• sopon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaiappraisal@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 1184
  • จำนวนผู้ชม : 233890
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
อสังหาฯและCSR
สวัสดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jantira
วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by sopon , ผู้อ่าน : 326 , 17:20:16 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ต่างชาติซื้อห้องชุดลดลง ทำไงดี
  AREA แถลง ฉบับที่ 121/2563: วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563

 

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
 sopon@area.co.th 

            ในรอบ 1 ปี (2562) ต่างชาติซื้อห้องชุดลดลงถึง 27% หรือลดลงไปถึง 2,413 หน่วย มีซื้อจริงเพียง 6,557 หน่วย ทำไงดี

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์
เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) พบว่าในปี 2562 มีการขายห้องชุดทั้งหมด 54,303 หน่วย จากที่อยู่อาศัยที่ขายได้ทั้งหมด 99,862 หน่วย หรือเท่ากับ 54% ของที่อยู่อาศัยที่ขายได้ทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ที่เหลือเป็นที่อยู่อาศัยประเภทอื่น  ห้องชุดเหล่านี้มีมูลค่ารวม 209,254 ล้านบาท ห้องชุดเป็นที่อยู่อาศัยที่นักลงทุนชาวต่างประเทศสนใจซื้อมากที่สุดเพราะสามารถซื้อได้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างน้อย 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในโครงการอาคารชุดหนึ่งๆ

            ผลการสำรวจพบว่าห้องชุดที่ซื้อโดยชาวต่างชาติในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในปี 2562 มีอยู่ 6,557 หน่วย หรือประมาณ 12% ของห้องชุดที่ขายได้ทั้งหมด  โดยมีมูลค่ารวม 30,516 ล้านบาทที่ซื้อโดยชาวต่างชาติ หรือประมาณ 15% ของมูลค่าห้องชุดที่ขายได้ในปี 2562  โดยเฉลี่ยแล้วชาวต่างชาติซื้อห้องชุดในราคาเฉลี่ย 4.654 ล้านบาท ในขณะที่ราคาเฉลี่ยของห้องชุดทั้งหมดคือ 3.85 ล้านบาท แต่ต่างชาติซื้อในราคาเฉลี่ย 4.65 ล้านบาท และคนไทยซื้อในราคาเฉลี่ย 3.74 ล้านบาท  แสดงชัดว่าคนต่างชาติซื้อห้องชุดในราคาที่สูงกว่าปกติ

            อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบกับปี 2561 ต่างชาติมาซื้อห้องชุดลดลง โดยในปี 2561 มีการซื้อขายห้องชุดกันทั้งหมด 69,352 หน่วย มีต่างชาติซื้อ 8,970 หน่วย หรือ 13%  ส่วนมูลค่าที่ต่างชาติซื้อคือ 51,507 ล้านบาท หรือประมาณ 17%  ของมูลค่าการซื้อขายห้องชุดทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยต่างชาติซื้อในราคาเฉลี่ยที่ 4.65 ล้านบาทเท่ากับที่ซื้อในปี 2562 เลย

            การซื้อขายห้องชุดในเขตกรุงเทพมหานครลดลงจาก 69,352 หน่วยในปี 2561 เหลือ 54,303 หน่วยในปี 2562 เท่ากับลดลงไปถึง 22% การที่ตลาดหดตัวมากขนาดนี้แสดงถึงภาวะที่น่าห่วงใยมากของตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  แต่ปรากฏว่าจำนวนการซื้อของต่างชาติลดลงมากกว่าเสียอีก โดยในปี 2561 มีต่างชาติซื้อห้องชุดไป 8,970 หน่วย แต่ในปี 2562 มีมาซื้อเพียง 6,557 หน่วย  หรือเท่ากับลดลง 27%  ส่วนมูลค่าที่ต่างชาติเคยซื้อในปี 2561  ที่ 51,007 ล้านบาท ก็ลดลงเหลือเพียง 30,516 ล้านบาท หรือลดลงถึง 40%

            อาจกล่าวได้ว่าหากพิจารณาจากอุปทานทั้งหมด ตลาดที่อยู่อาศัยของไทยมีต่างชาติมาซื้อราว 12%-13% ต่อปี ในด้านจำนวนหน่วย หรือ 15%-17% ต่อปีในด้านมูลค่าการพัฒนาทั้งหมด และยังมีนักเก็งกำไรทั้งระยะสั้นและระยะยาวของคนไทยอีกจำนวนหนึ่ง ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าหนึ่งในสามของอุปทานที่อยู่อาศัยถูกดูดซับไปโดยชาวต่างชาติและนักเก็งกำไรชาวไทย  หากไม่มีคนกลุ่มนี้อุปทานที่สร้างขึ้นมาต่อปีที่ประมาณ 110,000 หน่วย อาจเหลือ 75,000 หน่วยที่สร้างให้กับผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงชาวไทยเท่านั้น  โดยนัยนี้การเปิดโครงการใหม่ๆ มากๆ ขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้เกิดฟองสบู่ได้

            อย่างไรก็ตามนักเก็งกำไรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศยังคงมีอยู่ในตลาดที่อยู่อาศัยไทยเพราะ อัตราดอกเบี้ยของไทยค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับในต่างประเทศ ทำให้การเก็งกำไร ได้กำไรดีกว่าการฝากเงินไว้ในธนาคาร  มาตรการต่างๆ ของรัฐที่เกื้อหนุนต่อการซื้อบ้านมือหนึ่งจากผู้ประกอบการพัฒนาที่ดิน ส่งเสริมให้มีการเก็งกำไร และทำให้มีเงินหมุนไปทำธุรกิจอื่นได้ นอกจากนั้นสินค้าห้องชุดของไทย ยังถูกกว่าโดยเปรียบเทียบเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เวียดนามหรือเมียนมา จึงมีผู้สนใจเข้ามาซื้อมากเป็นพิเศษ

            อย่างไรก็ตาม เราก็ควรควบคุมการเก็งกำไรจากต่างประเทศด้วยการมีการกำหนดราคาขั้นต่ำ  และ/หรือกำหนดให้ต่างชาติซื้อได้แต่บ้านมือหนึ่ง เพื่อไม่ให้ราคาที่อยู่อาศัยแพงขึ้นจนคนท้องถิ่นซื้อไม่ได้ หรือใช้มาตรการด้านภาษีในการจัดเก็บการซื้อของคนต่างชาติ เพราะพวกเขามา “ชุบมือเปิบ”  รวมทั้งการมีการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและภาษีมรดกตามมาตรฐานสากล (ภาษีในปัจจุบันช่วยคนรวยให้เสียภาษีน้อยลงเท่านั้น)

            สำหรับกรณีไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น คาดว่าคงส่งผลลบไม่เกินไตรมาสแรกหรืออย่างมากไม่เกินครึ่งแรกของปี 2563 เช่นในกรณีไวรัสซาร์สในปี 2546 ซึ่งไม่ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยและกำลังซื้อในฮ่องกง (ศูนย์กลางของโรคซาร์สในช่วงนั้น) ลดลงแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามไวรัสโคโรนาอาจจะมีผลบวก ทำให้คนต่างชาติมาซื้อกันเพิ่มเติมจากการ “อั้น” ซื้อในช่วงปี 2562-63 ก็ได้  อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าปริมาณการซื้อของต่างชาติคงไม่เกินกว่าปี 2562 ที่ผ่านมา

ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ และเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand information ในเวลาเดียวกัน



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน