• Rukrean
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rukrean@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-01-02
  • จำนวนเรื่อง : 62
  • จำนวนผู้ชม : 27006
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Jipata - บล็อกจิปาถะสารพัดเรื่อง
บล็อกที่เผยแพร่เนื้อหาสารพัดเรื่องตามอารมณ์ของคนเขียน อยากเขียนอะไร อยากแชร์อะไร ก็ทำไปตามอารมณ์ เขียนบ้างไม่เขียนบ้าง ฮ่าๆๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/itinthai
วันพฤหัสบดี ที่ 18 กรกฎาคม 2562
Posted by Rukrean , ผู้อ่าน : 246 , 23:12:39 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อเอ่ยถึงเวียดนาม คนจำนวนมากก็ชอบคิดถึงนครโฮจิมินห์ เมืองฮานอย เว้ แก้ว ดานัง ใช่ไหมขอรับ แม้ว่านอกเหนือจากเมืองที่กล่าวมาทั้งปวงนี้แล้ว เวียดนามยังมีเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่งามและก็น่าดึงดูดอยู่อีกไม่น้อย อาทิเช่น ซาปา เมืองน่าท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในเขตจังหวัดลาวไค ที่ตั้งอยู่บนระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 1,650 เมตร ก็เลยทำให้ตรงนี้มีอากาศหนาวเย็นทั้งปี แต่ว่าก็สมบูรณ์บริบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้ธัญญาหาร ก็เลยเหมาะกับการมา ทัวร์เวียดนามเหนือ แบบสุดๆซึ่งวันนี้พวกเราจะมาชี้แนะ ซาปา ที่เที่ยว น่าดึงดูด ให้ดูกัน

# ยอดเขา Ham Rong

ถัดมาเป็น เทือกเขา Ham Rong เป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับจุดศูนย์กลางเมืองซาปาครับผม เหมาะกับคนที่หมดแรงมากพอที่จะไปปราบยอดดอยฟานซิปัน เนื่องจากมิได้ชันมากสักเท่าไรนัก ทั้งทางที่เดินขึ้นไปบนยังเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันแจ่มใสให้ดูไปตลอดสองฟากฝั่ง ส่วนทางขึ้นเขานั้นสหายๆสามารถเดินเลยตลาดไปนิดหน่อยก็ถึงละครับ รวมทั้งเมื่อเดินขึ้นไปถึงยอดดอย (ใช้เวลาไม่นาน) ก็จะได้เจอกับดอกไม้ที่คนภายในแคว้นได้ขึ้นมาปลูกเอาไว้ให้เป็นจุดท่องเที่ยว นอกเหนือจากนั้นตรงนี้ยังเป็นจุดสำหรับชมวิวที่ดีด้วยครับผม เพราะว่าสามารถเห็นเมืองในแบบพาโนรามาได้อย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าบางวันหากมีหมอกลงมากๆก็จะได้โอกาสได้แลเห็นหมู่บ้านที่กบดานอยู่ในหมอก สวยราวกับภาพวาดเลยล่ะนะครับ

# ยอดเขาฟานซิปัน (Fansipan)

ยอดดอยฟานซิปัน เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในประเทศเวียดนาม ด้วยความสูง 3,143 เมตร รวมทั้งยังได้รับสมญานามว่า “หลังคาที่อินโดจีน” บรรยากาศข้างบนสวยสดงดงามมากมายๆเมื่อเดินทางมาถึงตรงนี้พวกเราจะได้เจอกับวิวธรรมชาติที่มีความสวยสดงดงามอลังการ รวมทั้งป่ารอบๆที่ยังคงงามเพอร์เฟ็ค รวมทั้งบนยอดดอยฟานซิปัน จะมีเครื่องหมายเป็น พีระมิดที่ทำมาจากสแตนเลส ตั้งไว้บนกรุ๊ปหินขนาดใหญ่ เมื่อมายืนอยู่ถูกจุดสูงสุดจะมีความรู้สึกราวกับอยู่ในเมืองก้อนเมฆอย่างยิ่งจริงๆ

การเดินทางขึ้นสู่ยอดดอยฟานซิปันจะใช้การนั่งกระเช้าไฟฟ้า เป็นระบบกระเช้าไฟฟ้าสลิงสามสาย มีความยาวถึง 6.3 กม. ไปหมดที่สถานีท้ายที่สุดอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 3,000 เมตร ซึ่งในระหว่างการนั่งตะกร้าพวกเราก็จะได้ดูธรรมชาติและก็เมือง ซาปา ที่เที่ยว สำคัญอื่นๆ

# หมู่บ้านชาวม้งและชาวเย้า

อีกหนึ่งกิจกรรมของเมืองซาปาที่ไม่สมควรพลาดเหมือนกัน ก็คือการร่วมทัวร์เดินป่า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะเปิดเผยให้มองเห็นวิถีชีวิตที่สะดุดตาของประชาชน เช่นการไปเยี่ยมชม หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต หรือ Cat Cat Village ของชาวม้ง รวมทั้งหมู่บ้านตานพินของชาวเย้า ฯลฯ โดยหมู่บ้านกลุ่มนี้นอกเหนือจากที่จะงามด้วยภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่เพอร์เฟ็ค พวกเขายังเต็มไปด้วยความสดใส รวมทั้งยังมีวัฒนธรรมที่เรียบง่ายแม้กระนั้นสะดุดตา และก็ที่เห็นได้ชัดเป็น วิธีการทำทุ่งนาแบบขั้นบันได ซึ่งสามารถดูได้แทบทุกมุมของเมืองซาปา จนได้ชื่อว่าที่ซาปามีพื้นที่วิธีการทำที่นาขั้นบันไดที่งามที่สุดในโลกเลยละครับ

# หุบเขา Muong Hoa

ช่องเขา Muong Hoa มีลักษณะเด่นที่ไม่ราวกับซอกเขาอะไรก็ตามในเวียดนาม ด้วยกลุ่มหินขนาดใหญ่หลายร้อนก้อนที่ถูกสลักด้วยภาพวาดลึกลับซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถชี้แจงถึงที่มาแล้วก็ที่ไปได้จนกระทั่งในขณะนี้ โดยภาพวาดกลุ่มนี้มีชีวิตอยู่มานานหลายศตวรรษท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ นอกจากถ้าหากผู้ใดกันแน่มาเยี่ยมซอกเขาที่นี้ในตอนตั้งแต่เมษายนถึงพฤษภาคม ก็จะสามารถเห็นท้องนาขั้นบันไดที่งดงาม มีลักษณะเป็นสีเขียวชอุ่มเต็มพื้นที่ไปหมด ส่วนตั้งแต่กันยายนถึงตุลาคม นับว่าเป็นช่วงเวลาดีๆที่สุดของปีที่จะได้โอกาสได้เห็นสมุทรสีทองคำของผืนท้องนาขั้นบันไดที่ใกล้เวลาเก็บเกี่ยวเข้ามาทุกครั้ง

# น้ำตกสีเงิน (Silver Water Fall)

อีกหนึ่งโลเคชั่นใน ซาปา ที่เที่ยว ธรรมชาติสวยสดงดงาม ให้พวกเราได้ออกไปสัมผัสก็คือที่ น้ำตกสีเงิน หรือ Silver Water Fall เป็นน้ำตกที่งามที่สุดในเมืองซาปา ไหลจากยอดดอยฟานซิปันลงสู่ข้างล่าง มีความสูง 100 เมตร ทั้งยังยังสามารถแลเห็นจากระยะไกลได้อย่างแจ่มแจ้ง มาตรงนี้แล้วห้ามพลาดการขึ้นไปถ่ายภาพบนสะพานที่ทอดผ่านสายน้ำตกให้ได้ครับผม

# โบสถ์ Sapa Stone Church

โบสถ์หินที่เมืองซาปาที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า The Ancient Stone Church นับว่าเป็นไอคอนที่สำคัญของเมือง ซึ่งนักเดินทางจะต้องมาเยี่ยมเลยล่ะขอรับ เนื่องจากว่าถ่ายภาพออกมาแล้วงามมากมายๆโดยความเป็นมาของโบสถ์ที่นี้ทำขึ้นโดยชาวประเทศฝรั่งเศสในปี 1895 (ในตอนนั้นคนประเทศฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในซาปาจำนวนมากครับผม) เพื่อคนประเทศฝรั่งเศสได้ใช้เพื่อร่วมพิธีมิสซาวันสุดสัปดาห์ แม้กระนั้นเดี๋ยวนี้หากแม้คนประเทศฝรั่งเศสจะย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเมืองไปแล้ว แม้กระนั้นทางเมืองก็ได้สงวนเอาไว้ครับ เพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญของเมืองแล้ว ชาวโรมันคาทอลิกที่อาศัยอยู่ในเมืองก็ยังคงใช้ประกอบพิธีพิธีมิสซาเป็นต้นว่าเดิม

# ตลาดเมืองซาปา

บางบุคคลบอกว่า ถ้าเกิดคุณอยากได้ที่จะทำความเข้าใจวัฒนธรรมของภูมิภาคใดก็ตาม ให้ตรงเข้าไปยังตลาดของพวกเขาทันที ซึ่งการมา ทัวร์เวียดนาม แล้วก็เยี่ยมชม ตลาดของเมืองซาปา ก็นับว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ดีซึ่งผมต้องการชี้แนะ ดังนี้หากแม้เวลาจะผ่านไป แม้กระนั้นตลาดซาปาในสมัยก่อนรวมทั้งในเวลาตอนนี้ก็ยังคงแตกต่างเพียงนิดหน่อยแค่นั้น แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ยังคงเดิมก็คือวัฒนธรรมของตลาด รวมทั้งหากต้องการจะให้เสนอแนะว่าควรจะมาท่องเที่ยวตลาดในตอนไหนถึงจะเยี่ยมที่สุด ผมก็ขอตอบว่า ในตอนสุดสัปดาห์เป็นช่วงๆที่ประชาชนจากหมู่บ้านที่ห่างไกลจะนำผลิตภัณฑ์มาแลกกัน รวมทั้งขายให้แก่นักท่องเที่ยว ด้วยเหตุนั้นนี่เป็นช่องทางอันดีที่คุณจะได้รับความบันเทิงจิตใจสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวตลาดสด

# การเดินทางสู่ซาปา

เหตุเพราะ ซาปา เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงซึ่งไม่มีท่าอากาศยานรอรองรับ โดยเหตุนี้การจะเดินทางมาเยี่ยมตรงนี้ได้ ก็คือ นั่งเรือบินมาลงที่เมืองฮานอย ต่อจากนั้นก็เลือกที่จะนั่งรถประจำทางหรือรถยนต์ผู้ฝึกสอน รวมทั้งอีกหนึ่งแนวทางที่นิยมกันมากมายๆเลยก็คือการนั่งรถไฟในเวลากลางคืน เพื่อตื่นมาแจ่มใสกับทิวทัศน์งามๆในเมืองลาวไคในตอนเวลาเช้านั่นเอง

การเดินทางโดยรถยนต์ผู้ฝึกสอน ในกรณีมาพร้อมกับบริษัททัวร์ ซึ่งค่าทัวร์นอกเหนือจากที่จะรวมค่าเครื่องบิน อพาร์เม้นท์บ้านพัก อาหารแล้ว ยังรวมทั้งไกด์ และก็รถยนต์ผู้ฝึกสอนสำหรับเดินทางไปไหนมาไหนด้วย โดยเหตุนั้นก็เลยสะดวก เพราะเหตุว่าไม่ต้องไปจองตั๋วรถไฟหรือรถบัสให้ยุ่งยาก ไม่ต้องคิดแผนว่าจะไป ซาปา ที่เที่ยว ไหนดี ก็เลยเหมาะกับคนที่รังเกียจทำอะไรให้ยุ่งยาก แล้วก็คนที่มากันเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งรวมทั้งเด็กๆแล้วก็คนวัยแก่โน่นองนะครับ

การเดินทางโดยรถบัสสาธารณะ โดยจะมีรถบัสประจำทางที่ออกมาจากเมืองฮานอยให้บริการแต่ละวัน ในเวลา 06.30 น. รวมทั้ง 22.00 น. ใช้เวลาราว 6-7 ชั่วโมง ซึ่งนับว่าค่อนข้างจะเร็ว เนื่องจากว่ารถบัสจะวิ่งตรงไปยังเมือง ซาปา โดยที่ไม่หยุดในตัวจังหวัดลาวไคเลย ดังนี้รถบัสที่ให้บริการก็มีอยู่ร่วมกันหลายแบบหลายราคา สุดแท้แต่ความสบายสบายที่มีให้

การเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 8 – 9 ชั่วโมง และก็จะหยุดอยู่ที่สถานี Lao Cai ก่อนจะเริ่มเดินทางถัดไปยัง ซาปา ซึ่งคนที่พอใจจะเดินทางโดยรถไฟจะต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าซะก่อน โดยเฉพาะในตอนวันพฤหัสบดีและก็วันศุกร์ และก็การเดินทางกลับในวันอาทิตย์รวมทั้งวันจันทร์ ตั๋วจะหายากกว่าธรรมดา โดยรถไฟจากฮานอยไป ซาปา จะมีหลายรายที่รอให้บริการ และก็ราคาแพงที่แตกต่างระหว่างกลางวันและก็ยามค่ำคืน โดยตั๋ววันจะอยู่ที่ $ 10-20 / คน / ท่องเที่ยว ส่วนตั๋วตอนกลางคืนนั้นอยู่ที่ $ 35-180 / คน / ท่องเที่ยว แต่ว่าถึงจะแพงกว่า ก็ได้รับความชื่นชอบจากนักเดินทางมากยิ่งกว่าตอนกลางวันขอรับ

ที่มา : ทัวร์เวียดนาม





เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น