*/
  • ยามครับ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2014-09-18
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 30646
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
วันเสาร์ ที่ 19 ธันวาคม 2558
Posted by ยามครับ , ผู้อ่าน : 1730 , 14:01:20 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน wansuk , Sleepypanda และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

เทคนิคดิจิตอลไลฟ์สไลต์สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ

  1. ก่อนออกเดินทาง หาโหลด application แผนที่ การเดินทาง แหล่งท่องเที่ยว
  2. ศึกษาว่าจะออนไลน์ ด้วยวิธีการแบบไหน และจำเป็นขนาดไหน เช่น  การ roaming  , เช่า pocket wifi , หรือไปหา Wifi free
  3. การสื่อสารผ่าน online chat เช่น Line,  Facebook,  Facetime สะดวกมากครับ ลืมเรื่องการยกหูโทรศัพท์คุย และเสียค่าบริการแพงหูฉี่ไปได้เลย
  4. GPS , แผนที่ดิจิตอล  ลองใช้ให้ชำนาญ รับรองว่า คุ้มค่ามากๆ
  5. อย่าลืมเรื่องความปลอดภัย การถูก Hack ข้อมูลส่วนตัว ,  ถูกขโมยข้อมูลบัตรเครดิต
  6. สุดท้าย อย่าลืมโลกออฟไลน์และมิตรภาพ

 

การเดินทางไปสิงคโปร์ แบบประหยัดต้องวางแผนก่อน  การจองที่พัก มีเว็บไซต์ออนไลน์ อย่าง agoda,  booking , expedia แต่ละแห่งมีข้อดีแตกต่างกันออกไป บางแห่งต้องจ่ายเงินก่อน บางแห่งไปถึงแล้วค่อยจ่าย แต่โดยรวมแล้ว เว็บไซต์จองโรงแรม มีข้อดีคือ เปรียบเทียบราคาได้ ได้ราคาถูกกว่า walk in และสามารถจะรู้ feedback ของโรงแรมนั้นๆก่อน  รวมไปถึงเลือกออปชั่นตามงบประมาณ และที่สำคัญที่สุด ไม่ต้องติดต่อกับโรงแรมโดยตรง เพราะการสื่อสารอาจจะมีอุปสรรคได้  ส่วนการจ่ายเงินก็ผ่านบัตรเครดิต

การจองเครื่องบิน ถ้าหากมีการวางแผนเดินทางเสียแต่เนิ่นๆ จะได้สายการบินที่ราคาไม่แพง   แต่อาจจะต้องจองล่วงหน้านานๆ เช่น จองก่อนบิน 3 เดือน ซึ่งอาจจะเสียค่าบินไปกลับไม่ถึงห้าพันบาท

 

วิวทิวทัศน์ Marina Bay

ในยุคออนไลน์ สามารถค้นหา เปรียบเทียบ หรือสอบถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่นในระดับละเอียดได้มากกว่า บางคนถึงกับสามารถวางแผนการเดินทางตลอดระยะเวลาท่องเที่ยว 3-5 วัน ได้โดยการค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวจากเว็บไซต์ออนไลน์ หรือห้องสนทนาในเว็บบบอร์ด   นี่เป็นดิจิตอลไลฟ์ไสตล์ที่เห็นพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด

ยุคดิจิตอล มีข้อมูลว่าในหลายประเทศ การที่ชาวต่างชาติเข้าไปและพักอาศัยอยู่นานๆ  การช๊อปปิ้งออนไลน์ ได้สินค้าราคาถูกกว่าการไปซื้อในร้าน

 

วันรุ่งขึ้นตอนกลางวันผมเข้าทำงานตามปกติ  แต่เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศ บางคนเคยมาสิงคโปร์แล้วก็ถามผมว่าไปเดิน Marina  Bay,  Merlion Statue หรือยัง เขาบอกว่าต้องไปนะ เดี๋ยวจะไม่ถึงสิงคโปร์  

ผู้จัดประชุมสั่งอาหารจาก Mum Kitchen มาเลี้ยง  เป็นบุฟเฟต์ แต่มีจานหนึ่งที่เพื่อนบอกว่า ไม่ควรพลาด เพราะเป็นอาหารท้องถิ่น  Luksa ออกเสียงว่า ลักซ่า หรือลักซะ ถ้าให้อธิบาย หน้าตาและรสชาติ อาจจะคล้ายๆขนมจีนน้ำเงี้ยว

ลักซ่า เมนูชวนชิม

ช่วงเย็นเป็นช่วง กิน ดื่ม  ทางเจ้าภาพพาไปร้านอาหารไทย (ซึ่งเป็นร้านเดียวที่เพื่อนผม บอกว่า หลีกเลี่ยงได้ ให้หลีก) ผมเชื่อว่า เรื่องอาหารการกิน จะ ญี่ปุ่น เกาหลี ไทย จีน ฝรั่ง  หาทานในเมืองไทยในราคาที่จ่ายได้ และรสชาติอร่อย  นี่เป็นความคิดเห็นของผมหลังจากลองไปมาหลายประเทศ  กลับมา ผมต้องไปกินอาหารแพงๆ บ้านเราทุกที เพราะแพงบ้านเรา คือ ถูกมาก เมื่อเทียบกับหลายประเทศในแถบเอเชีย

ระหว่างเดินเท้าไป Merlion Statue ได้ชม Wonder Full

หลังจากปาร์ตี้จบ งานเลี้ยงเลิกรา  ผมเปิด app นำทาง Sygic เดินไป Merlion Statue ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรเลย (ยกความดีให้กับ application นะครับ) ระหว่างทางมีการแสดงแสงสีของ Marina  Bay Sand ที่เรียกว่า Wonder full  ด้วย ซึ่งเป็นการแสดงตามรอบปกติ  แต่ผมบังเอิญผ่านไปถือโอกาสแวะชม (กล้องมือถือผมถ่ายภาพไม่ชัด)

ถึงแล้ว เมอร์ฺไลอ้อน  ฉากด้านหลังคืออาคาร Esplanade  โรงละครรูปทรงตึกหนามทุเรียน 

ผมชอบบรรยากาศการเดินแถบ Marina Bay มากครับ เพราะเขาสร้างเป็นทางสำหรับคนเดินชมวิว แสงไฟ  และตึกสูงๆในสิงคโปร์ได้รอบด้าน เสียดายโลกมีแต่จะร้อนขึ้นทุกวัน ไม่มีเย็น แม้แต่ในเดือนธันวาคมเช่นนี้ จาก Marina bay เดินหยุดชมไฟ แล้วผ่านไปยังเมอร์ไลอ้อน Merlion Statue  เป็นเส้นทางที่ผมแนะนำสำหรับใครที่ชอบเดินชมบรรยากาศ

ระหว่างทางจาก Merlion Statue   ไปยังอาคารแสดงคอนเสิร์ตของสิงคโปร์ Esplanade   โรงละครรูปทรงตึกหนามทุเรียน  บรรยากาศดี เดินขึ้นสะพานข้ามน้ำ เห็นเรือรับนั่งท่องเที่ยวเปิดไฟหลากสี  ผมเจอชาวเวียตนามที่มาเที่ยวสิงคโปร์ เราคุยกันประมาณครึ่งชั่วโมง แลกเปลี่ยนความคิดเรื่องการเดินทาง อาชีพ ไลฟ์สไตล์ การคุยกับคนอื่นทำให้เรารู้รายละเอียดบางเรื่อง มากกว่าการอ่านหนังสือ หรือการดูจากทีวี   

Marina Bay แสงไฟยามราตรี

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นคนที่พยายามจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ให้สำเร็จ โดยพยายามศึกษาอยู่เสมอ จากการใช้ในชีวิตจริง  ทุกวันนี้ ถ้าหากเป็นชาวเอเชียด้วยกัน  ผมพูดด้วยความมั่นใจมากขึ้น สำหรับชาวตะวันตก บางชาติที่ผมสนทนาด้วยความเข้าใจดี แต่บางชาติยังมีงงอยู่บ้าง  ผมเป็นคนไม่ฉลาดมากนัก จึงไม่เห็นทางอื่นนอกจากใช้ในชีวิตประจำวันและไม่อายที่จะพูดผิด 

โลกทุกวันนี้ ภาษาอังกฤษจะเป็นเครื่องมือการสื่อสารที่สำคัญครับ

จาก Esplanade ผมเดินหลงตั้งนาน กว่าจะหาสถานีรถไฟ City Hall เจอ ถ้าหากมีเน็ตต่อ  app Singapore tours น่าจะง่ายกว่านี้  ผมรู้สึกว่าสถานีรถไฟที่สิงคโปร์หายากถ้าหากเราไม่คุ้นเคย  แต่ในที่สุดจาก City Hall ผมก็ต่อไปลงที่ Outram Park เพื่อไปถึง China Town ให้ได้ และไปเดินรอบๆวัดเขี้ยวแก้ว  แต่เขาปิดบริการหมดแล้ว ผมลองเดินให้รู้ว่ามาถึงเท่านั้นเอง แล้วก็ตั้ง  Sygic เดินกลับโรงแรม ระยะทาง 800 กว่าเมตร เท่านั้นเอง  ถ้าหากไม่มี application ไม่มี Sygic ชีวิตคงยากกว่านี้มาก  พูดได้ว่า ผมไปไหนมาไหนได้เพราะ application ครับ

เสน่ห์ของสิงคโปร์คือ  ความสะอาด  สบายตา และปลอดภัยมาก 

วันสุดท้ายมีงานประชุมถึง 5 โมงเย็นและผมต้องขึ้นเครื่อง สามทุ่ม ทุ่มหนึ่งผมควรจะอยู่ที่สนามบินซางงี แต่ผมก็ยังอยากเก็บแต้มด้วย application อีกสักหนึ่งแห่ง คือ Haji Lane ค้นหาจาก google บอกว่า สถานที่นี้อยู่ไม่ไกลจากสถานี Bugis  ผมดูจาก app Singapore MRT  เดินทางสถานี Downtown ไป Bugis 5 นาที และทาง Bugis ไปสนามบินอีก 32 นาที

 Haji Lane ซอยที่อาคารบ้านเรือนวาดภาพกราฟิตี้บนผนัง 

5 โมง 20 ผมถึงสถานี Bugis ดูแผนที่บนสถานี ไม่พบว่า Haji Lane อยู่ทางไหน  แต่ผมจำจากข้อมูลในเว็บว่า ให้ออกทาง Bugis Junction เอาครับ เสี่ยงดวง  จะเปิด GPS ในสถานีก็ไม่มีสัญญาณดาวเทียม  ต้องออกไปนอกอาคารก่อน ขึ้นมาฝั่งBugis เปิด GPS Sygicค้นหา Haji โอ้ว อีกตั้ง 1.5 กิโลเมตร ไหนๆก็มาแล้ว ต้องไปให้ถึง  เดินถึง เกือบ 6 โมง เก็บภาพ    6 โมง 15 นาที ผมเดินกลับมายังสถานี Bugis  มารอรถไฟที่สถานีTanah Merah เพื่อไปสนามบิน ผมไม่รู้มาก่อนว่า รถไฟมาทุกๆ 10 นาที เอาล่ะ เสี่ยงดวงครับ ไปถึง Terminal 2 ต้องรีบขึ้น Monorail ไปยัง Terminal 1 เพื่อ check in  แต่ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี การตรวจคนขาออก ของสิงคโปร์ ก็รวดเร็วมาก ผมโชว์ passport อย่างเดียว ไม่ต้องกรอกเอกสารวุ่นวาย ก็ผ่านเข้ามาเพื่อเตรียมไปขึ้นครื่อง เหมือนเดิมครับ ไม่ช๊อปที่ duty free ครับ  

เหลือเวลาตั้งชั่วโมงกว่า  ทีแรกผมก็พยายามจะลงทะเบียนใช้ Wifi ของสนามบิน แต่อ่านรายละเอียดไม่ถี่ถ้วน ผมเข้าใจว่าต้องใช้เบอร์มือถือลงทะเบียน  ผมก็เลยไปใช้ Free PC net แทน  Free PC  net นี่ใช้งานได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน โดยให้ใช้คราวละ 20 นาที  ผมพยายามจะส่งข้อความถึงน้องสาวว่า ผมจะกลับแล้วนะ  แต่ PC ที่ให้บริการฟรี ไม่มี Line ผมเข้า Facebook แทน แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีภาษาไทยบนคีย์บอร์ด แล้วจะพิมพ์อย่างไร?  ใช้ Google Translate สิครับ 555เราพิมพ์อังกฤษให้ google แปลไทยให้  แล้วเอาไปแปะบน Facebook Messenger, อีเมล์, หรือระบบพูดคุยออนไลน์อื่นๆ

 

การเข้า Facebook, Gmail จากต่างประเทศ ก็มีประเด็นต้อง Verity เพื่อช่วยป้องกันการ Hack Account เพราะการขโมย identity กลายเป็นอาชญกรรรมดิจิตอลที่แพร่หลาย ส่วนตัวผมกำหนดให้ verify ผ่านอีเมล์ ไม่ได้เลือกให้ verify ผ่าน มือถือ ไม่งั้นคงเข้าระบบอะไรไม่ได้

Google , Gmail  ต้อง verify ด้วย recover e-mail  แต่ Facebook ง่ายกว่า  ผมส่ง Message เสร็จ ก็เอาสัมภาระไปเช็คเพื่อเดินเข้าไปรอเครืองบิน

 มาถึงบางอ้อว่า เราไม่ต้องใช้เบอร์มือถือก็ได้  เราใช้แค่ passport แต่ต้องลงทะเบียนที่ตู้ Kiosk หรือที่เคาน์เตอร์เท่านั้น  แล้วผมลากกระเป๋ามารอขึ้นเครื่อง มันจะหาได้จากที่ไหน? ผมเห็นที่ชาร์ตไฟฟรี และเห็น PC ให้ใช้ 2 เครื่อง  เครื่องหนึ่งสำหรับเข้า Net ฟรี อีกเครื่อง สำหรับ Generate password เพื่อเข้า Wifi จัดไปครับ เรามันชอบของฟรี

การลงทะเบียน ยากกว่าสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะต้องลงทะเบียนชื่อจริง นามสกุลจริง และต้องใส่เลขบัตรประชาชนด้วย ผมไม่แน่ว่าเขาเอาไปเช็คกับฐานข้อมูลหรือไม่ แต่พอใส่เรียบร้อย คลิ้ก submit  ระบบให้ password มา 6 ตัว  พอเอา password มา login ในหน้า authenticate ของสมาร์ทโฟน หน้า password ก็หายไปทันที (เหมือนหนังสายลับเลย)

สรุป ผมก็ใช้ Wifi ที่สนามบิน เพื่อติดต่อสื่อสารอีกทางหนึ่ง คราวนี้ล่ะ สื่อสาร ผ่าน Line, Facebook ได้แล้ว

ไปสิงคโปร์คราวนี้ ผมใช้แต่ Free Wifi ทั้งในโรงแรม และที่สนามบิน รวมไปถึงที่ทำงาน  ซึ่งเพียงพอสำหรับผม  แต่สำหรับคนที่ไปเที่ยวอย่างเดียวล่ะ?  เดี่ยวนี้ ค่ายมือถือ ทุกค่ายมีบริการแพ็กเกจออนไลน์ไม่อั้น (Unlimited Data Roaming) เข้าเน็ตได้ตลอดเวลา ทีเดียว ราคาวันละ 200 – 500 บาท  ครอบคลุมหลายประเทศในเอเชีย  ลองหาข้อมูลและสมัครก่อนไปก็ได้ บางคนโทรไปแจ้ง Operator ไว้ว่า ให้ Enabled Data Roaming ตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง แต่เท่าที่ผมหาข้อมูล Data Roaming สำหรับการใช้งานที่สิงคโปร์  แพงเมื่อเทียบกับการไปซื้อ Sim เอง

นอกจากใช้ Data Roaming แล้วก็มีบริการพวก Pocket Wifi เช่น กรณีของการไปญี่ปุ่น เกาหลี  มีบริษัทให้เช่า Pocket Wifi  ราคาเพียง 200 บาทต่อวัน แถมใช้ได้ถึง 4 อุปกรณ์ (หรือจะใช้ 4 คนก็ได้) ผมว่า คุ้มมาก แต่สำหรับสิงคโปร์ ยังไม่เห็นมีคนให้บริการครับ

โดยรวม ผมใช้แต่ App, พึ่ง Free Wifi  จ่ายค่าโรงแรมด้วยบัตรเครคิต เรื่องบัตรเครดิต มีเรื่องควรระวังพอๆกันในทุกประเทศ  อย่าสุ่มเสี่ยงใช้ในสถานที่ที่เสี่ยงต่อการถูก scammer    แม้ว่าบัตรเครดิตที่ผมใช้จะมีระบบการ verify จากโทรศัพท์ แต่ผมไม่ได้เปิด roaming ไปต่างประเทศ ธนาคารผู้ออกบัตรไม่สามารถโทร verify กับผมได้

สุดท้าย   โลกออนไลน์นั้น ถ้าหากใครมีเครื่องมือใช้คล่องๆ จะพบว่าการเดินทาง การหาโรงแรม การหาที่เที่ยว ที่กินนั้นง่ายมาก แต่ที่กิน ร้านอาหาร ที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่ออนไลน์มีอีกมาก ร้านอาหารที่คนท้องถิ่นกินมักมีราคาถูกกว่า การได้พบปะ สนทนากับคนท้องถิ่น หรือคนต่างชาติอื่นๆทำให้เรามีมุมมองที่หลากหลายขึ้น มีเรื่องราวอีกมากมายของท้องถิ่นนั้นๆที่ยังไม่มีการบอกเล่าในโลกออนไลน์  ถ้าหากหลงใช้แต่ออนไลน์ บางทีอาจจะพลาดเรื่องสนุก น่าสนใจ หรือวิถีชีวิตท้องถิ่นไปนะครับ 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ยามครับ วันที่ : 24/12/2015 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 11 คุณ wansuk

จริงครับ ยิ่งยุค 4G กำลังจะมานี่ (จริงๆ คงได้มีโอกาสทดสอบหรือทดลองใช้งานกันแล้วด้วยซ้ำไป) อะไรๆ มันง่ายขึ้นเยอะครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ยามครับ วันที่ : 24/12/2015 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 10 คุณแพนด้าขี้เซา

พอศึกษาการใช้ App อย่างคล่องแคล่วแล้ว ชีวิตง่ายขึ้นหลายอย่าง วันก่อนมีเพื่อนไปญี่ปุ่นกลับมา เพิ่งไปเป็นครั้งแรก พึ่งพา App ขึ้นรถไฟ app เดินทาง , App โรงแรม ปรากฎว่าไม่ต้องพึ่งพาคนเท่าไรเลย สะดวกไปหมดจริงๆ

แต่ข้อด้อยก็คือ เราจะไม่รู้จุดอื่น ที่เราไม่สนใจเลย เพราะ app มักจะช่วยเราประหยัดเวลา บอกให้ ตรงไป ยังจุดหมายปลายทาง ขนาดหลง มันก็ยังพยายามบอกว่า ถ้าเป็นไปได้ให้กลับรถ!

Google Translate เป็นอีก app ที่มีประโยชน์มากครับ แต่ผมยังไม่คุ้นมือมากนัก เพราะไม่ค่อยได้ใช้งาน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ยามครับ วันที่ : 24/12/2015 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 7 คุณรักแห่งสยามประเทศ

HERE เป็น Offline Map ที่เป็นที่นิยมอีก 1 แอพครับ แต่ผมยังไม่เคยลองใช้

คห .8 บก. ชาลี

อ่ะนะ ชอบอย่างไร ต้องไปแบบนั้น จริงๆผมเอง อยากไปดูจักรยานพับดีๆ สักคัน แต่ดูเวลาแล้ว ไปไม่ทันครับ

คห.9 พี่คนปทุม

ช่ายครับ ขอเพียงใช้เวลาศึกษา สักหน่อย ชีวิตง่ายขึ้นจริงๆครับ
ปัญหาของคนไทยทั่วไปคือ ชอบความสบาย ยิ่งไปกับทัวร์ ยิ่งชอบ แต่ผมชอบผจญภัยครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
wansuk วันที่ : 23/12/2015 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ดิจิตอลไลฟ์สไตล์ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะนะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Sleepypanda วันที่ : 23/12/2015 เวลา : 02.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะคุณยาม
ตอนไปเบอร์ลิน ภาษาเยอรมันไม่กระดิกเลยค่ะ บางสถานที่เขียนไว้แต่ภาษาเยอรมัน เราก็ใช้ Google translate ถ่ายภาพตัวอักษรเยอรมันแล้วก็แปลออกมาเป็นอังกฤษให้ หลงทางอยากคุย ก็ ให้app ช่วยแปลเลย ถ้ามี app และ wifi ที่ไหน อะไรมันก็สะดวกสบายไปเสียหมด (กลายเป็นสบายจนเคยตัวไปแล้วนี่)

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 22/12/2015 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

โลกออนไลน์ ง่ายแค่มือคลิก เยี่ยมจริงๆ ครับคุณยาม

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 20/12/2015 เวลา : 23.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมไปสิงคโปร์เมื่อหลายปีก่อนครับ
พอเสร็จธุระ มีเวลา 6 ชม.ก่อนเครื่องบินออก ผมตรงไปจูล่ง ปาร์คเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
รักแห่งสยามประเทศ วันที่ : 20/12/2015 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panuwat838084
Facebook: Panuwat Sangpum

ไปต่างประเทศ ปกติผมใช้แอพพลิเคชั่น here map เป็นแผนที่ออฟไลน์โหลดฟรีครับ และปกติจะไม่เปิดโรมมิ่ง เหตุผลเดียวกันครับ ในยุคนี้เราสามารถติดต่อกันได้หลายช่องทางเหลือเกิน และส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ยามครับ วันที่ : 20/12/2015 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 3 คุณบีน

Google Map เป็นพื้นฐานของการริเริ่มใช้งาน แผนที่ยุคดิจิตอล

ค้นอะไรก็หาเจอครับ เมื่อวาน ผมอ่านหนังสือ "แม่บ้าน" มีรีวิว ร้าน เปลว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ผมใช้ Google Map หาเจอด้วยครับ

สถานที่ชื่อไทยๆ อย่าง บ้านไร่กองขิง , ครัวทะเลน้อย, ครัวต้นกระบก, ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา, ทรงพล 5 นครปฐม, วังสวนผักกาด

Google Map เจอทั้งหมดครับ


เมื่อวานนั่งรถไฟฟ้า MRT มาลงสถานีพญาไท รถติดมากๆ นัดกับครอบครัวไว้ ให้เขามารับที่สถานีพญาไท ผมลองให้ Sygic คำนวณ ว่าจะไปทางไหนดี เส้นทางบอกว่า จากรถไฟฟ้า MRT พญาไท ต้อง วนไปกลับรถหน้า MBK! เขาบอกว่าตอนนีั้ รถติดหน้า วังสวนผักกาด! ผมใช้ google map ค้นหา พบทันที ตัดสินใจว่า ไม่ต้องให้เลี้ยวเข้ามาถนนพญาไท แต่ให้ไปทางถนนศรีอยุธยาเลย

นี่คือ ความสามารถของ Google Map ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ยามครับ วันที่ : 20/12/2015 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห2 พี่แม่หมี

ผมยังไม่มีโอกาสไปเยือนญี่ปุ่น แต่มีโอกาสได้ลองถามคนอื่นไว้ สำหรับการประยุกต์ใช้ดิจิตอลสำหรับเดินทาง

ญี่ปุ่นมีตารางรถไฟที่ซับซ้อนที่สุดในโลกระบบหนึ่ง แต่ Google Map บอกเวลารถไฟได้ถูกต้อง เป็นประเทศหนึ่งที่ Google ลงทุนเรื่องเทคโนโลยีแผนที่ดิจิตอล

โปรแกรมสถานีรถไฟ + แผนที่ เป็นของญี่ปุ่นเอง ฟังว่ามีภาษาอังกฤษกำกับ และใช้งานง่าย

การเดินทางในญี่ปุ่น คนไทยนิยมเช่า wifi pocket ของ samuri ราคาวันละ 200 บาท มีเว็บไซต์ ออฟฟิศอยู่เมืองไทย และส่งฟรีทั่วกทม คืนที่สนามบิน

โปรแกรมนำทางอย่าง Sygic ไม่มีแผนที่ญีปุ่น!!!

ความคิดเห็นที่ 4 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 20/12/2015 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

คห 1 คุณป้ารัตติยา (ฮุฮุ บังอาจเน๊อะ)

เทคโนโลยี ช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้น :-) แต่การศึกษาวิธีการใช้เทคโนโลยี อาจจะทำให้ชีวิตปวดหัวมากขึ้นหน่อยนะครับ

ตัวอย่างผมเป็นต้น วันก่อนนั่งลองโปรแกรมนำทาง (GPS) กว่าจะหลับก็ตี 3 คือ มันอยากรู้ แต่มันต้องค้นหา เพื่อจะได้รู้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
bene วันที่ : 19/12/2015 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

พอจะใช้เป็นแค่ google map อย่างอื่นตกยุคหมด
ไลน์ ยังไม่ได้ใช้เลย มือถือไม่มีภาษาไทย อดเลย!!

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่หมี วันที่ : 19/12/2015 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

พี่หมีใหญ่เขาก็ใช้แอพต่างๆ เพื่อช่วยในการเดินทาง

แต่ถ้าคนไม่ทันสมัยอย่างแม่หมีนี่ สะดวกสุดก้ใช้ลูกนี่ล่ะค่ะ แอพลูก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rattiya วันที่ : 19/12/2015 เวลา : 16.26 น.

อ่านเรื่องนี้จบเเล้ว คนรุ่นป้าอย่างรัตติยา คงต้องหันมาฝึกใช้กับเขาบางเเล้ว
ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน