*/
  • AWAKAD
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jackkie.26@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2018-07-27
  • จำนวนเรื่อง : 112
  • จำนวนผู้ชม : 32048
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
วันพุธ ที่ 15 มกราคม 2563
Posted by AWAKAD , ผู้อ่าน : 526 , 15:40:49 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ร่วมติดตามสถานการณ์ไฟป่าออสเตรเลียด้วยดาวเทียมผ่าน 4 เว็บไซต์

 

 

ไฟป่า ยังคงโหมกระหน่ำเผาพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้างในพื้นที่ทวีปออสเตรเลีย นับเป็นหายนะร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ทั่วโลกให้ความสนใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ต่างติดตามสถานการณ์พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือในสิ่งที่พอจะทำได้ นอกจากผืนป่าจะมอดไหม้แล้วสัตว์นานาชนิดก็ล้มตายเป็นจำนวนมาก ถือเป็นภัยพิบัติครั้งที่รุนแรงที่สุดอีกครั้งของโลก

 

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้โพสต์ข้อมูลของเว็บไซต์สำหรับการติดตามไฟป่าที่ออสเตรเลียด้วยดาวเทียม โดยระบุว่า นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562 จนถึงวันนี้ ประเทศออสเตรเลียต้องเผชิญกับปัญหาไฟป่าครั้งที่เลวร้ายที่สุดเป็นระยะเวลานานกว่า 5 เดือนแล้ว ทุกรัฐมีรายงานการเกิดไฟไหม้ หนักที่สุดคือ‎รัฐนิวเซาท์เวลส์ รวมผู้เสียชีวิตทั่วประเทศจำนวน 27 ราย* ปรากฏพื้นที่ถูกเผาไหม้ไปแล้วประมาณ 102,000 ตารางกิโลเมตร* ซึ่งเทียบแล้วมีขนาดมากกว่าพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเราเสียอีก (พื้นที่ภาคใต้เท่ากับ 70,715 ตารางกิโลเมตร)

 

สภาพอากาศที่ร้อนแล้งเนื่องจากภาวะภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นมาระยะหนึ่ง ประกอบกับมีกระแสลมแรง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟไหม้ครั้งนี้โหมกระหน่ำรุนแรงและกินระยะเวลายาวนาน พื้นที่ที่เกิดไฟป่าส่วนมากอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกและมีบางส่วนกระจายอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย ส่งผลต่อคุณภาพอากาศสำหรับประชาชนที่อาศัยในเมืองโดยรอบ อีกทั้งสร้างความเสียหายเป็นพื้นที่กว้างเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ไฟป่าที่ป่าอะแมซอนเมื่อช่วงกลางปี พ.ศ. 2562 ที่มีพื้นถูกเผาไหม้ประมาณ 8 พันตารางกิโลเมตร

 

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ข้อมูลจากดาวเทียมนับว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและประชาชนอย่างเราๆ เข้าใจถึงสถานการณ์โดยรวมของเหตุการณ์ไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจุดความร้อน (HOT SPOT) ที่ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่งและการกระจายตัวของไฟป่า และภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ให้ความเข้าใจภาพรวมพื้นที่เสียหาย แนวไฟป่า รวมถึงพื้นที่ที่ไฟกำลังจะลุกลามไปตามกระแสลมซึ่งสังเกตได้จากทิศทางของกลุ่มควันไฟที่ถูกลมพัดและเห็นเด่นชัดบนภาพถ่ายจากดาวเทียม

 

ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานได้เผยแพร่ข้อมูลจุดความร้อนผ่านเว็บไซต์ที่วิเคราะห์จากดาวเทียม ทั้งเซนเซอร์ MODIS ของดาวเทียม Aquaและดาวเทียม Terra และเซนเซอร์ VIIRS ของดาวเทียม Suomi-NPP ซึ่งทั้งสองมีความแตกต่างกันที่รายละเอียดจุดภาพ (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความไฟป่าควบคุมได้ด้วยตาดินตาฟ้าและตาอวกาศ >>> http://bit.ly/2RgnQbo ) สำหรับบทความนี้เราจะขอแนะนำ 4 เว็บไซต์ที่เราเองก็สามารถเข้าถึงข้อมูลจุดความร้อนและภาพถ่ายจากดาวเทียมอัพเดทรายวันได้เช่นกัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านที่สนใจในเรื่องนี้

 

1. Fire Information for Resource Management System (FIRMS) พัฒนาโดย NASA สำหรับเผยแพร่ข้อมูลจุดความร้อนทั่วโลก อัพเดทภายใน 3 ชั่วโมงนับจากดาวเทียมทำการถ่ายภาพ ทั้งเซนเซอร์ MODIS และ VIIRS (https://firms.modaps.eosdis.nasa.gov/map/)

 

2. Global Wildfire Information System (GWIS) แรกเริ่มพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง Group on Earth Observations (GEO) และ Copernicus ภายหลังได้รับการสนับสนุนจาก NASA นอกจากจะเผยแพร่ข้อมูลจุดความร้อนทั่วโลกเช่นกันแล้ว GWIS ยังวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าล่วงหน้า 1-9 วันบนพื้นฐานจากข้อมูลอุตุนิยมวิทยาได้อีกด้วย (https://gwis.jrc.ec.europa.eu/static/gwis_current_situation/public/index.html)

 

3. NASA Worldview พัฒนาโดย NASA ภายใต้โครงการ Earth Observing System Data and Information System (EOSDIS) จุดเด่นอยู่ที่สามารถแสดงข้อมูลจุดความร้อนซ้อนทับบนภาพถ่ายจากดาวเทียม Terra, Aqua หรือ Suomi-NPP แบบรายวันหรือภาพอัพเดทล่าสุดได้ ยิ่งจะทำให้เราเข้าใจถึงสถานการณ์ของไฟป่ามากยิ่งขึ้นเมื่อปรากฏข้อมูลจุดความร้อนและกลุ่มควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ และนอกจากนั้น เมื่อกดปุ่ม Add Layers ผู้ใช้สามารถเพิ่มข้อมูลแสดงบนแผนที่อีกมากกว่า 900 รายการ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภัยแล้ง พายุ น้ำท่วม คุณภาพอากาศ เป็นต้น (https://worldview.earthdata.nasa.gov/)

 

4. EO-Browser พัฒนาโดย European Space Agency (ESA) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม Sentinel-1, Sentinel-2, Sentinel-3, Sentinel-5P, Landsat 5, 7-8 รวมถึงข้อมูลภาพจากเซนเซอร์ MODIS แม้ว่าเว็บไซต์นี้จะไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลจุดความร้อน แต่ก็มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการผสมสีภาพดาวเทียมที่ง่ายต่อการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อผสมสีด้วยฟังก์ชั่น SWIR กับข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-2 จะทำให้เราแยกแยะแนวไฟป่าและพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้ได้อย่างชัดเจน (https://apps.sentinel-hub.com/eo-browser/)

 

ดังตัวอย่างภาพประกอบบทความนี้ เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียม Sentinel-2 บันทึกภาพเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 บริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างรัฐวิกทอเรียและรัฐนิวเซาท์เวลส์ แสดงให้เห็นถึงกลุ่มควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ปรากฏเป็นกลุ่มควันสีขาวคล้ายเมฆ แต่ต่างกันตรงที่กลุ่มควันไฟจะมีลักษณะฟุ้งและบางกว่า ที่สำคัญคือมีจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนจากบริเวณแนวไฟหรือขอบของพื้นที่ถูกเผาไหม้ ในขณะที่เมฆนั้นมีลักษณะสีขาวเข้มและมีลักษณะหนากว่าอย่างชัดเจน ส่วนแนวไฟป่าที่กำลังลุกโชนในภาพก็ปรากฏเป็นสีส้มลักษณะเป็นแนวตามขอบของพื้นที่ที่ถูกเผาแล้วที่ปรากฏเป็นสีแดงเข้ม ท่ามกลางป่าไม้ที่ยังไม่ถูกรบกวนซึ่งปรากฏเป็นพื้นที่สีเขียวตามภาพ

 

สำหรับประเทศไทย จิสด้าได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทั้งภาครัฐและประชาชนทั่วไป โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลจุดความร้อนจากทั้ง 2 เซนเซอร์และจัดทำเป็นแผนที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ http://fire.gistda.or.th/ อัพเดททุกวันซึ่งล่าสุดสถานการณ์จุดความร้อนโดยรวมทั้งประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2562 ส่งผลให้สภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพขึ้นทุกวันตามไปด้วย

เมื่อถอดบทเรียนจากไฟป่าที่ออสเตรเลีย แม้ว่าสถานการณ์ในประเทศไทยเรายังไม่รุนแรงเท่า แต่ก็มีปัจจัยความเสี่ยงที่ใกล้เคียงกัน หากทว่าเราต้องไม่ประมาท ติดตามสถานการณ์จุดเกิดไฟไหม้อย่างใกล้ชิด ทำความเข้าใจกับสภาพปัญหา และเข้าควบคุมก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่บานปลาย นี่คงไม่ใช่หน้าที่แค่เพียงเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ทว่าประเทศไทยคือบ้านของเรา เราทุกคนต้องมีส่วนร่วมช่วยกันดูแลบ้านของเรา

 

อ้างอิง

*ข้อมูล ณ วันที่ 11 มกราคม 2563 แหล่งที่มา UN Office for the Coordination of Humanitarian Affairs (OCHA)


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน