• sopon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaiappraisal@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 1130
  • จำนวนผู้ชม : 225958
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
อสังหาฯและCSR
สวัสดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jantira
วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน 2562
Posted by sopon , ผู้อ่าน : 198 , 16:19:42 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส sopon@area.co.th 

            ดร.โสภณค้านแหลกโครงการสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ว่าเป็นมาตรการผิดๆ หวังเพียงช่วยส่งเสริมการระบายสินค้าของบริษัทรายใหญ่

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวถึงโครงการ “บ้านดีมีดาวน์” สนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) ว่าเป็นมาตรการอีกอย่างหนึ่งที่จะไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน  สำหรับโครงการนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการ

            มาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย “บ้านดีมีดาวน์” มีรายละเอียดดังนี้: {1}

            1) วัตถุประสงค์ : เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้ปานกลางและอยู่ในระบบฐานภาษีของกรมสรรพากรมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) รวมถึงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ และลดภาระของประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

            2) กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนทั่วไปที่มีความต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองโดยมุ่งเน้นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือ ไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี และเป็นผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีอากรของกรมสรรพากร จำนวน 100,000 ราย

            3) ประเภทที่อยู่อาศัย : ที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว ห้องชุด และอาคารพาณิชย์ สำหรับที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จแล้ว ทั้งนี้ ไม่รวมที่อยู่อาศัยมือสองและทรัพย์สินรอการขาย (Non-Performing Assets: NPA) ของสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ และไม่รวมทรัพย์รอการขายของกรมบังคับคดี

 

       4) วิธีดำเนินโครงการ : ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องเป็นผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีของกรมสรรพากร และมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี และผ่านเกณฑ์ตามแนวทางที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งจะได้รับสิทธิผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดย ธอส. จะโอนเงิน จำนวน 50,000 บาท เข้าบัญชีของผู้ได้รับสิทธิ เพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back)

            5) งบประมาณ : ธอส. ขอรับจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ธอส. จะทำความตกลงกับสำนักงบประมาณในรายละเอียดต่อไป

            สำหรับข้อวิพากษ์ของ ดร.โสภณ ที่ชี้ว่ามาตรการนี้เป็นการคิดแบบผิดๆ ได้แก่:

            1. การช่วยผู้ซื้อบ้านที่มีรายได้ถึงเดือนละ 100,000 บาทนั้น ไม่ได้เป็นการช่วยผู้มีรายได้น้อย  ในขณะนี้ผู้ซื้อบ้านในปัจจุบันก็คือผู้มีรายได้ปานกลางและค่อนข้างสูงเป็นหลัก ผู้มีรายได้น้อยมีรายได้ลดลงหรือต่ำมาก ไม่สามารถซื้อบ้านได้ จะเห็นได้ว่าที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผลิตน้อยลงมากเพราะผู้ซื้อขาดกำลังซื้อ

            2. การไม่กำหนดวงเงินราคาบ้านเท่ากับเป็นการเอื้อครัวเรือนผู้มีรายได้สูงที่มีความสามารถในการซื้ออยู่แล้ว แต่กลับไปช่วยเหลือพวกเขา

            3. มาตรการนี้เอื้อประโยชน์เฉพาะผู้ซื้อบ้านในโครงการจัดสรรเป็นหลัก ไม่เอื้อให้ประชาชนซื้อขายบ้านกันเอง บ้านมือสองที่ประชาชนซื้อขายกันเอง ไม่ได้ประโยชน์ด้วย ข้อนี้เป็นการคิดที่ผิดมหันต์  การที่ชาวบ้านซื้อบ้านกันเองได้ จะทำให้สามารถนำเงินไปใช้หนี้ ลงทุน ฯลฯ ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนโดยตรงกว่าการผ่านผู้ประกอบการ

            4. การที่โฆษณาว่า “บ้านดีมีดาวน์” นั้นเป็นการบิดเบือนความจริง ปกติผู้ที่ขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน ก็คงวางเงินดาวน์จนครบแล้ว รอผ่อนธนาคารเท่านั้น  การที่ยังโอนเงินไปให้อีกทั้งที่ลูกค้าผ่อนดาวน์หมดแล้ว ก็เพียงให้เงินแก่ลูกค้านำไปใช้สอยฟรีๆ โดยไม่ใช่กลุ่มประชาชนที่ยากจนที่จำเป็นต้องช่วยเหลือแต่อย่างใด

            ภาวะขณะนี้ตลาดที่อยู่อาศัยไม่ได้วิกฤติจนน่าวิตกว่าจะพังครืนลงมา  มาตรการนี้จึงไม่ได้ช่วยผู้ที่จำเป็นต้องให้การช่วยเหลือ แต่เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อการระบายสินค้าที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายใหญ่ๆ ในตลาดหลักทรัพย์มากกว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป  มาตรการเช่นนี้จึงเป็นนโยบายที่ผิดพลาด ไม่ควรดำเนินการ
 

อ้างอิง

{1} ตามมติคณะรัฐมนตรี 26 พฤศจิกายน 2562 ข้อที่ 15 มาตรการที่ 4 https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/24831

ที่มา : https://bit.ly/2DgLqhE




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน