• จักรจาคี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-08-16
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 26982
  • ส่ง msg :
  • โหวต 51 คน
มะเร็ง...เพื่อนรัก
วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม 2551
Posted by จักรจาคี , ผู้อ่าน : 1485 , 15:10:11 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บรรยากาศมาคุ เหมือนมีหมอกจางๆอยู่รอบๆ
ตลอดเวลาที่ผมอยู่โรงพยาบาลแรก จนกระทั่งย้ายมาที่ โรงพยาบาลรัฐบาลที่ผ่าตัด ผมเองก็ไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับสภาพร่างกายของผมมากนักหรอกครับ รู้แต่ว่า หลังจากตื่นตอนที่หมดฤทธิ์ยานอนหลับ ที่ให้ตอนส่องกล้องแล้ว ก็มีสายที่ใช้ดูดน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารออกทางจมูก เจ้าสายนี้มัน น่ารำคาญเสียนี่กะไร อยากจะถอดมันออกบัดเดี๋ยวนั้น แต่ในใจก็คิดว่าอย่าดีกว่า เดี๋ยวโดนใส่ใหม่ แล้วจะลำบาก (ผมมาทราบตอนหลังว่า เวลาใส่สายนี้อ่ะ มันจะคลื่นไส้อย่างสุดๆ ตอนถอดก็คลื่นไส้ แต่น้อยกว่าตอนใส่)

ท่าทีของ คุณหมอ คุณแม่ คุณพ่อ และคนรอบข้างก็ดูแปลกๆไป พยายามไปคุยกับนอกห้องตลอดเวลา
จนบางครั้งผมก็เหมือนว่าจะเกือบโดนทิ้งให้อยู่ในห้องคนเดียวเหมือนกัน หลับจากที่ส่องกล้องแล้ว
ผมรู้เพียงว่าคุณหมอต้อง เอาผลชิ้นเนื้อไปตรวจว่า เป็นเนื้องอกธรรมดาหรือเนื้อร้าย ผมก็รอผลอย่างใจจดจ่อ

หลายครั้งที่ผมถามคนใกล้ตัว เขาก็เอาแต่พูดว่า "จะเป็นได้ยังไงอายุแค่นี้" หรือ "จะรู้ไปทำไมล่ะลูก" หรือ "ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวก็หาย"
ผมก็เลยได้แต่คิดว่า มันก็คงเป็นเนื้องอกธรรมดาเนี่ยแหละ ผ่าตัดเดี๋ยวก็หาย..ก็ต้องไปตามน้ำล่ะครับ



หมอกเริ่มจางหาย เมฆฝนเริ่มก่อตัว
หลังจากย้ายโรงพยาบาลและผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมฟื้นขึ้นมาในสภาพที่ปวดแผลพอสมควร แต่สิ่งที่รู้สึกได้อีกอย่างก็คือ ตอนเช้ามืดวันนั้น น้ำตาของแม่ ไหลหยดลงมาที่แขนของผม ทำให้ผมตกใจตื่นทันที แล้วถามแม่ว่าเป็นอะไร ทำไมถึงร้องไห้

เขาก็บอกว่า ถ้าเลือกได้นะ เขาอยากจะเป็นแทนผมจริงๆ ทำไมต้องเป็นผม เขาน่ะแก่แล้วป่วยหนักก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ผมยังต้องมีการงาน มีชีวิตอีกยาวไกล ผมก็ได้แต่ปลอบเขากลับไปว่า ก็ผ่าตัดแล้วไง เดี๋ยวก็ไม่มีอะไรแล้ว ตอนนี้ผ่าตัดแล้ว ทุกอย่างก็ปกติไม่ใช่เหรอ หมอก็ไม่เห็นว่าอะไรนี่ (ตอบไปแบบแอ๊บแบ๊ว ช่างไม่รู้อะไรบ้างเล้ย)

น้ำตาของแม่นี่เหมือนฝนตกจริงๆนะ ตกลงมาโครมใหญ่ๆด้วย เพราะมันทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่าไอ้อาการที่ผมป่วยเนี่ยมันไม่ธรรมดาซะแล้วสิ..



พายุแห่งความห่วงใย
นับจากวันที่ผมผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย ก็มีญาติสนิทมิตรสหาย ทั้งใกล้ไกล ต่างก็มาเยี่ยมเยียนกันไม่ขาดสาย ทั้ง ญาติฝั่งพ่อ ฝั่งแม่ เพื่อนผม เพื่อนคุณพ่อคุณแม่ เพื่อนน้อง ลูกค้า ซัพพลายเออร์ มาเยี่ยมกันจนผมงงว่า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ญาติบางคนผมบอกได้เลยว่า ไม่ได้เจอกันเป็นปีๆ นอกจากมีงานศพหรืองานแต่งงาน ถึงจะมีโอกาสได้เจอกัน แต่ปรากฏว่าเขาพากันนั่งรถกันมาหาผมถึงโรงพยาบาล ความรู้สึกจริงๆผมดีใจมากๆ เพราะว่าแกเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นผมวิ่งเล่นอยู่ในบ้านมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย แกบอกว่า "ยังไงก็ต้องมา ไม่มาได้ยังไงกัน ฉันเลี้ยงของฉันมาตั้งแต่เด็ก" ผมได้ฟังแล้ว เหมือนกับว่าน้ำตามันจะไหล รู้สึกดีมากๆ ไม่เคยคิดเหมือนกันว่า ตัวผมมีความสำคัญมากขนาดนี้..

แต่คนที่มาเยี่ยมเยอะเท่าไร ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า การป่วยของผม มันไม่น่าจะจบแค่การผ่าตัดครั้งนี้ ความห่วงใยที่ถาโถมเข้ามา มันพัดให้หัวใจผมมันว้าวุ่น สับสนไปหมด จนบางครั้งก็ถึงกับทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน


สายฟ้าที่ฟาดลงมาท่ามกลางพายุ
ระหว่างที่ผมพักฟื้นในโรงพยาบาล ก็จะมีนักศึกษาแพทย์หมุนเวียนกันมาดูแลผม และก็จะมีอาจารย์มาคอยให้ความรู้แก่นักศึกษาเหล่านี้ ระหว่างที่ผมอยู่ท่ามกลางนักศึกษาแพทย์ที่รวมตัวกันที่ปลายเตียง ผมก็ไม่ได้สนใจมากนัก แต่หูก็ฟังอยู่ตลอด ตามประสาคนอยากรู้อยากเห็นว่าหมอเขาคุยอะไรกัน ผมก็นอนฟังไปเพลินๆ จนผมได้ยินคำว่า "Tumor" "Aggressive" "Chemo" ผมก็สะดุ้งและเหมือนจะหยุดหายใจ เพราะว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมได้รับรู้ว่ามันมีอะไรผิดปกติ แต่ไม่คิดว่ามันจะถึงขนาดนี้

แต่...ผมก็ยังหายใจต่อไป เพราะว่าหมอสวยๆหล่อๆล้อมอยู่เยอะ เดี๋ยวจะเสียฟอร์มหมด หลังจากที่คุณหมอเดินไปพร้อมกับเสียงที่ก้องในหัวผมว่า "Chemo Chemo Chemo..." ผมก็คว้าโทรศัพท์มาแล้วโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอทันที โดยเล่าให้ฟังว่าผมได้ยินมาว่าอย่างนี้ มันหมายความว่าอย่างไร เพื่อนผมเองก็ลำบากใจล่ะนะ แต่เขาก็บอกว่า ยังไงรอถามคุณหมอเจ้าของไข้ด้วยตัวเองเลยดีกว่า

ตอนสายๆของวันนั้นผมก็เลยขอปรึกษากับคุณหมอที่ดูแลผมในแผนกนั้นว่า พอจะมีเวลาไหม จะขอรบกวนถามอะไรหน่อย แล้วก็เลยทำหน้าตายถามไปว่า อืมอาการผมตอนนี้นี่คงจะต้องทำคีโมใช่ไหมครับแล้วมันเป็นยังไงครับ (หลอกถามหมอด้วย คนไข้เจ้าเล่ห์เนาะ) คุณหมอก็น่ารักมาก..อธิบายให้ผมฟังคร่าวๆ ว่าคีโมคืออะไร แล้วมันจะมีผลอะไรบ้าง ผมก็เลยมั่นใจแล้ว ว่าสิ่งที่ผมกำลังเผชิญคืออะไร..

วันนั้นผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าได้ คนที่มาเยี่ยมก็พูดว่า หน้าตาสดใส เดี๋ยวก็หายแล้ว ดูไม่ป่วยเลยนะ แต่เขาไม่รู้หรอกว่า ตอนนี้ผมเริ่มจะร้อนใจนิดนิดแล้ว ว่าผมอ่ะไม่ได้ป่วยแค่เป็นเนื้องอกธรรมดา แต่ทำไม้ ทำไมนะ ไม่มีใครยอมบอกผม..

และในคืนนั้นเอง ด้วยความงอแงของผม ก็เลยโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทของผม เพื่อถามว่า "จริงๆแล้วผมเป็น มะเร็งใช่ไหม"
เขาก็ตัดใจบอกผมว่า หลังจากที่ผ่าตัดน่ะ หมอบอกว่า เห็นปุ่มๆ ด้านหลังลำไส้ที่มันดูแล้วน่าสงสัย ก็เลยเก็บชิ้นเนื้อไปตรวจเพิ่มเติม
แต่ผลมันยังไม่ออกมาชัดเจน แค่สงสัยเฉยๆ ผมก็เลยรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อยพร้อมปลอบใจตัวเองว่าว่าคงไม่มีอะไรเลวร้ายหรอกน่า..

ผมจดจ่ออยู่กับผลของการตรวจชิ้นเนื้อนี้มาก แต่ก็ไม่ถึงกับวิตกจริตนะครับ ยังระรื่นอยู่ แต่บอกตรงๆเลยว่า กลัวและไม่อยากทำคีโมเอาเสียเลย
เพราะได้ยินกิตติศัพท์ของการทำคีโมมาว่า มันน่ากลัวเพียงใด ผมก็จะปลอบตัวเองเสมอว่า เอาน่าเดี๋ยวนี้ยามันดีขึ้นแล้ว สมัยใหม่แล้ว
คงไม่น่ากลัวเหมือนสมัยก่อน แถมยังไม่รู้ด้วยว่าต้องทำหรือเปล่า อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนมะเร็งเลย


กว่าจะรู้(เดียงสา)
ก่อนจะกลับบ้าน คุณหมอเข้ามาคุยกับผมว่า อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว แต่ว่าหลังจากนี้ ต้องให้เคมีบำบัดต่อเพราะว่ามะเร็งผมมันกระจาย ทำให้ยังมีเหลืออยู่นิดหน่อย อารมณ์นั้นผมดีใจจะได้กลับบ้าน จึงไม่ได้สนใจมากนัก เพราะว่ายังไงก็รู้แล้วว่าเป็นมะเร็ง มัวแต่ดีใจรีบเปลี่ยนชุดเก็บของเตรียมกลับบ้านอย่างเดียวเลย คิดแค่ว่า ตอนนี้ขอกลับบ้านก่อนล่ะ คีมงคีโม อะไรไว้จะทำแล้วค่อยว่ากัน ก่อนกลับคุณหมอก็ได้อธิบายว่า แผลผ่าตัดจะดีขึ้นประมาณ 1 อาทิตย์หลังผ่าตัด แผลภายนอกจะปิดสนิท ส่วนแผลด้านในกว่ากล้ามเนื้อจะแข็งแรง ก็ประมาณ 2-3 เดือนหลังการผ่าตัด ส่วนเรื่องอาหาร เขาขอให้ทานพวก ไข่ ผัก ผลไม้ มากๆ เพราะว่าต้องบำรุงร่างกายให้แข็งแรงพร้อมที่จะทำคีโมต่อไป

หลังจากกลับบ้านมา ก็รุ้สึกดีขึ้นมาก กับสภาพแวดล้อมของบ้าน ที่ยังไงก็คือบ้าน รู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ และสบายกายที่ได้พักผ่อน
แต่ก็มีหลายครั้ง ที่นั่งถามกับตัวเองว่า "ตกลงเราเป็นมะเร็งหรือเนี่ย เราฝันไปหรือเปล่า?"
"คีโมมันจะทรมาณมากไหมนะ หรือว่า มันจะชิลๆ" คำถามพวกนี้ ซ้ำไปซ้ำมา จนบางวันก็ออกอาการ ซึม และ เศร้าขึ้นมาได้เหมือนกัน
หลายครั้งที่รู้สึกกลัว จิตตก แต่ก็จะพยายามดูหนังฟังเพลง เล่นเน็ท คุยกับเพื่อนให้กลับมาสบายใจให้มากที่สุด

ตอนนี้เลยได้แต่บอกตัวเองว่า ต้องยอมรับมันให้ได้ มีผู้ป่วย บางท่านที่เป็นมะเร็งก็บอกผมว่า
ระลึกไว้เสมอนะ ต้องอยู่กับความเป็นจริง แล้วจิตใจเราจะไม่ว้าวุ่น เราต้องทำให้ดีที่สุด
แต่หลายครั้งก็อดหวั่นไม่ได้ มันไม่เหมือนรอฟังผลสอบนะ สอบได้สอบตก มันไม่เกี่ยวกับความเป็นความตายนี่นะ เฮ้อ!




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
AnnieLove วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Annielove

สู้นะคะ ไม่แน่เหมือนกันว่าถ้าเจอเองจะรับได้มากน้อยแค่ไหน

แต่ขอให้คุณสู้คะ ตามอ่านตั้งแต่ตอนแรกเลยคะ เขียนได้ดีมากนะคะ

เขียนดีอย่างนี้ รวมเป็นเล่มขาย จะได้มีเงินค่าลิขสิทธิ์ไว้ให้แม่ที่รักคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
plsforgiveme วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 09.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plsforgiveme
@#@# อ ย า ก ม า ก ทุ ก ข์ ม า ก #@#@

สอบตกก็สอบใหม่ค่ะ ....

ดิฉันจะไม่ยอมตายตอนนี้หรอก ลูกเพิ่ง 3 ขวบ ตายได้ไง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 25/08/2008 เวลา : 16.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

มาติดตามผลคะ

และให้กำลังใจเช่นเคย


ทาเคชิ นายต้องสู้ สู้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
veerin วันที่ : 25/08/2008 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin


เอากำลังใจมาฝากค่ะ..อย่าท้อนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
veerin วันที่ : 25/08/2008 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

อ่านด้วยความเข้าใจและเห็นใจค่ะ..

ให้กำลังใจนะคะ..ขอให้หายไวๆค่ะ..

มีพี่ๆเคยให้คีโมหลายคนค่ะ..เดี๋ยวก็หายเป็นปกติค่ะ
จะทรมานตอนให้แค่แป๊บเดียวเท่านั้นเอง

สู้สู้ค่ะ...ชิลๆเนาะ

ทานชีวจิตด้วยนะคะ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ถ้าคุณทราบว่า ชีวิตคุณเป็นโรคมะเร็ง เหลือเวลาอีกไม่นาน..คุณจะทำอย่างไร
ดูแลตัวเองอย่างแนวทางธรรมชาติบำบัดหรือชีวจิต
3 คน
รักษาตัวตามแนวแพทย์แผนปัจจุบัน
17 คน
รักษาตัวแบบแพทย์ทางเลือก เช่น สมุนไพร
1 คน
ไม่รับการรักษาเพิ่มเติม อยู่อย่างสงบ
1 คน

  โหวต 22 คน