• sopon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaiappraisal@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 731
  • จำนวนผู้ชม : 161506
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
อสังหาฯและCSR
สวัสดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jantira
วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม 2562
Posted by sopon , ผู้อ่าน : 243 , 17:15:23 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ฟองสบู่อสังหาฯ ปี 61 เปิดกระฉูด 569,819 ล้านบาท เพิ่ม 29%

 ในปี 2561 คาดว่าเปิดโครงการที่อยู่อาศัยรวม 448 โครงการ จำนวน 126,167 หน่วย รวมมูลค่าถึง  569,819 ล้านบาท ตีฟองสบู่ สวนกระแสเศรษฐกิจทรุดได้อย่างไร

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) เปิดเผยว่า จากการสำรวจข้อมูลภาคสนามรายเดือน พบว่า ในรอบ 12 เดือนของปี 2561 ที่ผ่านมา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีการเปิดตัวโครงการทั้งหมด 427 โครงการ รวม 120,159 หน่วย และรวมูลค่าได้  542,685 ล้านบาท โดยทั้งนี้ราคาเฉลี่ยสูงถึง 4.516 ล้านบาทต่อหน่วย ทั้งนี้รวมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว ห้องชุดและที่ดินจัดสรรเพื่อการอยู่อาศัยแล้ว

            อย่างไรก็ตามจำนวนโครงการที่เปิดจริง อาจมากกว่านี้ประมาณ 5-10% ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลฯ กำลังจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมรายไตรมาสเพื่อรวมโครงการตกหล่นอีกครั้งหนึ่ง แต่ในเบื้องต้นคาดการณ์ว่า ในปี 2561 จะมีโครงการรวม 448 โครงการ จำนวน 126,167 หน่วย รวมมูลค่าถึง  569,819 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการเติบโตมากกว่าปี 2560 เป็นอันมาก โดยมีโครงการเกิดเพิ่มในปี 2561 เมื่อเทียบกับปี 2560 อยู่ 9% จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 10% และที่สำคัญ มูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 29% ทั้งนี้ราคาขายต่อหน่วยก็เพิ่มขึ้นถึง 17%

         การที่โครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดเช่นนี้แสดงว่าได้เกิดฟองสบู่ขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว แต่ใช่ว่าฟองสบู่จะแตก ฟองสบู่ยังไม่แตกในเวลานี้ และตามปกติ น่าจะเติบโตต่อเนื่องและแตกในปี 2-3 ปีข้างหน้า หรือในปี 2564-5 นั่นเอง ดร.โสภณ กล่าวว่า การปฏิเสธว่าไม่มีฟองสบู่เท่ากับเป็นการ "ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ" โดยไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น หรือไม่ยอมรับอย่างเปิดเผย กลัวทำให้การขายสะดุด  แต่อาจมีบางส่วนเกิดความประมาทซึ่งอาจนำไปสู่การพากันลงเหวได้

            แม้ปกติฟองสบู่จะแตกในอีก 3-4 ปีต่อมา แต่ฟองสบู่ขนาดย่อมๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2561 นี้ อาจแตกเร็วกว่ากำหนดก็เป็นไปได้ ที่อาจเป็นเช่นนี้ก็เพราะอุปสงค์สำคัญของคนซื้อที่อยู่อาศัยทุกวันนี้คือผู้มีรายได้สูง ข้าราชการ ชาวต่างชาติโดยเฉพาะคนจีนที่มาเก็งกำไรและซื้อบ้านในประเทศไทยเป็นหลังที่สอง  หากเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน และจีนต้องดึงเงินกลับประเทศ เช่น กรณีวิกฤติของรัสเซียและญี่ปุ่นในอดีต ก็อาจทำให้ฟองสบู่แตกในปี 2562 ได้

            จะสังเกตได้ว่า ราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยต่อหน่วยในปี 2561 เพิ่มขึ้นจาก 3.858 ล้านบาทในปี 2560 เป็น 4.516 ล้านบาทในปี 2561หรือเพิ่มขึ้น 17% นั้น แสดงว่าตลาดที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นสู่ระดับบน ทั้งนี้เพราะในระดับล่าง หรือสำหรับประชาชนทั่วไปนั้น มีความสามารถในการซื้อที่จำกัด  แสดงชัดว่าเศรษฐกิจไม่ได้ดีดังที่โฆษณาไว้ ภาวะเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่ไม่ดีเท่าที่ควร เข้าทำนอง "รวยกระจุก จนกระจาย" กลุ่มที่ยังสามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ก็มักเป็นกลุ่มข้าราชการ หรือผู้มีรายได้สูง ทำให้ราคาบ้านที่เสนอขายโดยเฉลี่ยสูงขึ้น

            การที่ราคาที่อยู่อาศัยโดยเฉลี่ยสูงขึ้น หากเป็นโครงการที่ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และหากโครงการราคาแพงเกิดปัญหาการโอน ก็อาจส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินได้ จะเห็นได้ว่าในทุกวันนี้มีการขายที่อยู่อาศัยให้กับชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ราคาบ้านสูงขึ้นตามลำดับ นอกเหนือจากที่สูงขึ้นเพราะกำลังซื้อของผู้ซื้อบ้านระดับบน ด้วยเหตุนี้ หากชาวต่างชาติที่มาซื้อบ้านและส่วนใหญ่เป็นชาวจีนเกิดหยุดหรือชะลอการโอนลง ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจได้เช่นกัน

            ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิดกับการสัมมนาสำหรับผู้บริหาร "ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัย พ.ศ.2562 และแนวโน้ม" ในวันพุธที่ 23 มกราคม 2561 ณ โรงแรมแกรนด์อโนมา กรุงเทพมหานคร โปรดจองนี่นั่งและดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.trebs.ac.th/th/detail.php?id=15

 

 

 
 
 
 
ดูข่าวที่เกี่ยวข้อง
 ฟองสบู่อสังหาฯ ปี 61 เปิดกระฉูด 569,819 ล้านบาท เพิ่ม 29%
ฟองสบู่อสังหาฯ ปี 61 เปิดกระฉูด 569,819 ล้านบาท เพิ่ม 29%

วันที่ 11 มกราคม 2562

อ่าน 187
 
 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน