• sopon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thaiappraisal@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-06-02
  • จำนวนเรื่อง : 1243
  • จำนวนผู้ชม : 255026
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
อสังหาฯและCSR
สวัสดี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jantira
วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2563
Posted by sopon , ผู้อ่าน : 226 , 13:25:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

      ขณะนี้มีข่าวกระฉ่อนว่าพระพยอมจะถูกไล่จากวัดสวนแก้ว กรณีนี้คงเป็นความเข้าใจผิด และคนที่ผิดอาจเป็นพระพยอมเอง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น มาฟัง ดร.โสภณ ในฐานะเชี่ยวชาญด้านการประเมินค่าทรัพย์สิน
           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวถึงกรณีที่ดินวัดที่มีข้อพิพาทนั้น พาดหัวข่าวของสื่ออาจทำให้เข้าใจผิดว่า “พระพยอมย้ายออกจากวัดสวนแก้วในสิ้นเดือนนี้” <1> หรือข่าว “พระพยอม ร้องขอความเป็นธรรมหวั่นวัดอาจถูกยึดที่ดิน” <2> ข่าวนี้เป็นข่าว “ดราม่า” แต่ไม่รู้เป็นเพราะสื่อหรือใครให้ข่าวแบบนี้ ทั้งนี้เพราะที่ธรณีสงฆ์อย่างวัดสวนแก้ว คงไม่มีใครไล่พระออกไปได้
           เรื่องนี้เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2550 ศาลจังหวัดนนทบุรีได้ตัดสินให้เพิกถอนการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของจำเลยที่ 1 คือ นางวันทนา สุขสำเริง และจำเลยที่ 2 คือ มูลนิธิสวนแก้ว โดยให้กรรมสิทธิ์ที่ดิน 1 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา ตรงปากทางเข้าวัดสวนแก้ว กลับไปเป็นของ นางทองอยู่ หิรัญประดิษฐ์ ตามเดิม การซื้อที่ดินด้วยเงิน 10 ล้านบาทในปี 2547 ก็เป็นโมฆะด้วย ที่น่าสงสัยมากก็คือพระพยอมไม่ฟ้องผู้ขายที่ดินแปลงนี้ <3> 
          ผู้ขายอ้างว่าตนและมารดาอยู่มา 30 ปีก่อนไปขอจดครอบครองปรปักษ์ แต่พระพยอมอยู่วัดสวนแก้วนี้ก่อนเสียอีก คือมาอยู่ตั้งแต่ปี 2521 <4> หรือ 36 ปีก่อนซื้อที่ดินแปลงนี้ พระพยอมก็เป็นคนที่เกิดแถวนี้ ท่านเดินบิณฑบาตผ่านที่ดินนี้ทุกวัน เจ้าของที่ดินและทายาทตัวจริงอาจเคยใส่บาตรท่านก็ได้ ท่านน่าจะพอรู้ว่าใครคือเจ้าของที่ดินแปลงข้างวัดนี้ด้วยซ้ำไป นอกจากพระพยอมไม่ฟ้องนางวันทนาแล้ว ในภายหลังท่านยังเมตตาให้ที่พักอาศัยระยะหนึ่งโดยท่านบอกว่ามีคนตามล่านางอยู่ซึ่งเป็นข้อที่ไม่อาจพิสูจน์ <5>
           ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ก็ยังกล่าวว่ากรมที่ดินก็ไม่ได้ผิด ศาลก็ไม่ได้ผิด ต้องไปเอาเงินคืนจากผู้ขาย <6> และในการสู้คดี ผู้ขายก็กลับยอมยกที่ดินคืนแก่เจ้าของที่ดินอย่างง่ายดาย แสดงว่าผู้ขายคงมีพฤติกรรมน่าสงสัย ความผิดของคนขายที่ได้เงินไปเต็มๆ แม้อาจไม่มีเงินเหลือเพราะส่วนหนึ่งใช้เพื่อการเสียภาษี ให้คนช่วยวิ่งเต้น หรือลูกหลานรวมทั้งตัวเองใช้เงินไปหมดแล้ว
           ที่ผ่านมาพระพยอมยังยอมรับว่า “มีผู้บริหารโรงภาพยนตร์ฟิวเจอร์ มาหาและจะรวบรวมเงินซื้อคือให้ในราคา 15 ล้าน” เพื่อซื้อที่ดินแปลงนั้นกลับมาตามที่เจ้าของเดิมเสนอขายใหม่ แต่พระพะยอมก็กลับไม่รับข้อเสนอนี้อ้างว่า “บอกว่าคุณไม่ได้มาทำให้อาตมาเสีย แล้วคุณจะมาเสียเงินกับอาตมาทำไม เราก็นึกว่าสู้คดีไปก่อนดีกว่า” การไม่ทวงค่าเสียหายจากผู้ขายเพื่อเอาเงินวัดที่ได้จากสาธุชนผู้บริจาคคืนมา ก็เท่ากับทำเงินของส่วนรวมสูญไป พระพยอมและมูลนิธิจึงควรใช้คืนแก่วัดเอง
           ข่าวที่ออกมาในเดือนมิถุนายน 2563 แสดงว่าหลังจากพระพยอมแพ้คดีและถูกเพิกถอนโฉนดตั้งแต่ปี 2547 แล้ว ท่านก็ยังถือวิสาสะเข้าครอบครองพื้นที่นั้นโดยไม่ยอมออกจากพื้นที่ ยังใช้สอยโดยไม่เสียค่าเช่าใดๆ แก่เจ้าของตามคำพิพาษาของศาลมาเป็นเวลา 16 ปี จนกระทั่งเจ้าของต้องไปฟ้องศาล ให้ศาลสั่งให้พระพยอมย้ายออก การกระทำของพระพยอมเช่นนี้ถือเป็นการบุกรุกหรือไม่ ทำผิดกฎหมายใช่หรือไม่
           ราคาที่ดินตอนซื้อ 10 ล้านบาทเมื่อปี 2547 แต่ ณ สิ้นปี 2559 ราคาตลาดตามที่ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยประเมินไว้เป็นเงิน 33.3 ล้านบาท และ ณ เดือนมีนาคม 2563 ราคาที่ดินแปลงนี้น่าจะอยู่ที่ 44 ล้านบาทแล้ว การสูญเสียโอกาสจากที่ดิน 10 ล้านบาท แถมตอนนั้นมีผู้จะช่วยซื้อให้ในราคา 15 ล้านบาท พระพยอมก็ไม่เอา และขณะนี้ขึ้นมาเป็น 44 ล้านบาทนี้ พระพยอมจึงอาจต้องรับผิดชอบความเสียหายนี้ด้วย

           อย่างนี้ถือได้ไหมว่าพระพยอมต้องรับผิดชอบการดื้อแพ่งไม่ยอมย้ายออกจากที่ดินที่พระพะยอมไม่มีสิทธิ์แต่กลับยังใช้สอยต่อมาจนบัดนี้ 16 ปี และการไม่ยอมซื้อที่ดินในราคา 15 ล้านบาทที่เจ้าของเสนอขายให้และมีผู้พร้อมจะซื้อให้ (แต่ตอนนี้ราคาที่ดินแปลงนี้เพิ่มเป็น 44 ล้านบาทแล้ว)

 อ้างอิง
<1> พรพะยอมย้ายออกจากวัดสวนแก้วในสิ้นเดือน https://www.tnnthailand.com/content/43942
<2> พระพยอม ร้องขอความเป็นธรรมหวั่นวัดอาจถูกยึด ดิน https://www.posttoday.com/social/general/527667
<3> เรื่องนี้ถึงไหน : ตอน โฉนดที่ดินถุงกล้วยแขก (1/3) http://bit.ly/2hRv2Mv
<4> พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กลฺยาโณ). http://bit.ly/2iC6ztp
<5> หลวงพ่อพยอมกับถุงกล้วยแขก. http://bit.ly/2iFmNA5
<6> หลวงพ่อพยอมกับถุงกล้วยแขก http://bit.ly/2j6hCIl




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน