• lof
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chalof_bismillah@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-29
  • จำนวนเรื่อง : 77
  • จำนวนผู้ชม : 148806
  • ส่ง msg :
  • โหวต 83 คน
อิสลาม สัจธรรมแห่งชีวิต
อิสลามสัจธรรมแห่งชีวิต สังคมมุสลิมจะไม่เป็นสังคมที่ลึกลับอีกต่อไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/islam
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กรกฎาคม 2550
Posted by lof , ผู้อ่าน : 12353 , 00:33:24 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“มัสยิดบางหลวง” มัสยิดก่ออิฐถือปูนแห่งเดียวในโลกที่เป็นทรงไทย

เมื่อถามถึงรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของ “มัสยิด” ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของพี่น้องชาวมุสลิม ในภาพที่เคยผ่านตาหรือในความทรงจำของหลายๆ คน คงจะเป็นอาคารรูปโดมสีเขียว มีหอคอย มีสัญลักษณ์ดาวเดือน เด่นเป็นสง่า แต่ที่ “คลองบางกอกใหญ่” หรือในอีกชื่อว่า “คลองบางหลวง” นั้น กลับมีมัสยิดแห่งหนึ่งที่ดูจะแปลกไปจากมัสยิดอื่นทั่วๆ ไป เพราะเป็น มัสยิดทรงไทย ที่ผสมกลมกลืนศิลปะของ ไทย จีน และฝรั่ง มาผสานเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างงดงามและลงตัว
       
ณ วันนี้ ก็ยังไม่มีมัสยิดที่ไหนสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบนี้ มัสยิดบางหลวงจึงนับเป็นมัสยิดทรงไทยหนึ่งเดียวในโลกที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้
       
มัสยิดบางหลวงได้ผ่านยุคสมัย ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านฝน มากว่า 200 ปี และได้ร้อยเชื่อมเรื่องราวของผู้คนและกาลเวลาเข้าด้วยกัน โดยไม่มีสิ่งใดจะมาขีดคั่น แม้ปัจจุบันก็ยังดำรงอยู่เป็นศูนย์รวมของจิตวิญญาณแห่งสัปปุรุษ สะท้อนศรัทธาตั้งมั่นแห่งพระผู้เป็นเจ้า

และหากพูดถึงมัสยิดบางหลวง ก็ไม่อาจที่จะไม่พูดถึงชุมชน คลองบางหลวง ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในชุมชนเก่าแก่ ที่ชาวไทยมุสลิมกลุ่มใหญ่มารวมตัวกันอยู่บริเวณปากคลองบางหลวง (ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่) โดยชุมชนมุสลิมที่นี่ได้ก่อร่างสร้างชุมชนมาพร้อมๆกับการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ มีบรรพบุรุษของชาวชุมชนเป็นแขกจาม (ชาวมุสลิมจากอาณาจักรจัมปาในเขมร ที่เข้ามาเป็นกองอาสาจาม) และแขกแพ (ปลูกแพอยู่) ที่อพยพมาจากอยุธยาเมื่อคราวกรุงแตก
       
ครั้นเมื่อตั้งถิ่นฐานฝังรกรากเป็นชุมชน ก็ย่อมต้องมีสถานที่ประชุมทำศาสนกิจ นั่นก็คือมัสยิด ชาวมุสลิมถือว่ามัสยิดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่รวมจิตวิญญาณของมุสลิมกับพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นก่อนเข้ามัสยิดจึงต้องชำระทั้งจิตใจและร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์
       
ด้านหน้าบันไดก่อนจะขึ้นไปยังมัสยิด จะสังเกตเห็นป้ายเล็ก ๆบอกข้อห้ามไม่ให้ ชาย-หญิงที่นุ่งกางเกงขาสั้น และหญิงที่มีประจำเดือนเข้าไปภายใน เพราะถือว่าเป็นเลือดที่ไม่สะอาด เมื่อหญิงนั้นพ้นการมีประจำเดือน 7 วันแล้วจึงเข้าไปได้ เพื่อให้สะอาดจริงๆ ซึ่งที่ต้องมีข้อกำหนดนี้ขึ้น คงไม่ใช่เพียงมัสยิดเท่านั้น แม้แต่วัด วิหาร พระธาตุ ที่ถือกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คนที่เข้าไปก็ต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกียรติกับสถานที่ แต่ก็น่าแปลกที่อยู่ๆเจ๊ระเบียบรัตน์ก็ออกมาโวยวายในจารีตประเพณีที่ปฏิบัติกันมานับร้อยๆปี ก่อนที่จะโดนยำเละกลับไป

มิมบัร* ที่ผสมผสานด้วยลวดลายปูนปั้นของศิลปะ 3 ชาติ

ซุ้มทรงวิมาน3 ยอด สอดแทรกด้วยลวดลายศิลปะ 3 ชาติ

เอกลักษณ์ 3 ชาติ ผสานเป็นหนึ่งเดียว
       
มัสยิดบางหลวง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1(พ.ศ. 2328) โดยพ่อค้ามุสลิมชื่อโต๊ะหยี ได้รวบรวมสมัครพรรคพวก ทำการก่อสร้างมัสยิดขึ้นในหมู่บ้าน “เป็นทรงไทยก่ออิฐถือปูนทั้งหลัง” มีหน้าบันหน้า-หลังประดับด้วยปูนปั้นลายศิลปะ 3 ชาติคือ ที่กรอบหน้าบัน เป็นเครื่องลำยอง ประดับห้ามลายไว้บนยอด เป็นศิลปะไทย ส่วนในหน้าบัน เป็นปูนปั้นลายก้านแย่งใบฝรั่งเทศ เป็นศิลปะฝรั่ง และที่ส่วนดอกไม้ เป็นดอกเมาตาล เป็นศิลปะจีน
       
ลายศิลปะ 3 ชาตินี้ ได้นำมาประดับที่กรอบประตูและหน้าต่างทุกบานของมัสยิด ในส่วนตัวอาคารที่เป็นปูน ทาสีขาวทั้งหมด ส่วนที่เป็นไม้จึงสีเขียว จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าว่า "กุฎีขาว" (คำว่า กุฎี ถูกนำมาใช้เรียกศาสนสถานของมุสลิมมาแต่สมัยอยุธยา แต่เมื่อได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ.2490 ได้เปลี่ยนคำเรียกเป็นมัสยิด) ขณะเดียวกัน ท่านโต๊ะพิมเสน ได้ขอซื้อพระตำหนักวังหน้าเก่ามาทำเป็นศาลามัสยิดขึ้น 1 หลัง เป็นไม้ทั้งหลังและเป็นทรงไทยเช่นเดียวกัน
       
แม้ตัวอาคารจะเป็นทรงไทย ซึ่งนับว่าเป็น “มัสยิดก่ออิฐถือปูนแห่งเดียวในโลกที่เป็นทรงไทย” แต่ผู้สร้างก็ได้บรรจุหลักการสำคัญของศาสนาอิสลามไว้ คือ มี มิมบัร (แท่นแสดงธรรม คล้ายธรรมาศน์ของพระภิกษุ) มิหฺร็อบ (ที่ละหมาดของอิหม่าม) โครงสร้างภายในก็เป็น พื้นราบ สะอาด ปราศจากรูปเคารพ มีเสาค้ำยันพาไล จำนวน 30 ต้น เท่ากับบทบัญญัติในคัมภีร์อัลกุลอาร ที่มี 30 บท และห้องละหมาดมี 12 หน้าต่าง 1 ประตู รวม 13 ช่อง เท่ากับจำนวนรุกุ่น หรือกฎละหมาด 13 ข้อ

30 ปีถัดมา มิมบัรเก่าในมัสยิดชำรุดลง เจ้าสัวพุก พ่อค้าจีนมุสลิม (ต้นตระกูล พุกภิญโญ) ได้ทำการก่อสร้างมิมบัรและมิหรอบขึ้นใหม่ เป็นซุ้มทรงวิมาน ก่ออิฐถือปูนปิดทอง ผสมผสานด้วยลวดลายปูนปั้นของศิลปะ 3 ประกอบด้วย ฐานเสา เป็นปูนปั้นลวดลายไทย เกี่ยวกระหวัดด้วยกิ่งใบฝรั่งเทศและดอกเมาตาลของจีน ตลอดตัวเสาประดับกระจกสีลายไทย เป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายรักร้อย และลายแก้วชิงดวง
       
ส่วนด้านบนเป็นทรงวิมาน 3 ยอด สอดแทรกด้วยลวดลาย ก้านใบฝรั่งเทศและดอกเมาตาลของจีน เต็มทั้ง 3 ยอด ตลอดทั้งซุ้มประดับด้วยกระจกหลากสี พร้อมกับได้แกะสลักแผ่นไม้เป็นอักษรอาหรับนูนลอย เป็นชื่อ อัลเลาะห์ นบีมูฮำหมัด บุคคลสำคัญของศาสนา บทอัลกุรอานที่สำคัญ ติดตั้งไว้ภายในซุ้ม

แผ่นไม้สักที่สลักเป็นอักษรอาหรับนูนลอย แสงสีเขียวหมายถึงความสงบ

 

ตู้ลายรดน้ำเก่าแก่อันเป็นศิลปะไทย สำหรับเก็บคัมภีร์อัลกุรอาน

แปลก...แต่ไม่แตกต่าง
       
ไม่ได้มีข้อบัญญัติใดว่ารูปลักษณ์ของมัสยิดจะต้องเป็นรูปโดม หรือเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สิ่งที่เป็นข้อกำหนดว่ามัสยิดทุกแห่งต้องมี คือ มิหรอบ มิมบัร และพื้นราบ สะอาด เพื่อเป็นสถานที่ให้มุสลิมได้ทำการละหมาด โดยหันหน้าไปทางเมืองเมกกะประเทศซาอุดิอาระเบีย
       
ดังนั้นการที่มัสยิดบางหลวงมีลักษณะสถาปัตยกรรมและศิลปะหลายชาติมาผสมผสานกัน จึงเป็นสิ่งสะท้อนบอกถึงความเป็นมาของมัสยิด บอกถึงภูมิปัญญาและความสามารถด้านช่างฝีมือ ของบรรพบุรุษของชาวชุมชน เพราะหากย้อนไปในอดีต จะเห็นว่ามีชาวต่างชาติจากหลากหลายประเทศเข้ามาทั้งรับใช้ในราชสำนักและทำการค้าขาย วัฒนธรรมประเพณีต่างๆจึงซึมซับและหลอมรวมกัน โดยไม่มีความเป็นเชื้อชาติหรือศาสนามาแบ่งกั้น
       
กาลเวลาผ่านล่วงมาถึงปัจจุบัน แต่กลิ่นอายแห่งอดีตก็ยังคงกรุ่นอยู่ในความรู้สึกของชาวชุมชน พวกเขายังคงเป็นมุสลิมผู้เคร่งครัดกับบทบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า เช่นเดียวกับมัสยิดของชุมชน ที่ถึงแม้จะแปลกไปจากมัสยิดอื่น
แต่คงไม่แตกต่างในความเป็นมุสลิม

ทุกๆ วัน ชาวชุมชนยังต้องละหมาดวันละ 5 เวลา (ย่ำรุ่ง กลางวัน เย็น พลบค่ำ กลางคืน) เพราะถือเป็นการเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า โดยการสวดมนต์ต่อหน้าพระองค์ ทุกๆเย็น เมื่อกลับจากโรงเรียน เด็กๆ ก็จะพากันไปเรียนที่โรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทราบในข้อบัญญัติและสิ่งที่ควรปฏิบัติในการเป็นมุสลิมที่ดี
       
และทุกวันศุกร์ อิหม่าม (ผู้นำศาสนาอิสลามประจำมัสยิด) ก็จะทำหน้าที่ในการสั่งสอนคนในชุมชน (คล้ายกับการขึ้นเทศน์แสดงธรรมของพระสงฆ์) ซึ่งเรื่องที่พูดหรือสั่งสอนก็จะนำมาจากพระคัมภีร์หรือเป็นเรื่องสถานการณ์ในขณะนั้น เช่น การพนัน ยาเสพติด แม้กระทั่งการทำหน้าที่ผู้คลายทุกข์ เป็นเหมือนที่พึ่งทางใจ สำหรับชาวชุมชน
       
สิ่งสะท้อนของมัสยิดบางหลวงจากงานศิลปกรรมที่ไม่จำกัดสัญชาติ กระทั่งถึงชุมชนชาวบางหลวงที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติและเผื่อแผ่ไปยังชุมชนอื่น จึงเป็นสิ่งยืนยันในความเป็นจริง “คนมุสลิมก็คือคนไทย มีจิตใจเป็นไทยเพียงแต่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้นเอง”

*มิมบัร (แท่นแสดงธรรม คล้ายธรรมาศน์ของพระภิกษุ)

---------------------------------------------------------

มัสยิดบางหลวง หรือกุฎีขาว นับเป็นศาสนสถานที่กองการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร จัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภท Unseen in Bangkok
       
สถานที่ตั้งของมัสยิด
อยู่ซอยมัสยิดบางหลวง ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ มีรถโดยสารสาย 19, 56,57 ผ่าน โดยลงที่ป้าย สน. บุปผาราม แล้วเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตร นอกจากนี้สามารถเดินทางไปได้ทางเรือ โดยขึ้นเรือหางยาวที่ท่าเรือราชินี ใกล้ปากคลองตลาด แล้วนั่งเรือข้ามฝั่งเข้าไปในคลองบางหลวง (คลองที่มีป้อมวิชัยประสิทธิ์ตั้งอยู่เป็นจุดสังเกต) มีท่าน้ำเล็กๆ อยู่ด้านซ้ายมือ ติดป้ายชื่อมัสยิดบางหลวง ชุมชนกุฎีขาว ติดต่อได้ที่ โทรศัพท์หมายเลข 0-2466-6159 หรือกองการท่องเที่ยว กทม. 0-2225-7612-4


       
       





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Mr.X วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 17.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/serayangkul

มัสยิดอยู่ใกล้บ้านผม สวยมากๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
feng_shui วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

น่าชื่นชม และอนุรักษ์ไว้ค่ะ “มัสยิดบางหลวง”
มัสยิดทรงไทย ศิลปะ 3 ชาติ
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
1dekdee วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/1dekdee

ควรนำเสนอให้ชาวไทยทราบถึงเรื่องราวดีๆ เช่นนี้ และผมก็ยืนยังว่าจริง เพราะว่าอยู่แถวนั้นเหมือนกัน ทั้งยังมีบรรพบุรุษนับถือศาสนาอิสลามและยังมีญาติพี่น้องนามสกุลเดียวกันที่เป็นมุสลิมที่ดี(แต่บ้านผมเป็นชาวพุทธนะ )...คนไทยทั้งชาติพี่น้องกัน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ใต้ร่มเย็น วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wichit
มนุษย์โลกทุกคนมีสัญชาติเดียว คือ "สัญชาติโลก"...Albert Einstein (1879-1955)

...น่าหวงแหนนะครับ..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
bangkeaw วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 14.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bangkeaw
outsider 

เป็นศิลปผสมยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่สวยสมบูรณ์แบบมากครับ ได้เข้าไปดูรูปที่บล็อคคุณ sigree ด้วยแล้ว unseen
จริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
pro วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somjai

ต้องอนุรักษ์เอาไว้ มีคุณค่าและสวยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Sigree วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sigree
ขอกรุณาแห่งพระเจ้า อำนวยพรแด่ท่านทั้งหลาย

http://www.oknation.net/blog/photo-sigree/2007/05/30/entry-1
เพิ่มให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คน(ผี)ทะเล วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seaman-57

แวะมาเยี่ยม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

มุสลิมทัวร์ ตอนมัสยิดบางหลวง

มัสยิดทรงไทยแห่งเดียวของโลก

View All
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]