• sopon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaiappraisal@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 624
  • จำนวนผู้ชม : 139629
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
อสังหาฯและCSR
สวัสดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jantira
วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561
Posted by sopon , ผู้อ่าน : 450 , 16:59:09 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปรากฏการณ์สุดประหลาด นักท่องเที่ยวเพิ่ม แต่เศรษฐกิจทรุด ไม่ได้เป็นไปตามราคาคุยของทางราชการ ความเห็นจากผู้ค้าที่วัดอรุณ ท่าเตียน ท่าช้าง และถนนข้าวสาร
เมื่อเช้าวันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ดร.โสภณ พรโชคชัย และคณะได้ออกสำรวจความคิดเห็นของผู้ค้าแผงรายย่อย และรถสามล้อรับจ้างในบริเวณวัดอรุณราชวราราม ท่าเตียนแถววัดโพธิ์ ท่าช้างแถวพระบรมมหาราชวัง และถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจไปท่องเที่ยวมากที่สุด ในแต่ละบริเวณมีร้านค้า แผงลอยและผู้ประกอกการอยู่ราว 150-200 ราย โดย ดร.โสภณและคณะสำรวจแห่งละประมาณ 32 รายหรือราว 20% ของผู้ค้าทั้งหมด
ผลการสำรวจเบื้องต้นเป็นดังนี้:
1. ที่บริเวณวัดอรุณราชวราราม ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเนื่องจาก พระปรางค์วัดอรุณเพิ่งบูรณะเสร็จ และเรือด่วนผ่าน (จากแต่เดิมผ่านเฉพาะท่าเตียน และปัจจุบันไม่มีท่าเรือด่วนทีท่าเตี่ยนแล้ว) โดยมีนักท่องเที่ยวเพิ่มจากเดิมประมาณ 4.4% โดยประมาณ รายได้จากการขายก็ดีกว่าเดิมเล็กน้อย ทั้งนี้โดยถือว่าการขายในปี 2560 เท่ากับ 100% ปีนี้เพิ่มขึ้น 0.6% อย่างไรก็ตามผู้ค้าเห็นว่าเศรษฐกิจตกต่ำลงกว่าปี 2560 จาก 100% เหลือ 98.1% และคาดว่าปี 2562 เศรษฐกิจยังจะตกต่ำลงไปอีกเหลือเพียง 97% จาก 100% ในปี 2560
2. ที่บริเวณท่าเตียน วัดโพธิ์ ซึ่งปัจจุบันไม่มีเรือด่วนผ่านแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ โดยนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.6% ต่ำกว่าที่วัดอรุณราชวราราม ส่วนรายได้จากการขายสินค้า กลับลดลงจาก 100% ในต้นปี 2560 เหลือ 96.6% ในต้นปี 2561 ผู้ค้าประเมินภาวะเศรษฐกิจจาก 100% ณ ต้นปี 2560 เหลือ 96.4% ในปี 2561 และคาดว่าจะตกลงเหลือ 91.4% ในปี 2562
3. บริเวณท่าช้างใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ก็เป็นอีกจุดที่มีนักท่องเที่ยวหนาตาเป็นพิเศษ ปรากฏว่าผู้ค้าเห็นว่านักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าต้นปี 2560 ถึง 7.2% แต่รายได้ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น คือเป็นเพียง 98.1% ของรายได้ในช่วงต้นปี 2560 ในด้านภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ผู้ค้าและสามล้อประจำย่านนั้นก็มองว่า ยังตกต่ำกว่าปี 2560 คือในปีนี้เหลือเพียง 96.6% และในปี 2560 น่าจะเหลือ 93.4%
4. ในบริเวณถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นเช่นกัน แต่ในสายตาของผู้ค้าและสามล้อในพื้นที่กลับมองว่านักท่องเที่ยวลดลง ผู้เข้าพักก็ลดลงกว่าแต่ก่อน เหลือเพียง 96.8% ของปี 2560 รายได้จากการขายสินค้าก็ลดลงเหลือเพียง 93.2% ซึ่งถือว่าลดลงมากที่สุดใน 4 บริเวณนี้ ส่วนเศรษฐกิจ ผู้ค้าในย่านถนนข้าวสารประเมินไว้ต่ำสุดคือ 95.8% และคาดว่าในปี 2562 เศรษฐกิจน่าจะลงต่ออีกเล็กน้อย เหลือ 91.3%
5. โดยสรุปทั้ง 4 บริเวณพบว่า นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจริง คือประมาณ 2.5% จากต้นปี 2560 แต่รายได้ลดลงเหลือ 97.2% ซึ่งแม้ไม่ได้ลดลงมาก แต่ไม่ได้เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของชาติก็ดูตกต่ำลงจาก 100% เหลือ 96.7% เท่านั้น และที่สำคัญในปี 2562 คาดว่ายังจะลงต่อไปเหลือ 93.3%
สาเหตุที่นักท่องเที่ยวเพิ่ม แต่ขายสินค้าได้น้อยลงก็เพราะ นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพจากยุโรปมาลดลง เนื่องจากผลของรัฐประหารส่วนหนึ่ง ลูกค้าที่มามากก็คือชาวจีนซึ่งมักมาเป็นหมู่คณะ ไม่ได้ซื้อสินค้าอะไรมากนัก มาเดินมากกว่า ลูกค้าต่างชาติที่มา ยังต่อรองราคาอย่างสุดจะน่าเกลียด เช่น สินค้าราคา 100 บาท ต่อครึ่งราคา หรือต่อเหลือ 30 บาทบ้าง แม่ค้าบางรายถึงกับระบุว่าชาวพม่าที่มาทำงานในประเทศไทย แล้วแวะมาเที่ยว ยังมีกำลังซื้อมากกว่านักท่องเที่ยวเสียอีก และไม่ต่อรองราคาครึ่งต่อครึ่งเช่นนี้ นอกจากนั้น ยังอาจเป็นเพราะมีผู้ค้ามากยิ่งขึ้นอีกด้วย ผู้ค้าหลายรายโดยเฉพาะที่ถนนข้าวสารก็เจ๊งไปหลายร้าน โรงแรมก็ไม่เต็มเช่นเมื่อหลายปีก่อนรัฐประหาร
โดยนัยนี้ที่ทางราชการประกาศว่านักท่องเที่ยวมาไทยมากขึ้น แต่กำลังซื้อจำกัด และคุณภาพของนักท่องเที่ยวก็ไม่เหมือนเดิม ยิ่งกว่านั้น เศรษฐกิจที่ทางราชการบอกว่าดีขึ้น แม้แต่แม่ค้าในย่านท่องเที่ยวยังเห็นว่าไม่ดี แต่ภาวะเศรษฐกิจแม่ค้าในพื้นที่ท่องเที่ยวยังดีกว่าแม่ค้าทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ภาวะเศรษฐกิจของประชาชนทั่วไป จึงตกต่ำลงกว่าแต่ก่อน
รัฐบาลจึงควรเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ดีด้วยการ "ให้เบ็ด" แบบ "ประชานิยม" ของรัฐบาลก่อนๆ มากกว่าการ "ให้ปลา" แจกเงินแบบ "ประชารัฐ" ของรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนมีอิสรภาพทางการเงิน สามารถที่จะพัฒนาตนเองให้พ้นจากความยากจนได้
ดูวิดิโอ fb Live ได้ที่ลิงค์นี้: https://goo.gl/XPj1CV
ที่มา: https://goo.gl/qnscHx





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน