 10 คนโหวตเรื่องนี้

 บทนำ

เวลาที่เราดูโทรทัศน์ ช่วงปิดท้ายข่าว มักมีการยกคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ได้รับการร้อยเรียงเป็นพระคาถามากล่าว พระคาถาเหล่านั้น หากเราสามารถจำได้ และนำมาสอนใจในเวลาที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆเฉพาะหน้า เช่น เพื่อให้คลายความโกรธ คลายความเสียใจ ไม่ยึดมั่นในความสุข หรือ เป็นแนวทางในการปฏิบัติ เตือนใจให้เหิมหาญ ไม่ย่อท้อ ก็จะเป็นประโยชน์แก่ชีวิตเป็นอย่างมากทีเดียวค่ะ

ในพระประวัติของสมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) มีการเล่าไว้ว่า เมื่อครั้งที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ อายุราว ๗ พรรษา มักทรงรบเร้าคุณป้าให้พาไปฟังพระเทศน์ที่วัดเพราะท่าน “อยากไปฟังนิทาน” แม้ในพระประวัติจะไม่ได้เล่าไว้ว่านิทานที่ท่านฟังเป็นนิทานชาดกในพระสูตร หรือนิทานในคัมภีร์อื่นๆที่อรรถกถาจารย์บรรยายไว้เพื่อให้เข้าใจต้นเรื่องของคำตรัสอันเป็นพระคาถา หากจะให้คาดเอาก็น่าจะหมายความรวมเข้าไว้ทั้งหมด เพราะต่างก็เป็นเรื่องราวที่มีการบันทึกไว้ในคัมภีร์ต่างๆอันเป็นส่วนหนึ่งส่วนหนึ่งของคัมภีร์ในพุทธศาสนา

ในส่วนหนึ่งของขุททกนิกายอันเป็นนิกายหนึ่งในพระสุตตันตปิฎก มีส่วนที่ชื่อว่า ธรรมบท อันเป็นการนำคำตรัสสั้นๆที่ประพันธ์ไว้เป็นคาถา ที่ตรัสกับคนนั้นบ้างคนโน้นบ้าง ที่นั่นบ้างที่โน่นบ้าง มารวมไว้ในที่เดียวกัน มีการแยกเป็นวรรคหรือส่วนย่อยที่รวมคำตรัสอันมีอรรถหรือความหมายคล้ายคลึงกันเข้าไว้ด้วยกันอีกที

เช่น โกธวรรค ก็เป็นการรวมพระคาถาที่เกี่ยวความโกรธ ปาปวรรค ก็เป็นพระคาถาที่เกี่ยวกับเรื่องของบุญบาป เป็นต้น แต่เนื่องจากมีแต่คำตรัสสั้นๆ ไม่มีคำอธิบาย อรรถกถาจารย์จึงเกื้อกูลแก่ชนรุ่นหลังโดยการบันทึกต้นเรื่องหรือที่มาของคำตรัส (หรือที่คนไทยเรียก นิทาน) และการอธิบายความหมายของคำยาก หรือ ใจความของพระคาถาที่ทรงประสงค์ (หรือที่เรียกกันว่าการ แก้อรรถ) สำหรับอรรถกถาที่อธิบายธรรมบทที่ชาวพุทธเล่าเรียนกันนี้ เป็นการรจนาของพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเรียบเรียงจากภาษาสิงหลแล้วแต่งเป็นภาษามคธ (หรือที่เรารู้จักกันในนาม ภาษาบาลี) แล้วให้ชื่อว่าคัมภีร์ ธมฺมฏฺฐปทฐฺกถา หรือ อรรถกถาอธิบายธรรมบท

ซึ่งเรื่องราวในคัมภีร์นี้ แม้จะมีอิทธิปาฏิหาริย์อยู่บ้าง แต่เราชาวพุทธที่เป็นชนรุ่นหลังก็ควรเข้าใจค่ะ ว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะในขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่ศาสนาพุทธต้องคุ้มครองตนการการรุกล้ำของศาสนาอื่นๆที่เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์

และเพราะการเขียนต้นเรื่อง ปาฏิหาริย์ และการขยายความเหล่านั้นนั่นเองค่ะ จึงทำให้เด็กๆ หรือ ผู้ที่ชมชอบในสิ่งที่ยากจะจับต้องได้ สนุกสนานกับการเรียนรู้พุทธพจน์  หรือผู้ที่ไม่สนใจปาฏิหาริย์ ก็อาจได้ทั้งข้อคิดที่อรรถกถาจารย์สอดแทรกไว้ หรือเข้าใจในเนื้อความของคำตรัสอย่างครบถ้วน  

โดยอรรถกถาจารย์นอกจากจะร้อยเรียงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว ยังตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องและพระคาถาด้วย

จึงขอนำพระคาถาในธรรมบทและอรรถกถาที่แต่งไว้เป็นเรื่องๆเหล่านี้มาเล่าเป็นเรื่องๆ เป็นลำดับๆไป โดยเริ่มตั้งแต่เรื่องแรกในวรรคแรกคือ ยมกวรรค (อ่านว่า ยะ-มะ-กะ-วัก) ที่หากจะแปลตามตัวอักษร จะได้ความว่า

 “ กถาอันเป็นเครื่องพรรณนาเนื้อความแห่งวรรคอันบัณฑิตกำหนดแล้วด้วยเรื่องอันเป็นคู่” 

เลยนะคะ

ที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่เพราะเหตุว่าจะมีสองคาถาคู่กัน เริ่มต้นคาถามักเหมือนกันโดยที่คาถาหนึ่งเนื้อความในปลายคาถาเป็นไปในทางบวก ส่วนอีกคาถาหนึ่งมีเนื้อความในทางลบ

ซึ่งในเรื่องแรกนี้ชื่อว่า พระจักขุบาลเถระ เป็นเรื่องของพระเถระที่เพียรในการปฏิบัติมากจนกระทั่งตาบอดในที่สุด และความที่ท่านมองไม่เห็นนี้เอง จึงกระทำปาณาติบาตสัตว์เล็กๆบนพื้นดินขณะที่เดินจงกรมเป็นจำนวนมาก ภิกษุผู้มาจากทิศต่างๆเห็นเข้าจึงพากันไปฟ้องพระพุทธเจ้า

ส่วนพระถาคาถาที่ปรากฏในเรื่องนี้คือพระถาคานี้ค่ะ

..........มโนปุพฺพงฺคมา  ธมฺมา.....................มโนเสฏฺฐา มโนมยา

..........มนสา เจ  ปทุฏฺเฐน..........................ภาสติ วา  กโรติ  วา

..........ตโต  นํ  ทุกฺขมเนฺวติ........................จกฺกํว  วหโต  ปทํ ฯ

..........ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นสภาพถึงก่อน มีใจประเสริฐที่สุด อันสำเร็จแล้วแต่ใจ

..........หากว่าบุคคลมีใจอันโทษประทุษร้ายแล้ว กล่าวอยู่หรือ หรือว่ากระทำอยู่ไซร้

..........ทุกข์ย่อมติดตามบุคคลนั้นไปเพราะทุจริต ๓ นั่น ดุจดังล้อหมุนตามรอยเท้าวัวที่ลากแอกไปอยู่ฉะนั้น.

เริ่มสนุกกับการเรียนรู้พระคาถาหรือยังคะ ^_^

เรื่องราวของพระเถระและความหมายของพระคาถาจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนที่ชื่อว่า การฟังธรรมของอริยบุคคลในกรุงสาวัตถีอันเป็นตอนต่อไป (http://www.oknation.net/blog/isariyaporn/2015/01/15/entry-1) นะคะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 11 : สมชัย
ขอบคุณค่ะที่มาอธิบายเพิ่มเติม

ความเห็นที่ 12 : chailasalle
เนื้่อเรื่องในตอนต่อๆไปก็เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ

ความเห็นที่ 13 : rattiya
ขอบคุณที่แวะมาอีกครั้งนะคะ
ดีใจจังค่ะ ที่เห็นบ้านนี้เป็นที่ผ่อนคลาย ช่วยคลายเครียดให้ได้น่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 04.27 น.

เพิ่งจะลงเวรบ่ายมา เข้าไปอ่านเรื่องของคุณSW19 เเล้วมึน เลยเเวะเข้าบ้านหลังนี้ เข้ามาอ่านพบข้อความนี้ ถูกใจมาก

"คนที่ศึกษาบางส่วนไม่กลั่นกรองให้ดี คัดเลือกเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อมาสอน กลับไปเอาเครื่องเคียง มาเป็นหลักแทน เราจึงพบพระบางรูปสั่งสอนถึงปาฏิหารย์ ถึงการบนบาน ซึ่งพบอยู่ไม่น้อย ทำให้ผู้ที่มีการศึกษาวิชาการตะวันตก หรือทางวิทยาศาสตร์ ดูหมิ่นดูแคลน ศาสนาพุทธ ว่ามีแต่เรื่องเหลือเชื่อ เรื่องที่ขัดกัน มากมาย นี่เป็นเพราะการไม่รู้จักคัดเลือก สิ่งที่เป็นเนื้อแท้ หรือเครื่องปรุงแทนที่จะทานเนื้อกุ้ง กลับไปทานใบมะกรูด แล้วบอกว่าไม่ดี"
ฝากถามคุณสมชัย รัตติยาไปอ่านมา(รู้สึกว่าจากบล็อกคุณยาม) ใบมะกรูดก็มีประโยชน์นะค่ะ

ปล. อย่าถือสานะค่ะ เพิ่งลงเวรมา หาเรื่องอ่านคลายเครียด วันนี้ไปเยี่ยมคนไข้ใหม่เป็นวันที่ 2 เเล้วคุณป้าไม่ยอมเปิดประตูบ้าน มึนไม่รู้จะทำอย่างไรดี(ไปเยี่ยมเพื่อเตือนให้ทานยาเเค่นั้นนะ)...

ความคิดเห็นที่ 12 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chailasalle วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 01.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ท่านสละดวงตานอก จนบอดลงแต่พลันตาใน ตาธรรม ท่านก็สว่าง สาธุ

ความคิดเห็นที่ 11 rattiya , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 15.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

การอ่านธรรมบท เหมือนดังการทานต้มยำกุ้ง พุทธพจน์เปรียบดังเนื้อกุ้ง การขยายความหมายคาถาพุทธพจน์ดัง เห็ดที่ใส่ประกอบ นิทานประกอบเรื่อง เปรียบดัง ขิงข่า ใบมะกรูด เพิ่มรสชาติ
เครื่องเคียงที่เพิ่มรสชาตินี้ มีอภินิหารน์ การบนบาน ซึ่งขัดต่อคำสอนแต่เป็นความจำเป็นในสมัยที่ พระพุทธโฆษาจารย์ จำต้องรจนาดังนั้น เพราะ 1000ปีหลังพุทธกาล ศาสนาพุทธเสื่อมทรามลงมากในชมพูทวีป คนเราหันไปอ้อนวอน กราบไหว้ เหมือนคนสมัยนี้บางส่วน ต้องต่อสู้กับลัทธิ ภักติ คือมีศรัทธาต่อเทพเจ้าอย่างเข้มข้น จึงส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนาดั้งเดิม ดังนั้นในธรรมบทจึงมีเรื่องพวกนี้ค่อนข้างมาก

และการศึกษาของพระไทยก็ได้อาศัย คัมภีร์วิสุทธิมรรคและธรรมบทเป็นหลักสูตร ทั้งนักธรรมและการเรียนบาลี คนที่ศึกษาบางส่วนไม่กลั่นกรองให้ดี คัดเลือกเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อมาสอน กลับไปเอาเครื่องเคียง มาเป็นหลักแทน เราจึงพบพระบางรูปสั่งสอนถึงปาฏิหารย์ ถึงการบนบาน ซึ่งพบอยู่ไม่น้อย ทำให้ผู้ที่มีการศึกษาวิชาการตะวันตก หรือทางวิทยาศาสตร์ ดูหมิ่นดูแคลน ศาสนาพุทธ ว่ามีแต่เรื่องเหลือเชื่อ เรื่องที่ขัดกัน มากมาย

นี่เป็นเพราะการไม่รู้จักคัดเลือก สิ่งที่เป็นเนื้อแท้ หรือเครื่องปรุง
แทนที่จะทานเนื้อกุ้ง กลับไปทานใบมะกรูด แล้วบอกว่าไม่ดี

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

เชิญอ่านตอนต่อไปได้ที่นี่ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/isariyaporn/2015/01/15/entry-1
ความงามของตอนนี้ ตามความเห็นดิฉันอยู่ที่การพรรณนาถึงการอริยสาวกในกรุงสาวัตถี และการสงเคราะห์อนาถบิณฑิกะเศรษฐีผู้ "รักษาพระพุทธเจ้าในที่ที่ไม่ควรรักษา" ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณคุณยามครับมากค่ะที่แวะมา

ความคิดเห็นที่ 8 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

.ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นสภาพถึงก่อน มีใจประเสริฐที่สุด อันสำเร็จแล้วแต่ใจ

แปล ง่าย กรรมเกิดจากเจตนา โดยมีใจเป็นประธาน ถ้าหากว่า ใจคิด แล้วทำให้เกิด กรรม ไม่ว่าทาง กระทำ หรือ คำพูด

บางที ถ้อยคำในนิทาน ก็สวยงามเกินเหมือนกันนะครับผมว่า แต่ผมก็ชอบอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 15/01/2015 เวลา : 03.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ลืมขอบคุณคุณ pierra สำหรับความเห็นที่ 3 ไปค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะสำหรับพระคาถาที่นำมาฝากกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 14/01/2015 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณคุณ rattiya ที่แวะมาค่ะ
เราศึกษาไปด้วยกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 14/01/2015 เวลา : 18.36 น.

ขอบคุณค่ะ ขอเเค่อ่านอย่างเดียวไปก่อน ไม่มีความรู้ลึกซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

ความคิดเห็นที่ 4 pierra ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 14/01/2015 เวลา : 18.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบพระคุณคุณ pierra มากค่ะสำหรับความเห็น
ช่วงหลังๆ เวลาไปมูลนิธิ มมร.มักได้ CD ของอาจารย์สุจินต์ กลับมาฟังเสมอเลยค่ะ
ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 ยามครับ , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
pierra วันที่ : 14/01/2015 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

สทฺธาย ตรตี โอฆํ อปฺปมาเทน อณฺณวํ
วิริเยน ทุกฺขมาจฺเจติ ปญฺญาย ปริสุชฺฌติ

บุคคลย่อมข้ามห้วงน้ำได้ด้วยศรัทธา ย่อมข้ามทะเลได้ด้วยความไม่ประมาท
ย่อมล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียร ย่อมบริสุทธ์ได้ด้วยปัญญา

ความคิดเห็นที่ 2 ยามครับ , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
pierra วันที่ : 14/01/2015 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

พระธรรมบทเป็นพระพุทธพจน์ที่ทรงแสดงต่างโอกาศต่างสถานที่
นับแต่วันตรัสรู้จนถึงวันเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานรวมเวลาถึง ๔๕ ปี
พระสงฆ์ผู้ทรงคุณวิเศษ ๕๐๐ รูปเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้นที่ประชุมรวบรวมพระธรรมบทโดยจัดเป็นหมวดหมู่
พระธรรมบทประกอบด้วยพระคาถา(บทร้อยกรองภาษาบาลี)

พระคาถาธรรมบทแต่ละบทมีความไพเราะลึกซึ้งมากเป็นที่จับใจผู้คนทั่วโลกแม้ไม่รู้จักภาษาบาลี
แต่มีโอกาศได้อ่านด้วยภาษาของตนหรือภาษาอื่นที่เข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 14/01/2015 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

เรื่องราวมีนับเป็นร้อยๆ กว่าจะโพสต์หมดทั้งคัมภีร์ สงสัยจะหลายปี
ไม่ทราบว่าจะมีผู้ติดตามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบหรือเปล่านะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน