• jack-fruit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-05
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 13507
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
  • โหวต 11 คน
<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม 2552
Posted by jack-fruit , ผู้อ่าน : 914 , 22:04:26 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เขาคือใคร ?

         

เรื่องนี้  เคยเล่าให้แต่เฉพาะคนในครอบครัวและ..เพื่อนที่สนิท 
เท่านั้นแต่ด้วยความค้างคาใจ....และอยากฟังความคิดของเพื่อน ๆ  

ใครมีคำตอบ  ช่วยบอกเราด้วย

 

          เมื่อปี 2548  เราและพี่ได้รู้จักกับเพื่อใหม่  ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ
(เกาหลีใต้)เขาได้ทุนของ
Koica 
 มาทำงานต่างจังหวัดในประเทศไทย 
2 ปี  เรารู้จักและสนิทกันมาก   เราชวนเขามากินข้าวบ้านเราบ้าง 
เราไปแวะเยี่ยมเยียนเขาที่ห้องพักบ้าง   และกลางปี 2550 

เวลาประมาณ 19.00 น.  เราก็ไปเยี่ยมเขาห้องพักเช่นเคย 

ห้องพักของเขาเหมือนกับอาพาท์เม้น มี 3 ชั้น อยู่ริมถนน

หันข้างให้ถนนใหญ่ และปลูกได้ไม่นาน แต่ในต่างจังหวัด

ก็ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนในเมืองกรุงเท่าไรนัก....

อยู่ตรงข้ามกับห้างดัง  มีสะพานลอยข้ามจากห้างมาลงข้างตึก

ที่พักพอดี  จัดว่าสะดวกสบายนั่นแหละ 
หน้าห้อง 206  ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก

เราและพี่เคาะประตูเรียกเขาอยู่หน้าห้อง 
สักครู.....เขามาเปิดประตูให้  ต้อนรับเราอย่างดีใจ

เหมือนทุกครั้งที่เคยมา 
เรา 2 คน ถอดรองเท้าวางอย่างเป็นระเบียบไว้หน้าห้องพัก

และเข้าไปคุยกัน

.....เวลาผ่านไป เกือบชั่วโมง... เราก็เห็นว่า มันมืดแล้ว 
ถ้ากลับบ้านมืดกว่านี้  อาจมีอันตราย ....เรา 2 คน   ลากลับ...

เขาก็ออกมาส่ง

แต่เมื่อออกมาจากห้อง  รองเท้าของพี่เรา หายไป  สิ่งแรกที่เราคิด

...สงสัยมือดี...ไม่ใช่สิ...เท้าดีใส่ไปแน่ ๆ...

มองซ้าย.....มองขวา....ไม่เจอใคร....เราเลยชะโงกมองไปบนหลังคา

นั่นแน่...มานอนเรียบร้อยอยู่บนหลังคานี้เอง

เหมือนกับว่า ใครเอาเท้ากวาดลงไป

หรือ ใครหยิบแล้วหย่อนไปบนหลังคา  อย่างนั้นแหละ       

เพื่อชาวเกาหลีที่แสนดี..อาสาหยิบให้..แน่นอน  เขาหยิบได้อยู่แล้ว
......ตัวสูงปานนั้น


          ช่วงเวลาที่เขาคุกเข่าและเอื้อมมือไปเก็บรองเท้าที่นอนแอ้งแม้ง
อยู่บนหลังคา   นั่นเองบังเอิญเรามองตรงไปสุดทาง ของชั้น 2
 

เราเห็นเด็กผู้หญิงน่ารัก อายุประมาณ  4 -5 ขวบ  ถักเปีย 2 ข้าง 

กางเกงขาสั้นสีเขียว  เสื้อสีเหลือง  ใส่ถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ 

เหมือนชุดกีฬาของนักเรียนอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่ง

สะพายเป้ไว้ด้านหลัง   กระโดดหยองแหยงอยู่หน้าห้องสุดท้าย

ของ ชั้นนี้  เขาหันหน้ามายิ้ม  ให้เราอย่างสนุกสนาน
เราคิด
“สงสัย เด็กคนนี้  แน่เลย...ที่กวาดรองเท้า พี่เราไปบนหลังคา”   
เราเรียกพี่เบา ๆ  
“เฮ้ย...แกเห็นเด็กคนนั้นไหม ??”

พี่เรามองตามที่เรามอง  

  
เงียบ....ไม่มีเสียงตอบจากพี่ของเรา..

เราถามซ้ำอีก 

“แกเห็นเด็กคนนั้นไหม....นั่นไงกำลังเดินเข้าห้องนั้นไปแล้ว”

พอดีกับเพื่อนเราเก็บรองเท้าขึ้นมาให้...

“กลับเถอะ”.....พี่เราชวนเรากลับบ้าน

เดินลงมาชั้นล่างนอกตัวอาคารหลังนั้นแล้ว  

“แกเห็นเด็กคนนั้นหรือเปล่า”   เราถามซ้ำ

“แกจะถามทำไมนะ   รีบกลับบ้านเถอะ”   คราวนี้พี่เราตอบได้ แฮะ..

เรายังเซ้าซี้อีก  “อ้าว   แล้วแกไม่เห็นเหรอ”

พี่เราเงียบอีก

พอไม่ได้คำตอบทึ่ตรงกับคำถาม...เราก็เลยคิดเอง.....

สงสัยเด็กคนนี้ต้องอยู่ห้องสุดท้ายแน่ ๆ เลย   หรือว่า

ต้องแอบอยู่ระเบียบมุมตึก  เดี๋ยวเถอะ  ขึ้นสะพานลอยข้างตึก

และจะจ๊ะเอ๋ ให้ตกใจ ซะหน่อย 

พอเราขึ้นสะพานลอย  ในระยะที่พอดีกับชั้น 2  เรามองกลับไปที่นั่น
แม่เจ้า....อาคารนี้ไม่มีระเบียบข้าง....ห้องสุดท้ายปิดมืดสนิท

...ไม่มีใครอยู่  แล้วเด็กที่เดินหายเข้าไปนั่นล่ะ....

เข้าไปได้อย่างไร....???

สิ่งเดียวที่เราและพี่ทำกันตอนนี้คือ  เดินข้ามสะพานลอย

และรีบเข้าไปในห้างฯ และกลับบ้าน ให้เร็วที่สุด.....

พอมาถึงบ้าน  คำถามเดิมเลย

 “แกเห็นเด็กคนนั้น...เหมือนกับที่เค้าเห็นไหม..???”  เราถามพี่

คราวนี้มีคำตอบ  “ก็เค้าไม่เห็นน่ะซิ...แกก็ถามอยู่ได้

แล้วกลางค่ำกลางคืนแบบนี้  ทักได้ยังไง”

“เค้าจะรู้ไหมล่ะ   ว่าที่เค้าเห็นแล้วแกไม่เห็นน่ะ”   เราตอบ

“แกชอบเห็นอะไร แปลก ๆ อยู่เรื่อยเลย” พี่เราว่า

“แล้วแกคิดว่าเค้าชอบนักเหรอ...ที่เห็นอะไรที่ไม่มีใครเห็นน่ะ” 

เราตอบอีก

 

จนถึงทุกวันนี้    เราก็ยังไม่มีคำตอบ....

ว่าเราเห็นใคร....และเด็กคนนั้นเป็นใคร....

จะถามเพื่อชาวเกาหลี...ถ้าเขารู้ว่ามันคืออะไร..ก็เกรงว่าเขาจะกลัว...

แต่หลังจากนั้น  พอเราใส่บาตร 

เราก็อุทิศส่วนกุศลให้เด็กคนนั้นด้วยนะ.....

 

 

ท่านล่ะ  .....คิดอย่างไร???

ขอบคุณภาพจาก Internet

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11
kruhnoi วันที่ : 11/09/2009 เวลา : 23.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...

(0)

ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ
รอเรื่องใหม่นะคะ
ความคิดเห็นที่ 10
wadwangnoy วันที่ : 01/03/2009 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

(0)
การเข้าวัดวันธรรมสวนะ


พุทธศาสนิกชนสามารถปฏิบัติศาสนกิจ


ในวันธรรมสวนะ คือ วันกำหนดประชุมฟังธรรมของ


พุทธบริษัท ที่เรียกเป็นคำสามัญโดยทั่วว่า “วันพระ”


เป็นพระเพณีนิยมของพระบริษัทที่ได้ปฏิบัติสืบเนื่อง


กันมาแล้วแต่ครั้งพุทธกาล โดยถือว่าการฟังธรรม


ตามกาลที่กำหนดเป็นประจำไว้ย่อมก่อให้เกิดสติปัญญา


และสิริมงคลแก่ผู้ฟัง อย่างน้อยได้รับธรรมสวนานิสงส์


อยู่แล้ว วันกำหนดฟังธรรมนี้พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ


ไว้ใน ๆ ทั้งข้างขึ้นและข้างแรมรวม ๔ วัน


ได้แก่


๑. วันขึ้น ๘ ค่ำ


๒. วันขึ้น ๑๕ ค่ำ


๓. วันแรม ๘ค่ำ


๔. วันแรม ๑๔ หรือ ๑๕ ค่ำ (หากตรงกับ


เดือนขาด เป็นแรม ๑๔ ค่ำ)


ของทุกเดือน วันทั้ง๔ นี้ ถือกันว่าเป็น


วันกำหนดประชุมฟังธรรมโดยปกติ และนิยมเป็น


วันรักษาปกติอุโบสถสำหรับฆราวาสผู้ต้องการอบรม


กุศลอีกด้วย







สันธรรมสวนะนี้ ชาวบ้านก็จะละเว้นการ


ประพฤติกิจที่เป็นบาปต่าง ๆ การสมาทานศีลในวันนี้


เช่น รับศีล ๕ หรือศีล ๘ ซึ่งเรียกว่า อุโบสถศีล


พระสงฆ์จะได้แสดงพระธรรมเทศนาหรือธรรมสากัจฉา


หรือสนทนาธรรมกัน ซึ่งนับว่าเกิดเป็นประโยชน์แก่


ผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง โดยจะได้รับอานิสงส์แห่งการฟังธรรม


๕ ประการ คือ


๑. ผู้ฟังธรรมนิยมได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง


๒. สิ่งใดได้เคยฟังแล้ว แต่ไม่เข้าใจชัด ย่อม


เข้าใจสิ่งนั้นชัด


๓. บรรเทาความสงสัยเสียได้


๔. ทำความเห็นให้ถูกต้อง


๕. จิตของผู้ฟังย่อมผ่องใส


เพราะความมุ่งหมายและเหตุผลมีเช่นนี้การประชุม


ฟังธรรมในวันธรรมสวนะจึงมีพิธีกรรมที่ต้องปฏิบัติ


เกิดขึ้น โดยนิยมเป็นระเบียบปฏิบัติ ซึ่งเรียกกันว่า


ขั้นตอนพิธีกรรมดังต่อไปนี้


ในวันธรรมสวนะนี้ ชาวบ้านก็จะละเว้นการ


ประพฤติกิจที่เป็นบาปต่าง ๆ การสมาทานศีลในวันนี้


เช่น รับศีล ๕ หรือ ๘ ซึ่งเรียกว่า อุโบสถศีล


พระสงฆ์ได้แสดงธรรมเทศนาหรือธรรมสากัจฉา


หรือสนทนาธรรมกัน ซึ่งนับว่าเกิดเป็นประโยชน์แก่


ผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง


เพราะความมุ่งหมายและเหตุผลมีเช่นนี้การประชุม


ฟังธรรมในวันธรรมสวนะจึงมีพิธีกรรมที่ต้องปฏับัติ


เกิดข้น โดยนิยมเป็นระเบียบปฏิบัติ ซึ่งเรียกกันว่า


ขั้นตอนพิธีกรรมดังนี้ต่อไปนี้
ความคิดเห็นที่ 9
kruhnoi วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...

(0)

นอนดึกนะคะ..ฝันดีละกันค่ะ..
ขอบคุณที่แวะไปบ้านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
wadwangnoy วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

(0)
เจริญพร
ความคิดเห็นที่ 7
jack-fruit วันที่ : 16/02/2009 เวลา : 18.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jack-fruit

(0)
ขอบคุณทุกความคิดเห็น...

ช่วงนี้ขออนุญาต..ห่างหายไป..อาจจะนานสักนิด

แต่จำเป็นน่ะ...เพราะถูกเก็บ(ตัว)
ความคิดเห็นที่ 6
wadwangnoy วันที่ : 06/02/2009 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

(0)
มองสิ่งใด ไม่เห็นสิ่งนั้น

เมื่อไม่เห็น ก็หลงยึดติด

เมื่อหลงยึดติดย่อมไม่หลุดพ้น” เจริญพร
ความคิดเห็นที่ 5
kruhnoi วันที่ : 05/02/2009 เวลา : 23.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...

(0)

ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ..เขียนเรื่องใหม่ได้แล้วค่ะ

รออ่านนะคะ..happy valentine's day ล่วงหน้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
นนทนี วันที่ : 28/01/2009 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supunnee

(0)
กลัว....ไม่อยากเห็นอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น...ไม่อยากเจอ
ความคิดเห็นที่ 3
UNJIMAN วันที่ : 27/01/2009 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oun1982

(0)
มีเรื่องแบบนี้เล่าให้ฟังอีกนะ ชอบ
ความคิดเห็นที่ 2
นายยั้งคิด วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

(0)
บางคนมีความถี่ของกระแสจิตตรงกับวิญญาณ จึงมักจะเห็นภาพที่คนอื่นไม่เห็น ซึ่งอันที่จริงก็น่าจะเป็นพลังพิเศษที่คนทั่วๆไปลอกเลียนแบบไม่ได้.
ความคิดเห็นที่ 1
kruhnoi วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 22.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...

(0)

อึม..ไม่อยากรู้เลยว่าเขาคือใคร..บรื้อออออออออ..

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ..ฝันดีค่ะ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน