• sopon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaiappraisal@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 1243
  • จำนวนผู้ชม : 254852
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
อสังหาฯและCSR
สวัสดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jantira
วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม 2562
Posted by sopon , ผู้อ่าน : 324 , 14:32:32 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

           การคาดการณ์ใหม่ออกแล้ว  ปี 2562 ทั้งปี มูลค่าตลาดที่อยู่อาศัยเปิดใหม่จะหดตัวถึง 23% ในแง่มูลค่า และ 13% ในแง่จำนวนหน่วย  ตลาดต้องเร่งปรับตัวด่วน

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอเตท แอฟแฟร์ส ได้ประมวลผลการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในไตรมาสที่ 3/2562 แล้ว และได้ทำการประมาณการการเปิดตัวทั้งปี 2562 เพื่อเทียบกับปีอื่นๆ โดยแสดงทั้งจำนวนหน่วยขาย และมูลค่าการพัฒนาในรอบปีนับตั้งแต่ปี 2537 ที่เริ่มตั้งศูนย์ข้อมูลฯ จนถึงปี 2562

            ในช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ข้อมูลฯ ได้สำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่ทุกเดือน และสำรวจภาวการณ์ขายของโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครรายครึ่งปีทุกปี เพื่อติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด และรายงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประกอบการวางแผน โดยเฉพาะต่อนักพัฒนาที่ดินจะได้ไม่พัฒนามากหรือน้อยจนเกินไป ต่อสถาบันการเงินที่อำนวยสินเชื่อ เพื่อให้สถานะของสถาบันเหล่านี้มีความมั่นคง ต่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการออกมาตรการและแผนในการจัดการพัฒนาเศรษฐกิจด้านอสังหาริมทรัพย์

            ดร.โสภณคาดการณ์ว่าในปี 2562 นี้ จะมีโครงการเปิดใหม่ ผลิตหน่วยขายใหม่ๆ ออกมาอีก 109,336 หน่วย ซึ่งน้อยกว่าการเปิดตัวในปี 2561 ที่ 125,118 หน่วยอยู่ราว 13% หรือลดลงหนึ่งในแปด ทั้งนี้เป็นผลจากการสำรวจโครงการเปิดใหม่ทั่วเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  หากพิจารณาในแง่มูลค่าจะพบว่าในปี 2562 นี้จะมีโครงการเปิดใหม่ เปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่ในมูลค่าประมาณ 438,373 ล้านบาท หรือลดลงกว่าปี 2561 ถึง 23% ซึ่งถือว่าลดลงไปถึงราวหนึ่งในสี่เลยทีเดียว

           ในแง่หนึ่งการปรับตัวลดลงนี้แสดงว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์หดตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงเมื่อเทียบกับปีก่อน  อาจกล่าวได้ว่าอสังหาริมทรัพย์มักจะเปลี่ยนแปลงไปตามภาวะขึ้นลงทางเศรษฐกิจ  แต่ในอีกแง่หนึ่ง การปรับตัวลดลงของโครงการใหม่นี้เป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดฟองสบู่  เมื่อไม่เกิดฟองสบู่ ก็ย่อมไม่มีภาวะ “ฟองสบู่แตก” ตามมาอย่างที่วิตกกังวลไว้  ดร.โสภณเคยเตือนเรื่องภาวะฟองสบู่มาในปี 2561 ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการปิดตัวโครงการต่างๆ ลง ลดความสุ่มเสี่ยงของตลาดที่อยู่อาศัย

            จากการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Gross Domestic Product หรือ GDP) ในปี 2563 จะเป็นประมาณ 3.3% มากกว่าปี 2562 ที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.9% แต่ก็ยังต่ำกว่าปี 2561 ที่ 4.1% (https://bit.ly/2oYN2JB)  ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย จะปรับตัวดีขึ้นในปี 2563 หรือกล่าวได้ว่าในปีหน้าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะดีขึ้น แต่ก็คงเติบโตไม่โดดเด่นมากนัก

            ผลการสำรวจภาคสนามของศูนย์ข้อมูลฯ พบว่า บริษัทมหาชนขนาดใหญ่หลายแห่งกำลัง “ซุ่ม” จะเปิดตัวโครงการต่างๆ ที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว  เพียงแต่ในจังหวะเวลาปัจจุบันยังไม่เหมาะสมกับการเปิดตัว จึงยังชะลอตัวอยู่  จำนวนโครงการที่รอเปิดตัวในปี 2563 ยังมีอีกถึง 300 โครงการ  ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น ก็จะทำให้การเปิดตัวมีมากขึ้น  ถ้ามีการเปิดตัวกันอย่างขนานใหญ่ตามที่วางแผนไว้  บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ในฐานะแชมป์เปิดตัวสูงสุดมานับสิบปี (ยกเว้นปี 2562 นี้) ก็คงได้กลับมาทวงแชมป์คืนในเร็ววันนี้

            อย่างไรก็ตามที่คาดว่าปี 2563 จะมีการเปิดตัวโครงการมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นกว่าปี 2562 นั้น ผู้เกี่ยวข้องพึงพิจารณาถึงภาวะ “รวยกระจุก จนกระจาย” ด้วย เพราะแม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะดูดีขึ้น  แต่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอาจยังมีอยู่มากและอาจมากขึ้น  ในปัจจุบัน บ้านราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท เกิดขึ้นน้อยมาก และขายได้น้อยมาก เพราะผู้มีรายได้น้อยหรือรายได้ปานกลางค่อนข้างน้อยมีความสามารถในการซื้อ (Affordability) ลดลงนั่นเอง  สินค้าราคาแพงกลับขายดีกว่าสินค้าราคาถูกเสียอีก

            สำหรับสินค้าที่น่าจะได้รับความนิยมและมีการเปิดตัวมากเป็นพิเศษในปี 2563 น่าจะเป็นห้องชุดพักอาศัย ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยแนวราบ  ดร.โสภณคาดการณ์ว่าตลาดอาคารชุดจะมีขนาดประมาณ 60% ของทั้งตลาดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  และกลุ่มใหญ่ที่สุดจะเป็นห้องชุดที่ขายในราคาประมาณ 3-5 ล้านบาทเป็นสำคัญ เพราะเป็นกลุ่มที่มีผู้มีกำลังซื้ออยู่จริง ในขณะที่สินค้าห้องชุดที่ขายในราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทคงเกิดแทบไม่ได้ จะเป็นสินค้าห้องชุดในกลุ่ม 1-2 ล้านบาทเป็นกลุ่มใหญ่อันดับที่สอง  ส่วนทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวก็ยังเปิดตัวตามสมควรแต่ไม่มากนัก

 

ที่มา https://bit.ly/2WqFmvR




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน