• sopon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaiappraisal@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 1242
  • จำนวนผู้ชม : 243354
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
อสังหาฯและCSR
สวัสดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jantira
วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2563
Posted by sopon , ผู้อ่าน : 172 , 16:38:22 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

            แปลกใจไหม ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ ยังมีโครงการที่อยู่อาศัยที่ขายดีและประสบความสำเร็จ ในบางทำเล บางประเภทและบางระดับราคาที่ยังขายดี เป็นแบบอย่างแก่นักพัฒนาที่ดินอื่น
            อันดับ 1 ทำเล H7: บางปู เฉพาะสินค้าประเภท ทาวน์เฮาส์ ณ ระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 100 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายหมดแล้ว รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 230 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 100.0% ที่เป็นเช่นนี้เพราะสินค้ากลุ่มนี้มีราคาไม่แพง และตั้งอยู่ใกล้แหล่งงานและใกล้ตัวเมือง
            อันดับ 2 ทำเล G4: ศรีนครินทร์-อุดมสุข เฉพาะสินค้าประเภท ทาวน์เฮาส์ ณ ระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 158 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 156 หน่วย และเหลืออยู่ 2 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 431 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 98.7% อันดับที่ 2 ก็คล้ายกับ อันดับที่ 1 ที่เป็นสินค้าราคาปานกลางค่อนข้างถูก เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก
            ในทำเลเดียวกันนี้ยังมีทาวน์เฮาส์ ณ ระดับราคาประมาณ 3.001-5.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 355 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 258 หน่วย และเหลืออยู่ 97 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 1,321 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 72.7% สินค้ากลุ่มนี้ (ราคา 3-5 ล้านบาทต่อหน่วย) ก็เป็นที่ต้องการที่แม้จะมีราคาสูงกว่ากลุ่ม 2-3 ล้าน แต่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี เป็นที่ต้องการสูงเช่นกัน
            อันดับ 3 ทำเล I2: ปทุมวัน เฉพาะสินค้าประเภท ห้องชุด ณ ระดับราคาประมาณ 10.001-20.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 21 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 13 หน่วย และเหลืออยู่ 8 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 261 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 61.9% สินค้ากลุ่มนี้แม้มีราคาสูงถึง 10-20 ล้านบาทต่อหน่วย แต่โดยที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเป็นสิ่งค้าที่เป็นที่ต้องการและถือว่า "ขาดตลาด" ในขณะนี้
            ในทำเลเดียวกันนี้ ห้องชุด ณ ระดับราคาประมาณ 5.001-10.000 ล้านบาทต่อหน่วย ว่ามีอยู่ทั้งหมด 83 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 47 หน่วย และเหลืออยู่ 36 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 697 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 56.6% สินค้ากลุ่มนี้ราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับทำเล ก็เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อเช่นกัน แม้ในปัจจุบันกลุ่มที่ซื้อเพื่อการลงทุน จะมีจำนวนลดน้อยลงก็ตาม
            อันดับ 4 ทำเล I4: ยานนาวา-สีลม เฉพาะสินค้าประเภท ห้องชุด ณ ระดับราคาประมาณ 5.001-10.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 28 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 15 หน่วย และเหลืออยู่ 13 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 198 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 53.6% กลุ่มนี้ก็คล้ายกลุ่ม อันดับที่ 5 ที่ขายดีที่สุด เพราะเป็นสินค้าคุณภาพที่ดีเป็นที่ต้องการของลูกค้า และในอนาคต โอกาสจะสร้างสินค้าแบบนี้อาจมีน้อยลงเนื่องจากอุปทานที่ดินลดลง
            อันดับ 5 ทำเล A6: ลำลูกกา เฉพาะสินค้าประเภท ห้องชุด ณ ระดับราคาประมาณ 0.500-1.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 154 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 82 หน่วย และเหลืออยู่ 72 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 151 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 53.2% สินค้ากลุ่มนี้มีราคาถูกเป็นพิเศษคือราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทเท่านั้นจึงได้รับการต้อนรับจากตลาดเป็นอย่างมาก
            อันดับ 6 ทำเล M5: สาย 7 ปิ่นเกล้า เพชรเกษม เฉพาะสินค้าประเภท ห้องชุด ณ ระดับราคาประมาณ 0.500-1.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 237 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 120 หน่วย และเหลืออยู่ 117 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 191 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 50.6% กลุ่มนี้ก็คล้ายกับกลุ่มห้องชุดราคาถูกแถวลำลูกกา (ต่ำกว่า 1 ล้านบาท) ในย่านแหล่งงาน จึงมีผู้ซื้อมากเป็นพิเศษ โอกาสการสร้างสินค้าแบบนี้มีน้อย
            อันดับ 7 ทำเล L3: บางพลัด เฉพาะสินค้าประเภท ห้องชุด ณ ระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 154 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 62 หน่วย และเหลืออยู่ 92 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 374 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 40.3% สินค้ากลุ่มนี้ขายดีเนื่องจากการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ใกล้เสร็จแล้ว และเป็นรถไฟฟ้าสายในเมือง สามารถเชื่อมต่อไปในพื้นที่ต่างๆ ได้ดี
            อันดับ 8 ทำเล B1: ติวานนท์-นวลฉวี เฉพาะสินค้าประเภท ทาวน์เฮาส์ ณ ระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 360 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 139 หน่วย และเหลืออยู่ 221 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 814 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 38.6% กลุ่มทาวน์เฮาส์ย่านชานเมืองที่มีราคา 2-3 ล้านบาท คล้ายแถว บางปู ก็ได้รับการต้อนรับมากเช่นกัน
            อันดับ 9 ทำเล L2: บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ เฉพาะสินค้าประเภท ห้องชุด ณ ระดับราคาประมาณ 2.001-3.000 ล้านบาทต่อหน่วย มีอยู่ทั้งหมด 406 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 146 หน่วย และเหลืออยู่ 260 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 1,031 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 36.0% ในทำนองเดียวกับสินค้าห้องชุด อันดับที่ 10 ซึ่งเป็นห้องชุดราคา 2-3 ล้านบาท ที่อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง และเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วง
            อันดับ 10 ทำเล F4: ลาดพร้าว 91-บางกะปิ เฉพาะสินค้าประเภท ห้องชุด ณ ระดับราคาประมาณ 1.001-2.000 ล้านบาทต่อหน่วย ว่ามีอยู่ทั้งหมด 71 หน่วยที่เปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2563 ขายได้แล้ว 25 หน่วย และเหลืออยู่ 46 หน่วย รวมมูลค่าสินค้ากลุ่มนี้เป็นเงิน 128 ล้านบาท โดยนัยนี้ในแต่ละเดือนสินค้ากลุ่มนี้ขายได้ 35.2% สินค้ากลุ่มที่ 14, 15 และ 16 เป็นสินค้าห้องชุดราคา 1-2 ล้านบาท ซึ่งต่างก็สามารถขายได้ประมาณ 1/3 ในแต่ละเดือน
            สินค้าทั้ง 10 กลุ่มนี้ หากมีนักพัฒนาที่ดิน มาขอกู้เพื่อพัฒนาโครงการ สถาบันการเงิน ก็สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายเพราะมีแนวโน้มความสำเร็จมาแล้ว ส่วนนักลงทุนที่คิดจะซื้อไว้ ก็มั่นใจได้เช่นกัน เช่นเดียวกับผู้ซื้อบ้านที่สามารถซื้อได้อย่างมั่นใจว่า สินค้าเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาด มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ด้วยดี




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน