*/
  • AWAKAD
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jackkie.26@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2018-07-27
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 37397
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2563
Posted by AWAKAD , ผู้อ่าน : 327 , 22:11:51 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ตรวจวัดน้ำท่วม อีก 1 เทคโนโลยีจากดาวเทียมสำรวจฯ

 


 

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า โพสสาระความรู้และคุณค่าที่ได้จากอวกาศผ่านเฟสบุ๊คแฟนเพจจิสด้า ระบุ ดาวเทียมสำรวจฯ..ตรวจวัดน้ำท่วมได้อย่างไร?

 

“น้ำท่วม” ตามนิยามของราชบัณฑิตยสภา หมายถึง “น้ำซึ่งท่วมพื้นที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งเป็นครั้งคราวเนื่องจากมีฝนตกหนักหรือหิมะละลาย ทำให้น้ำในลำน้ำหรือทะเลสาบไหลล้นตลิ่งหรือบ่าลงมาจากที่สูง” ขีดเส้นใต้ย้ำให้ชัด ตรงคำว่า “เป็นครั้งคราว” เพราะนั่นหมายความว่าน้ำท่วมจะหมายถึงเฉพาะพื้นที่ที่เดิมไม่ใช่แหล่งน้ำ

 

แล้วที่เราได้ยินมาว่าดาวเทียมสำรวจทรัพยากรสามารถตรวจวัดพื้นที่น้ำท่วมได้ แต่ในพื้นที่จริงพอน้ำท่วมทีไร เราแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าพื้นไหนบ้างที่เคยเป็นแหล่งน้ำเดิม เช่น บ่อน้ำ แม่น้ำ เป็นต้น ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ไม่ควรจะนับรวมเป็นพื้นที่น้ำท่วมไปด้วยตามนิยามข้างต้น แล้วดาวเทียมทำได้อย่างไร วันนี้แอดมินจะมาเล่าให้ฟัง

 

ช่วงนี้ประเทศไทยตกอยู่ใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ส่งผลให้ฝนตกชุ่มฉ่ำทั่วบ้านทั่วเมือง แต่สิ่งที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือ ปัญหาน้ำท่วมน้ำหลาก ในกรณีที่มีฝนมากเกินไป ซึ่งก็เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

 

นับว่าเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่จิสด้า ได้นำเอาเทคโนโลยีอวกาศสร้างคุณค่าเพื่อสนับสนุนภารกิจการบรรเทาสาธารณะภัยในยามเกิดอุทกภัย เราในฐานะประชาชนก็ได้รับผลประโยชน์จากการช่วยเหลือเยี่ยวยาได้ทันการณ์ ซึ่งก็ได้ถ่ายทอดไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้ (สามารถอ่านได้ที่ https://bit.ly/2YFp5Vu)

 

ทั้งนี้เพื่อตอบคำถามข้างต้น เราต้องเข้าใจกระบวนการบันทึกข้อมูลของดาวเทียมก่อน โดยกลุ่มดาวเทียมสำรวจทรัพยากรสามารถแยกระบบบันทึกข้อมูลเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่ม Passive Sensor และ กลุ่ม Active Sensor

 

Passive Sensor : เป็นกลุ่มที่ต้องอาศัยพลังงานจากแสงอาทิตย์ พูดง่ายๆก็คือเหมือนดวงตาของเรานี่แหละ หรือกล้องถ่ายรูปแบบไม่ใช้แฟลช ถ้าไม่มีแหล่งกำเนิดแสงก็มองอะไรไม่เห็น ประกอบกับคุณสมบัติการสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ต่างกันของสิ่งต่างๆที่ปกคลุมผิวโลก จึงทำให้สามารถแยกแยะการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละประเภทออกจากกันได้

 

โดยเฉพาะน้ำ ซึ่งมีคุณสมบัติไม่สะท้อนคลื่นในย่านความถี่อินฟาเรด หรือ รังสีอินฟาเรด จึงทำให้ดาวเทียมสามารถแยกแยะพื้นน้ำออกจากพื้นดินได้อย่างชัดเจน แต่บางครั้งก็ติดปัญหาเรื่องเมฆมาบดบังทำให้ได้ข้อมูลบางส่วนเท่านั้น ซึ่งดาวเทียมไทยโชตของไทยเรา ดาวเทียม Landsat ดาวเทียม Sentinel-2 จัดว่าอยู่ในกลุ่มนี้

 

Active Sensor : ชื่อก็บอกว่า Active นั่นหมายความว่ามันไม่ต้องอาศัยแหล่งพลังจากพระอาทิตย์เลย โดยดาวเทียมในกลุ่มนี้จะสร้างพลังงานได้เองและส่งไปกระทบยังพื้นผิวโลก เปรียบเสมือนเราใช้กล้องถ่ายรูปถ่ายในที่มืดแบบเปิดแฟลชนั่นเอง ถ้ากระทบโดนบริเวณพื้นที่สูงๆต่ำๆ เช่น เขตภูเขา เขตเมือง พลังงานบางส่วนก็จะสะท้อนกลับมายังดาวเทียม แต่ถ้าไปกระทบโดนบริเวณที่ค่อนข้างเรียบ เช่น พื้นผิวน้ำของแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ หนอง คลอง บึง รวมไปถึงพื้นผิวทะเล มหาสมุทร เป็นต้น พลังงานก็จะสะท้อนไปทิศทางอื่น ไม่กลับมาที่ดาวเทียม เสมือนกับเราโยนลูกปิงปองใส่พื้นเรียบและมันก็จะเด้งไปทิศทางตรงกันข้ามกับตัวเรา

 

ด้วยหลักการนี้ทำให้ดาวเทียมกลุ่ม Active Sensor สามารถแยกแยะระหว่าพื้นดินกับพื้นน้ำได้ค่อนข้างดี และไม่มีปัญหาเรื่องเมฆมารบกวนอีกด้วย อีกทั้งถ่ายได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เพราะมันไม่ต้องอาศัยแสงอาทิตย์ ในยามหน้าฝนมีเมฆเต็มท้องฟ้าแบบนี้ ดาวเทียมกลุ่ม Active Sensor เช่น Radatsat, Sentinel-1 และ TerraSAR-X เป็นต้น จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

 

หลังจากที่เกิดน้ำท่วม ข้อมูลจากดาวเทียมจากทั้ง 2 ระบบก็จะถูกนำมาวิเคราะห์ตามกระบวนการทางภูมิสารสนเทศ สิ่งที่ได้ก็คือข้อมูลพื้นที่น้ำ ซึ่งยังไม่สามารถนำไปคำนวณหาตัวเลขพื้นที่น้ำท่วมจริงๆได้ เนื่องจากข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลพื้นที่น้ำที่ยังรวมทั้งพื้นที่น้ำท่วมและพื้นที่แหล่งน้ำเดิมไว้ด้วยกัน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีอีกกระบวนการหนึ่งคือการลบพื้นที่แหล่งน้ำเดิมออกด้วยกระบวนการทาง GIS ซึ่งก็ต้องอาศัยข้อมูลพื้นแหล่งน้ำเดิมที่ต้องทำเตรียมไว้ล่วงหน้า

 

จิสด้า ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมคลอบคลุมทั่วทั้งประเทศและเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นที่แหล่งน้ำของประเทศไทยไว้เป็นฐานข้อมูลพื้นที่แหล่งน้ำและยังมีการปรับปรุงข้อมูลมาโดยตลอด ซึ่งเมื่อนำไปลบออกจากพื้นที่น้ำที่ได้จากการการวิเคราะห์จากภาพดาวเทียม ก็จะทำให้เราได้พื้นที่น้ำท่วมที่แท้จริง

 

จะเห็นได้ว่ากว่าจะได้ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมนั้น มีข้อมูล กระบวนการและตรรกะมากมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องมากที่สุด ลำพังเพียงแค่ข้อมูลจากดาวเทียมเพียงชุดเดียวอาจจะไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในปัจจุบัน หากปราศจากกระบวนการวิเคราะห์ที่ดี และการวางแผนการวิเคราะห์ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างมีระบบ ซึ่งเป็นหนึ่งในหน้าที่ที่จิสด้ามุ่งมั่นพัฒนามาโดยตลอด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพ ส่งต่อคุณค่าให้กับหน่วยงานอื่นๆ (ติดตามข้อมูลน้ำท่วมได้ที่ flood.gistda.or.th)

 

เฉกเช่นเดียวกับโครงการธีออส-2 ที่ไม่ใช่เป็นแค่เพียงการจัดหาดาวเทียม แต่มุ่งเน้นการพัฒนาต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานต่างๆ เพื่อการปฎิรูประบบตัดสินใจและบริหารเชิงพื้นที่ของประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ (ดาวเทียมและสถานีควบคุม) กลางน้ำ (ระบบวิเคราะห์ภูมิสารสนเทศ) ปลายน้ำ(การประยุกต์ใช้ในหน่วยงานต่างๆและการพัฒนาบุคลากร) ยังรวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจอวกาศเพื่อต่อยอดกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม เรียกได้ว่าครบเครื่อง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชนคนไทยในระยะยาวต่อไป


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 18/06/2020 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

มีนวัตกรรมให้ใช้กันมากขึ้น สะดวกขึ้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน