*/
  • JAkJaIJOe
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thared@hotmail.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-04-26
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 42987
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน 2558
Posted by JAkJaIJOe , ผู้อ่าน : 10936 , 17:14:21 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , ลำชานบ้านบู และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ผมอ่านหนังสือกาลเวลาจารึกคน ซึ่งเป็นประวัติของคุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น... สะดุ้งข้อความในหน้า 246-247 อย่างน่าสนใจเพราะเขียนถึงบ้านผม"คลองด่าน"ที่กำลังนั่งพิมพ์ข้อความอยู่ตอนนี้ความว่า..."ความที่ต้องประสานงานกับโรงกลั่นไทยออยล์ที่ศรีราชา ทำให้ผมต้องเดินทางไปศรีราชาเป็นประจำ สมัยนั้นยังไม่มีถนนบางนาตราด เวลาจะไปศรีราชา แหลมฉบัง ระยอง จันทบุรี และตราด ต้องใช้เส้นทางเดิมที่เลียบอ่าวไทยไป กล่าวคือจากกรุงเทพไปปากน้ำ-บางปู แวะพักที่"คลองด่าน" แล้วจึงเข้าศรีราชาและต่อไปพัทยาจนถึงจันทบุรี ถนนสายนี้แคบ เดินรถสองทางสวนกันคนขับทำความเร็วไม่ได้ การเดินทางจึงใช้เวลามากกว่าปัจจุบัน แต่เป็นเส้นทางที่สวยงามโดยเฉพาะช่วงยามเย็น เมื่อเส้นทางใหม่บางนาตราดเปิดใช้ การคมนาคมทางรถและวิถีชุมชนที่เกี่ยวข้องก็เปลี่ยนไป เส้นทางเดิมกลายเป็นทางใช้เฉพาะคนในพื้นที่ "คลองด่าน"ซึ่งเคยเป็นชุมชนที่รุ่งเรืองค้าขายดีก็เปลี่ยนไปด้วย เดี๋ยวนี้แหล่งค้าขายพากันย้ายมาอยู่บนถนนสายหลัก คือ บางนาตราด หมดแล้ว

เล่าอีกนิดเมื่อพูดถึงคลองด่านที่เล่ามาข้างต้น จริงๆ ในสมัยเมื่อ พ.ศ. 2473 คลองด่านที่ว่านั้นไม่ได้ชื่อคลองด่านดังว่า แต่ปรากฎเป็นชื่อ "แม่น้ำบางเหี้ย" อย่างไรก็ตามในปัจจุบันผู้คนทั่วไปอาจจะไม่รู้จักแม่น้ำบางเหี้ยแล้ว ที่เป็นเช่นนั้นอาจเป็นเพราะไม่มีสถานที่ราชการที่ใช้ชื่อแห่งนี้ให้เห็นต่างกับเมื่อ 100 ปีก่อน ที่ยังมีที่ว่าการอำเภอบางเหี้ยให้เรียกกันอยู่ เหตุที่ชื่อนี้เลือนลางไปก็เพราะมีการเปลี่ยนสถานที่ตั้งอำเภอ ไม่เกี่ยวกับชื่อไม่เป็นมงคล เพราะแม่น้ำสายนี้มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาส

แม่น้ำนี้เป็นแม่น้ำโบราณ คลองสำโรงมาบรรจบกับแม่น้ำนี้ตรงที่ว่าการอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อความเข้าใจและเป็นหลักฐานว่าชื่อแม่น้ำบางเหี้ยเคยเป็นชื่ออำเภอจะขอกล่าวถึงความเป็นมาไว้ด้วย ดังนี้

ในสมัยก่อนทัังคลองสำโรงและแม่น้ำบางเหี้ย น้ำทะเลจะเข้าถึงตลอดทั้งปี ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ต้องหาแหล่งน้ำจืดมาบริโภค ในที่สุดก็ได้มาพบที่แห่งหนึ่งมีน้ำจืด จึงได้ขุดบ่อขึ้นใช้น้ำ ต่อมาผู้คนมากขึ้นจึงตั้งเป็นหมู่บ้านเรียกบ้านบางบ่อ เพราะมีบ่อมาก ครั้งถึง รศ. 116 ประมาณปีพุทธศักราช 2440 ได้ประกาศพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ มีการตั้งที่ว่าการชั่วคราวที่บ้านคอลาด และต่อมาได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งที่อำเภอบางบ่อ ตรงที่คลองสำโรงกับแม่น้ำบางเหี้ยมาบรรจบกัน ต่อมา พ.ศ. 2443 และได้ใช้ชื่ออำเภอบางเหี้ยตามชื่อแม่น้ำมาตั้งแต่กระนั้น เนื่องจากพื้นบริเวณนี้เป็นป่าชายเลนผืนใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ มีอาหารของตัวเหี้ยมากมาย ทำให้มีเหี้ยชุกชุมตามไปด้วย ชาวบ้านจึงเรียกขานชุมชนแถบนี้ว่า“บางเหี้ย” ก่อนที่รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม (พ.ศ.2483) ดำเนินนโยบายให้ประเทศทันสมัย และเปลี่ยนชื่อ อ.บางเหี้ย เป็น อ.บางบ่อ แหล่งปลาสลิดขึ้นชื่อ และเปลี่ยนชื่อ ต.บางเหี้ย เป็น ต.คลองด่าน

เหตุผลที่เปลี่ยนไม่เกี่ยวกับไม่เป็นมงคล แต่เป็นเพราะที่ว่าการอำเภอที่ตั้งอยู่อำเภอบางบ่อ มีสถานีตำรวจภูธรเรียกว่า สถานีบางบ่อ ชื่อสถานีและชื่ออำเภอไม่สอดคล้องกัน และราษฎรนิยมเรียกชื่ออำเภอบางเหี้ยว่าอำเภอบางบ่อ จึงเห็นสมควรให้เปลี่ยนชื่อให้ตรงกับทีราษฎรเรียกขาน

 

อนึ่งที่กล่าวว่ารัชกาลที่ 5 โปรดให้เปลี่ยนชื่อนั้นยังไม่พบหลักฐาน อย่างไรก็ตามแม่น้ำบางเหี้ยนี้ มีเกจิอาจารย์ชื่อเสียงโด่งดังมาแต่ครั้งรัชกาลที่ 5 อยู่องค์หนึ่ง คือ หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ยนอก ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดมงคลโคธาวาส (ถ้าเปิดพจนานุกรม จะพบว่า โคธา แปลว่า "เหี้ย" เช่นกัน  แสดงว่าชื่อวัดนี้ยังคงความหมายเดิม) วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลคลองด่านในปัจจุบันนั่นเอง (หรือตำบลบางเหี้ย อำเภอบางเหี้ย จังหวัดสมุทรปราการ ในอดีต) มีรูปหล่อของหลวงพ่อปาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จประพาสไปวัดแห่งนี้และพบหลวงพ่อปาน ในการเสด็จตรวจเยี่ยมประตูน้ำที่กั้นแม่น้ำบางเหี้ยหรือที่เรียกกันในทุกวันนี้ว่า “ประตูน้ำชลหารพิจิตร” หรือที่เรียกกันโดยทั่ว ๆ ไปว่าประตูน้ำคลองด่านปิดน้ำไม่อยู่ แม้นายช่างผู้ชำนาญจะซ่อมสร้างสักเท่าใดประตูน้ำก็ยังชำรุดอยู่ทุกๆ ปี จนกระทั่งข้าราชการในท้องถิ่นแห่งนั้นได้ปรึกษากันและได้นำความขึ้นไปกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ให้ทรงทราบและขอให้พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเยี่ยมเพื่อขอพึ่งพระบารมีของพระองค์ท่านเพราะในสมัยนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มีพระบรมเดชานุภาพมาก เมื่อพระองค์ท่านเสด็จไป ณ ที่ใด ณ ที่แห่งนั้นจะเป็นที่มีความเจริญทั้งเป็นสิริมงคลแก่พสกนิกรและสถานที่เป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อพระองค์ทรงทราบความที่ข้าราชการใหญ่น้อยกราบบังคมทูลเช่นนั้น พระองค์จึงทรงพระมหากรุณาธิคุณรับที่จะเสด็จไปตามความประสงค์ของพสกนิกรนับได้ว่าประตูน้ำชลหารพิจิตรในทุกวันนี้ เป็นประตูน้ำที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในสมัยนั้น เพราะพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จทางชลมารค มาประทับอยู่ที่บางเหี้ยนี้ด้วย ความตามปรากฎในพระราชนิพนธ์ประพาสมณฑลปราจิณ เมื่อ ร.ศ. 127 ท่านมีรูปร่างอ้วน เคี๊ยวหมาก จำได้เท่านีั้ หลังจากที่รัชกาลเสด็จกลับจึงได้พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรให้หลวงพ่อปาน ที่ "พระครูพิพัฒนิโรธกิจ" ใครรู้จักท่านก็จะทราบว่าโด่งดังในอานุภาพของเขี้ยวเสือแกะ แคล้วคลาด ปลอดภัย

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ก่อนที่พระองค์ท่านจะเสด็จกลับเมืองพระนคร พระองค์ได้ตรัสรับสั่งกับหลวงพ่อปานอยู่ประโยคหนึ่งว่า “ให้พระไปก่อน แล้วฟ้าจะตามไปทีหลัง ” พระราชดำรัสของพระองค์นับเป็นคำรับสั่งที่เข้าใจยาก ศิษยานุศิษย์ที่ได้ฟังพระองค์ท่านตรัสในวันนั้น จึงไม่เข้าใจความหมายอันลึกซึ้งนั้นเอง แต่หลวงพ่อปานคงจะทราบความหมายของคำตรัสนั้น จนกระทั่งพระองค์ท่านเสด็จกลับจากประตูน้ำบางเหี้ยไม่นานนัก หลวงพ่อปานก็ถึงกับมรณภาพลง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ร.ศ. 129 (พ.ศ. 2453) และเมื่อหลวงพ่อปานมรณภาพลงไม่นาน ถึง 2 เดือน พระองค์ท่านก็เสด็จประชวรสวรรคตลงเมื่อ วันที่ 23 ตุลาคม ร.ศ. 129 (พ.ศ. 2453)
ฉะนั้น คำที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ตรัสไว้ว่า “ ให้พระไปก่อน แล้วฟ้าจะตามไปทีหลัง ” นั้น พระองค์คงหมายถึงการละสังขารของหลวงพ่อปานไปก่อน และพระองค์จะละสังขารตามไปทีหลัง โดยพระองค์คงจะรู้ด้วยญาณของพระองค์เองว่าหลวงพ่อปาน และ พระองค์ท่าน คงถึงเวลาที่จะละสังขารได้แล้วพระองค์ท่านจึงตรัสไว้ก่อน การสูญเสียองค์พระประมุขในครั้งนั้น พสกนิกรทั่วประเทศมีความโศกเศร้าอาลัยเป็นอย่างมาก เพราะพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่ของอาณาประชาราษฎร์เป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้พระองค์ท่านจะเสด็จสวรรคตไปแล้วก็ตาม แต่ประชาชนก็ยังระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณมิรู้ลืม

ดังนั้น ผมคิดว่าคนที่มีอายุอานาม 30 ปีขึ้นไป ในอดีต คงจะต้องโดนบังคับผ่าน"คลองด่าน" สมุทรปราการไปชลบุรี เลี่ยงไปทางอื่นไม่ได้ เพราะจำได้ว่าตอนเด็กๆ ถนนสายบางนาตราดยังสร้างไม่เสร็จ รถแถวบ้านจอแจมาก ผมเองยังใช้ถนนสุขุมวิทสายเก่านี้ไปทำงานที่กรุงเทพมหานครทุกวัน ใครผ่านมาถนนสุขุมวิทสายนี้ว่างๆ ผ่านสถานตากอากาศบางปู เลาะมาเรื่อยๆ ถึงคลองด่านได้ครับ มานมัสการหลวงพ่อปานเกจิอาจารย์ด้านเขี้ยวเสือชื่อดังสมัยรัชกาลที่ 5 และซื้อปลาสลิดข้างทางที่คลองด่าน ปลาสลิดขึ้นชื่ออยู่ที่ตำบลนี้ครับ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
JAkJaIJOe วันที่ : 24/04/2015 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jakjaijoe

สำหรับเรื่องของเหี้ยยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนคิดไม่ถึงนั่นก็คือ เมืองไทยเคยมีชุมชน“บางเหี้ย” ต.บางเหี้ย อ.บางเหี้ย อยู่ที่ จ.สมุทรปราการ

บางเหี้ย เป็นชุมชนเก่าแก่อายุกว่า 250 ปี สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งว่ากันว่าบรรพบุรุษของชาวชุมชนนี้ส่วนหนึ่งเป็นชาวมอญที่อพยพมาจากพม่าเมื่อคราวเสียงกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

เหตุที่ชุมชนนี้เรียกขานกันว่าบางเหี้ย หากดูกันตามตำนานพื้นบ้านก็มีเรื่องเล่าอยู่ว่า...ครั้งหนึ่งที่บ้านบางเหี้ยมียายแก่คนหนึ่งชื่อ ยายหอม มีฐานะร่ำรวย มีทรัพย์สมบัติมากมายจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร จึงนำทองที่สะสมไว้มาหล่อหลอมเป็นรูปเหี้ยให้ลูกๆหลานๆเล่น แล้ววันหนึ่งเหี้ยทองคำตัวนี้ก็วิ่งหนีเด็กๆลงน้ำไป ชาวบ้านจึงเรียกบ้านนี้ว่า “บางเหี้ย”...(จาก ศิลปวัฒนธรรม ฉบับ ฆ่าควายสังเวยผีปู่ตา เซ่นตะกวดบูชาบรรพบุรุษ)

แต่หากดูกันตามข้อเท็จจริงมันก็สมควรอยู่เนื่องจากบริเวณนี้ มีป่าชายเลนขนาดใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยกุ้ง หอย ปู ปลา จึงเปรียบดังสวรรค์ของเหี้ย เพราะมีทั้งที่อยู่อาศัยอันกว้างใหญ่ร่มรื่น มีอาหารอันโอชะ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยเหี้ยมากมาย

ไม่เพียงเท่านั้นในชุมชนแถบนี้หลายอย่างยังมีความเกี่ยวกันกับเหี้ยอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

คลองบางเหี้ย ที่แยกออกมาจากคลองสำโรง ในอดีตคลองบางเหี้ยเป็นเส้นทางสัญจรสายหลักของชาวบางบ่อ บางเพรียง บางเหี้ย จนในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการสร้างประตูน้ำกั้นคลองบางเหี้ย ชื่อประตูคลองด่าน เพื่อป้องกันน้ำเค็มล้นเข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร คลองบางเหี้ยจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า“คลองด่าน”

วัดบางเหี้ย เป็นดังศูนย์กลางของชุมชนบางเหี้ย มีอยู่ 2 วัดคือ วัดบางเหี้ยบนหรือวัดบางเหี้ยใน(ปัจจุบันคือวัดโคธาราม)เป็นวัดน้ำจืดเพราะอยู่เหนือประตูน้ำ และวัดบางเหี้ยล่างหรือวัดบางเหี้ยนอก(ปัจจุบันคือวัดมงคลโคธาวาส) เป็นวัดน้ำเค็มเพราะอยู่ใต้ประตูน้ำ วัดนี้มีหลวงพ่อปานเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดัง ทั้ง 2 วัด แม้เปลี่ยนชื่อใหม่ ฟังดูเพราะพริ้ง แต่ก็ยังหนีไม่พ้นแนวทางของเหี้ยอยู่ดี เพราะ โคธา แปลว่า เหี้ย นั่นเอง

แต่อย่างที่ผมเล่ามาว่า เหี้ย เป็นสัตว์ที่ไม่ถูกโฉลกกับคนไทย ชื่อเหี้ยไม่เพียงฟังอัปมงคลยังเป็นชื่อที่ฟังหยาบคายใน พ.ศ. 2483 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงเปลี่ยนชื่ออำเภอบางเหี้ยเป็นอำเภอบางบ่อ ส่วนชุมชนบางเหี้ยหรือตำบลบางเหี้ย จอมพล ป. ก็เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นตำบลคลองด่าน ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในสมุทรปราการไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งในตอนหน้าผมจะพาคุณผู้อ่านไปล่องเรือเที่ยวชมชุมชนคลองด่านกัน

ส่วนตอนนี้จากข้อมูลที่ผมได้พูดคุยกับเพื่อนรุ่นพี่ที่ชุมชนคลองด่าน เขาบอกว่าประชากรเหี้ยในปัจจุบันลดจำนวนลงไปมาก ซึ่งนั่นคงเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ส่วนเหี้ยที่หายไปจากคลองด่านจะอพยพไปรวมตัวกับเหี้ยแถวทำเนียบตามที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้งหรือเปล่า เรื่องนี้ผมมิอาจทราบได้ แต่เท่าที่รู้มาก็คือ ที่มา http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000017899

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
JAkJaIJOe วันที่ : 13/04/2015 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jakjaijoe

คิดแล้วน่าสนุกนะครับ ถ้ายังมีเส้นทางน้ำเดิมๆ สัญจรอย่างนั้น

ความคิดเห็นที่ 7 JAkJaIJOe ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ทางแก้ว วันที่ : 13/04/2015 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

พ่อเคยเล่าว่าสมัยเด็ก
พ่อไปหาญาติที่คลองด่าน
ต้องนั่งเรือที่ท่าราชวงศ์แต่เช้ามืด
ต้องหาซื้อข้าวห่อแถวนั้นไปทานกลางวัน
ผ่านคลองสำโรง
กว่าจะไปถึงคลองด่านก็เย็นแล้ว


ความคิดเห็นที่ 6 JAkJaIJOe ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 13/04/2015 เวลา : 13.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผ้านคลองด่านไปดูนกนางนวลที่บางปูบ่อยครับ
แถวนั้นร้านอาหารทะเล ใช้ได้หลายร้านทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 5 JAkJaIJOe ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 13/04/2015 เวลา : 10.07 น.

สวัสดีครับ
เคยใช้เส้นทางสายนี้ครับ แต่ไม่ทราบความเป็นมา

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
JAkJaIJOe วันที่ : 13/04/2015 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jakjaijoe

แสดงว่าที่เก่าจริงครับ สมัยร5 เลย

ความคิดเห็นที่ 3 JAkJaIJOe ถูกใจสิ่งนี้ (1)
satanx from mobile วันที่ : 13/04/2015 เวลา : 07.57 น.

ผมมาซื้อที่แถวนี้ ยังมี ต.บางเหี้ยติดหัวโฉนดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
JAkJaIJOe วันที่ : 12/04/2015 เวลา : 22.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jakjaijoe

บ่อบำบัดน้ำเสียคงยกเลิกไปครับ แต่เส้นทางถ้าอยากขับแบบชิวๆ เส่นทางนี้ก็เป็นธรรมชาติดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 JAkJaIJOe , ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (2)
bene วันที่ : 12/04/2015 เวลา : 21.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

แหะ แหะ ...นึกว่าบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน
เสร็จ.. จะมาตามความคืบหน้า ซะหน่อย

ถนนเส้นทางที่ผ่านคลองด่านไปพัทยา ยามเย็นยังสวยอยู่มั้ยคะ ..เผื่อมีโอกาสจะได้วางแผนผ่านบ้าง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน