*/
  • พิทักษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : peephitak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2010-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 453
  • จำนวนผู้ชม : 958980
  • จำนวนผู้โหวต : 533
  • ส่ง msg :
  • โหวต 533 คน
<< ตุลาคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม 2556
Posted by พิทักษ์ , ผู้อ่าน : 3672 , 09:45:37 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน นรอง , MT-PONG และอีก 12 คนโหวตเรื่องนี้

 

               วันวานในวันหยุดได้มีโอกาสไปเที่ยวในป่าทางภาคเหนือของประเทศไทย     จุดเริ่มก็จากได้เข้าเที่ยวชมที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน       จากนั้นก็ลองไปเที่ยวชมที่อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์...สิ้นไกลสุดที่ช่องเย็น จังหวัดกำแพงเพชร       ในระหว่างการเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติครั้งนั้ก็แค่การผ่านทางจากชาวไทยที่อยู่ในเมืองคนหนึ่งมายาวนาน      การได้กลับเข้าไปเที่ยวชมธรรมชาติทั้งที่คลองลานและแม่วงศ์ครั้งนี้     ผมไปเที่ยวน่าจะห่างครั้งหลังสุดที่เข้าไปเที่ยวชมในป่านี่เป็นเวลาหลายปีมาก

ทางเข้าอุทยานแห่งชาติคลองลาน

น้ำตกคลองลาน

ป่าสองข้างทาง

                โชคดีในจุดที่ไปป่ายังคงความเป็นธรรมชาติอยู่อย่างมากมาย      บางจุดบางแห่งที่ผ่านพบความเจริญทั้งด้านตัวคนและสังคมความเป็นอยู่ได้รุกคืบเข้าไปในป่า      เรารู้อยู่ว่าขณะนี้มีพื้นที่ป่าที่ได้รับการอนุรักษ์(ที่รอการทำลาย)ทั้งเป็นอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 185 แห่ง    พื้นที่อนุรักษ์เอาว่าเหลือแค่ ร้อยละ19.32 ของพื้นที่ประเทศ   ซึ่งในอนาคตการรุกล้ำก็ยิ่งทวีคูณความมากมายในการบุกรุกขึ้นเรื่อยๆ

               เมื่อเข้าเยี่ยมเที่ยวชมในอุทยานแห่งชาติทั้งสองแห่ง    ธรรมชาติยังมีอยู่ครบทั้งสายน้ำ ผืนป่าที่เขียวสุดลูกหูลุกตา    โบราณว่ายิ่งสูงยิ่งหนาวนี่เรื่องจริงสำหรับในป่าที่สูงกลางคืนพอพระอาทิตย์ตกนี่จะหนาวมาก    หนาวจนร่างกายผมที่ไม่ชอบกับอากาศเย็นเพราะเย็นมากๆจะปวดเมื่อยทั้งตัวจากที่มีโรคประจำตัว

               สิ่งแรกที่ผมคิด   ตอนเช้าผมเห็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่อยู่ในที่การอุทยานต้องมายืนเคารพธงชาติและสวดมนต์ประจำวันมายืนเข้าแถวกันแค่หลักสิบคน     บอกได้ถึงภาระที่หนักหนาของพวกเขาที่จะต้องอนุรักษ์ป่าให้เป็นป่า    จำนวนไม่มากแค่นี้จะทำให้ป่าเมืองไทยยังคงอยู่อย่างสมบูรณ์ได้อย่างไร    ผมไม่ถามถึงจำนวนเขาหรอกว่ามีมากน้อยแค่ไหน     ถามและคุยกับพวกเขาแค่ผิวเผินส่วนใหญ่พวกเขาทำงานแค่ตำแหน่งลูกจ้าง    ค่าจ้างอาจจะเหมารวมเป็นรายเดือนแต่สวัสดิการอื่นๆล่ะ... คนแค่น้อยนิดจะไปทำอะไรได้    ไม่เอาไม่ว่าเรื่องนี้ต่อแล้ว

               สิ่งต่อมาที่ได้พบเห็น    น้ำตกคลองลานในยามนี้สวยงามากในผืนน้ำตกและลำธารที่ต่อเนื่องยาวทอดไปในราวป่า    เคยเข้ามาเที่ยวหลายครั้งแล้วห่างจากครั้งสุดท้ายหลายปี     มาวันนี้คลองลานก็ยังมรเสน่ห์น่าเที่ยวชมเหมือนเดิม     สิ่งที่น้ำตกนี้ไม่ค่อยเหมือนน้ำตกอื่นและผมชอบตรงที่บริเวณโดยรอบน้ำตกจะปกคลุมด้วยละอองไอน้ำมากมาย      เสียดายวันที่ไปไม่มีแดดส่องทะลุผืนฟ้าลงมาให้เห็นความงดงามก็เลยด้อยลงไปหน่อย

               สังเกตผู้เข้าไปเที่ยวชมน้ำตกก็มากมายในวันที่เข้าไป     ก็น่าจะมาจากที่การเดินทางเข้าไปถึงน้ำตกไป-มาสะดวกถนนทอดเข้าไปเกือบถึงตัวน้ำตก      เมื่อก่อนจะมีร้านค้าก็ก่อสร้างไม่เป็นระเบียบมาวันนี้การปรับปรุงใหม่ก็ทำให้บรรณยากาศโดยรอบของน้ำตกมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น     เพียงแต่ไม่รู้ว่าสังคมไทยในบางส่วนก็ยังไม่เข้าใจในธรรมชาติ       การนำสิ่งแปลกปลอมเข้าไปมีบางแห่งบางที่มีขยะที่ซุกอยู่ตามซอกต่างๆ    

               “ ทำไมหนอเราไม่ทิ้งแค่รอยเท้ากับความทรงจำไว้ในผืนป่าเมื่อเที่ยวชม ”

*

               วันต่อมาก็เนื่องจากตอนกลางคืนเพื่อนๆผมที่ไปด้วยกัน (ส่วนใหญ่ก็จะเป็นครู  อาจารย์ระดับสูง)ทั้งที่กำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียง     เล่าให้ฟังถึงการขึ้นไปพักแรมที่ช่องเย็น อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์ (กำแพงเพชร)ที่พวกเขามักนัดกันไปพักกันบ่อย     บรรยายให้ผมฟังถึงความหนาวเหน็บและธรรมชาติในผืนป่าที่ยังงดงามเขียวชอุ่ม     แม้ราวป่าบางแห่งอาจจะมีสิ่งรบกวนบ้างเช่นตัวคุ่น หรือทากในบางจุดของป่าถ้าบุกเข้าไป      พวกเขาก็นิยมที่จะไปพักแรมกันสองสามคืนเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานและการสอนที่ทำงานอยู่

               เช้าวันรุ่งขึ้นสิ่งที่อยากทำก็บอกกับเพื่อนที่ผมติดรถไปว่าอยากไปเยือนช่องเย็น    ที่เขาร่ำลือกันหนักหนาว่าไม่ว่าเวลาใดอากาศก็จะหนาวเย็นตลอด     แล้วอยากดูผืนป่าที่ยังคงความสมบูรณ์มากๆในการเดินทางครั้งนี้     ไม่ต้องพูดต่อกันให้มากเพื่อนผมก็ตอบว่าไปก็ไปก็ขึ้นรถเดินทางเข้าไปเลย   การเดินทางก็ต้องมาหยุดที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงศ์       เพื่อทำใบผ่านทางและเรียนรู้กฎต่างๆในการเดินทางเข้าไปยังจุกชมวิวช่องเย็น(เสียตังค์อีกด้วย)    เสร็จกรรมวิธีทั้งหลายก็ผ่านด่านเข้าสู่ทางไปยังช่องเย็น

ป่าไผ่สองข้างทาง

มุมหนึ่งของจุดชมวิว

               ทางที่ตัดขึ้นไปเป็นทางแคบๆสองเลนให้รถขึ้นไปและลงมา    บางช่วงจะต้องจอดหลีกกันในบางจุดเพราะตอนที่ขึ้นไปประมาณ 10.00น. ซึ่งเป็นเวลาที่มีรถของผู้ที่ไปพักแรมวิ่งสวนลงมาให้หวาดเสียวตอนเลี้ยวโค้งก็จ๊ะเอ๋กัน

 

 

*    

               ผมมองไปที่สองข้างทางสิ่งที่สังเกตอย่างหนึ่งคือ   ในผืนป่าที่สมบูรณ์มากๆและมีความชุ่มชื้นสูงๆจะมีกล้วยป่าซึ่งต้นจะสูงท่วมหัวเฉียดๆสามเมตรขึ้นไปเป็นดงใหญ่       ที่ใดมีมากแถวนั้นจะชุ่มชื้นมากตามไปด้วย     ที่มากมายอีกอย่างหนึ่งและต้องมีคู่กันกับกล้วยป่าก็คือดงไผ่ ผมพูดว่าดงก็เพราะป่าไผ่บนเขาสูงนี่จะมีขึ้นก็อยู่ติดๆกันจำนวนมาก       คงจะมาจากเมื่อหมดอายุไขต้นไผ่ก็จะออกดอกติดเมล็ดแล้วก็ตายไป     เมื่อเมล็ดงอกก็จะกลายเป็นต้นใหม่อยู่ใกล้ๆกับต้นเดิมจึงกลายเป็นดงไผ่จำนวนมากในผืนป่าบางแห่ง

               ความสมบูรณ์ของป่าที่ได้พบเจอผมเจอสัตว์ป่าวิ่งตัดหน้ารถที่ผ่าน   ครั้งแรกเป็นชะมดน่าจะเป็นชะมดแผงเพราะตัวใหญ่มากขนหางยาวเหยียด     อีกครั้งต่อมาก็เจอลิงกังที่น่าจะใช่เพราะไม่มีหางวิ่งตัดหน้าไปนิดเดียวแต่แปลกที่ไม่เจอทั้งฝูงหรือเป็นเพราะลิงทโมนโทนตัวเดียวกระมัง     มองไปในป่าก็ไม่เห็นตัวอื่นๆแต่ตัวที่เห็นใหญ่มากน่าจะสูงตอนยืนเป็นเมตรขึ้นไป      สัตว์ป่าที่มีมากนอกเหนือจากบางจุดที่ผมจอดรถลงไปชมทิวทัศน์ของป่านกนาๆชนิดก็ส่งเสียงร้องให้ระงมมากหลากชนิด    มองไม่ค่อยเห็นตัวหรอกครับนกป่านี่ไวมากเอาว่าแค่ได้ยินเสียงเพรียกจากป่านี่ไพเราะกว่าเสียงใดๆเมื่อได้เข้าไปเที่ยวชม

               จุดสุดท้ายในผืนป่าที่ผมได้ไปเที่ยวชมก็คือช่องเย็นที่เขาร่ำลือกันก็มาถึง      เมื่อถึงลานจอดผมเห็นบล็อกเกอร์วันศุกร์ขาลุยประจำโอเคเนชั่นเดินอยู่ข้างหน้ารถ      ผมให้เพื่อนจอดรถลงไปทักทายเพื่อนผมยังงว่าขึ้นมาจนสุดที่นี่ผมกลับมีคนรู้จักได้ยังไง      สอบถามก็มากับคณะหัวหน้าทีมคือบก.ชาลีและอีกสองคนคือบล็อกเกอร์ป้ารุกับบล็อกเกอร์ภาษาหลากสีรวม 4 คน     ขึ้นมาตั้งแต่วันวานค้างคืนที่ช่องเย็น    คุยก็พอดีหันไปเจอฝรั่งรูปหล่อ(ก็บก.ชาลีนั่นแหละ)มาสมทบ ก็คุยกันกับคุณชาลีและทักทายกับป้ารุพร้อมแนะนำคนที่ไปด้วยกันกับผมให้รู้จักกัน      บอกไปว่าไม่พลาดแน่ครับสำหรับทริปเมืองตรังที่จะไปปลูกหญ้าให้พะยูน

               ระหว่างคุยกันเสียงดังจากปีกนกที่กระพือตัดอากาศให้ได้ยิน     เสียงคุณชาลีก็บอกว่าเป็นนกเงือกพร้อมกับทุกคนก็ยกกล้องขึ้นถ่าย     ผมก็ถ่ายกับเขาบ้างด้วยโทรศัพท์มือถือประจำตัว     มาดูทีหลังนกตัวเท่ามดเห็นแค่เป็นจุดดำๆเท่านั้น       การมีนกเงือกในผืนป่าบ่งบอกได้ถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้     ซึ่งนกเงือกที่เป็นพระเอกของที่นี่ก็คือนกเงือกคอแดงซึ่งผมดูจากรูปแล้วสวยงามมาก

 

 

               เขตอุทยานแห่งชาติแม่วงศ์นี้ก็คือป่าผืนเดียวกับที่จะมีการสร้างเขื่อนเพื่อเก็บกักน้ำ    ที่จะสร้างจะอยู่ลงไปทีผืนป่าเบื้องล่างในเขตจังหวัดนครสวรรค์     ผมมาเห็นป่าผืนนี้ตอนบนเข้าด้วยสายตาของตนเองจริง     คิดต่อตามประสาของผม

               สิ่งที่ขาดหายจากผืนป่าแห่งนี้ในบางแห่งบางตอน      มันขาดความชุ่มชื้นที่จะกระจายกันให้ทั่วทั้งผืนป่า     ตาดูผืนป่าที่ผ่านมาในส่วนที่เป็นดงกล้วยชุ่มชื้นมากๆแต่ในส่วนที่เป็นป่าไผ่และไม้เล็กๆจะแห้งผาก     เมื่อน้ำฝนจากฟ้าตกลงมาเกลี่ยทั้งพื้นที่ป่า...ส่วนที่เป็นดงทึบก็จะไหลลงไปที่ต่ำได้ง่าย    มันน่าจะเป็นวิธีการที่ใช้แบบฝายแม้วกักเก็บน้ำให้ไหลซึมไปตามพื้นป่าให้ทั่วถึงกันทั้งแนวภูเขา     เมื่อน้ำมากฝายแม้วก็จะชะลอน้ำไว้ให้ไหลช้าในส่วนที่เป็นฝาย     วิธีการนี้ไม่ได้ทำลายธรรมชาติแต่กลับจะทำความชุ่มชื้นให้ทั่วทั้งป่าได้

               เมื่อผืนป่ามีความชื้นมากไฟป่าที่จะลุกไหม้ก็ย่อมจะติดไปได้ยาก     สิ่งที่เป็นอยู่ในป่าตอนบนและภาคเหนือขณะนี้ก็คือการขาดความชุ่มชื้น   เมื่อป่าแห้งผากหน้าร้อนหรือช่วงขาดฝนก็จะเกิดไฟไหม้ป่าใหญ่ๆกันทุกปี      การกั้นน้ำที่ปลายทางเกือบสุดจากเขตภูเขาโดยการสร้างเขื่อนมันไม่ได้ช่วยให้ผืนป่าเหล่านี้มีความชุ่มชื้นได้หรอก     นิเวศน์ของธรรมชาติเมื่อมีเขื่อนไม่ว่าที่ไหนเขื่อนมานิเวศน์ก็ย่อมเสียไป    ผืนป่าด้านบนถ้ามีความชุ่มชื้นตลอดทั้งผืนน้ำที่ไหลรวมจากความชุ่มชื้นนั้นก็จะมีการไหลซึมเป็นน้ำไหลล่องตามลำธารและแม่น้ำทั้งปี

               มองป่าเขียวชอุ่มที่ผ่านตาผมก็เสียดายที่มันจะหมดไปทุกที     ที่ควรทำอย่างยิ่งตอนนี้ฝายแม้วหรือแหล่งเก็บน้าขนาดเล็กๆกระจายกันไปทั้งพื้นที่      น่าจะทำให้ผืนป่าและพื้นที่ราบในการเกษตรด้านล่างมีความชุ่มชื้นและมีน้ำเพียงพอที่จะทำเกษตรกรรมได้ในยามแล้ง

               ผมว่าสิ่งที่แก้ไขเรื่องป่า...เรื่องน้ำนี่ถ้าคิดกันไปผิดๆ   ไม่นึกถึงฝายแม้วหรือแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กกระจายกันไปให้ชุ่มชื้นทั้งผืนดินไทย    นับว่าน่าจะมาถึงแล้วซึ่งความมืดมิดของอนาคตเมืองไทย

ลาไปก่อนแล้วครับ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
นรอง วันที่ : 20/11/2013 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nrong

โลกกลมจริงค่ะ..ว่าแต่น่าเสียดายมากถ้าหากจะต้องตัดไม้ทำถนนเพื่อรองรับการค้าการท่องเทียว

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
MT-PONG วันที่ : 02/11/2013 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

แวะมาทักทายค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ย่าดา วันที่ : 01/11/2013 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

โลกกลมจริงๆพื้นที่กว้างใหญ่ยังไปพบกันได้โดยบังเอิญแสดงว่ามีหัวใจเดียวกัน อิอิ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
chailasalle วันที่ : 01/11/2013 เวลา : 00.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

แหม คนเรา ขนาดขึ้นไปช่องเย็นยังได้เจอกันอีกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
พันธุ์สังหยด from mobile วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ธรรมชาติแสนงาม ไม่น่าทำลายกันเลย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

ภาพป่าคลองลานและช่องเย็นของคุณพิทักษ์ ถ่ายได้สวยมากนะคะ
เคยไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
wansuk วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ช่องเย็นป่าสวย บรรยากาศดีมากๆค่ะ
น่าเสียดายหากมีโครงการสร้างถนน
การสูญเสียพื้นที่ป่า การขยายตัวของชุมชน
ผลกระทบอื่นๆ จะตามมามากมาย

ความคิดเห็นที่ 12 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พิทักษ์ วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

คุณชาลีครับ
ถ้าถามผมถนนคลองลาน-อุ้มผาง ถ้าตัดผ่านป่าไปก็เท่ากับว่านี่คือการแบ่งป่าระหว่างพม่ากับไทยในส่วนที่ถนนผ่าน
สิ่งแรก สัตว์ป่ามันจะข้ามถนนไป-มาไม่ได้ นั่นก็คือสัตว์ป่าที่ใช้เท้าเดินหรือต้องเดินทางผ่านป่าไปมาก็จะผสมกันเองด้วยสายเลือดชิดไม่นานสูญพันธุ์แน่ๆ
สิ่งต่อมา ผมรู้มาจากเพื่อนที่เคยผ่านเข้าไปตามถนนเดิมที่ปิดอยู่ ผ่านทางเข้าไปไม่กี่กิโลสัตว์ป่าจะชุกชุมมากเลย ถนนเดิมนี่กลายเป็นป่าไปเกือบหมดแล้ว
สุดท้าย คนเข้าได้ ผ่านทางได้ ก็จะไปอาศัยทำที่อยู่พอป่าโทรมก็จะร้องขอสิทธิ์ในที่ดินที่อยู่หรือทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาตอนนี้ทั้งประเทศไทยที่อ้างว่าไม่มีที่ทำกินก็รุกป่าตามมาด้วยขอเอกสารสิทธิ์ที่จะอยู่หรือทำกินถาวร

ตอนนี้ถ้ามองป่ากับความเจริญเพียงแค่นี้สำหรับคนบริหารบ้านเมืองก็เอวังแน่ๆ ชาวบ้านอย่างเราก็ต้องทำใจหรือต่อต้านให้ถึงที่สุด งานนี้ผมขอฉะเต็มๆด้วยคน ทำอะไรไม่ได้ก็จะขออ่า่น"โองการแช่งน้ำ"ให้มันพินาศไป

ความคิดเห็นที่ 11 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แก้วตาดวงใจ วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faroong

คุณชาลี ช่างเป็นข่าวที่น่าตระหนกยิ่ง พวกมันใช้อะไรคิด ขยายถนนในป่าเขา เพื่ออะไร คงอยากได้ค่าปากถุงละมัง อนาจใจจริง ทำไมประเทศเราไม่มีอะไรจะต่อต้านพวกเเหล่านี้บ้าง มันคิดจะสร้างถนนขึ้นเขาใหญ่มันก็อนุมัติ คิดจะขยายถนนขึ้นช่องเย็น มันก็อนุมัติ จะอย่างไรก็ได้ ไม่มีหน่วยงานอะไรที่จะช่วยกลั่นกรองคัดค้านได้บ้างหรือ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ไวน์กับสายน้ำ วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wineriver

ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถนนขึ้นไปช่องเย็น หรือที่เรียกกันว่าถนนสายคลองลาน-อุ้มผาง
แต่เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีการลงมติให้เร่งรัดก่อสร้างถนนสายดังกล่าวเพื่อรองรับการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบศึกษาโครงการดังกล่าว

พี่ว่า ถนนเส้นนี้จะคุ้มค่ากับธรรมชาติที่สูญเสียไปไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
opads วันที่ : 31/10/2013 เวลา : 05.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKopads
บันทึก การสะสมเหรียญพระบล็อคกษาปณ์

น้ำตกดูใหญ่มากครับ

"เมื่อผืนป่ามีความชื้นมากไฟป่าที่จะลุกไหม้ก็ย่อมจะติดไปได้ยาก สิ่งที่เป็นอยู่ในป่าตอนบนและภาคเหนือขณะนี้ก็คือการขาดความชุ่มชื้น เมื่อป่าแห้งผากหน้าร้อนหรือช่วงขาดฝนก็จะเกิดไฟไหม้ป่าใหญ่ๆกันทุกปี การกั้นน้ำที่ปลายทางเกือบสุดจากเขตภูเขาโดยการสร้างเขื่อนมันไม่ได้ช่วยให้ผืนป่าเหล่านี้มีความชุ่มชื้นได้หรอก นิเวศน์ของธรรมชาติเมื่อมีเขื่อนไม่ว่าที่ไหนเขื่อนมานิเวศน์ก็ย่อมเสียไป "

ชอบบทวิเคราะห์ ส่วนนี้ครับ



ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 30/10/2013 เวลา : 22.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ขอขอบคุณทุกการเยี่ยมเยียนและทุกความเห็น

โลกใบนี้ช่างกลมเสียยิ่งกระไร...ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอทั้ง4คนในที่เกือบสุดชายป่า ผมเองคืนก่อนหน้านั้นนั่งคุยกับเพื่อนยังสั่นงั่กๆอยู่ที่บ้านพักอช.คลองลานที่อยู่ข้างล่างลงไปตั้งเยอะ เจอช่องเย็นละก็สงสัยต้องหามลงมาแน่ๆเลยไม่ชอบเลยครับสำหรับหนาวมากๆ

ธรรมชาติยังสมบูรณ์อยู่มากเลยสำหรับป่าแม่วงศ์ นก,สัตว์ป่าก็คงเหลืออยู่มากมายต้องช่วยกันอย่าให้ป่าโดนทำลายไปมากกว่านี้เลย ไปเที่ยวมาก็อยากจะบอกความคิดในใจให้คนอื่นเขารู้บ้างก็แค่นั้นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชบาตานี วันที่ : 30/10/2013 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ไปที่ไหน ก็เจอแต่คนโอเค ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะพี่
ดูสภาพผืนป่าแล้วยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก ให้ชื่นใจคนรักษ์ป่าดีแท้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ป้ารุ วันที่ : 30/10/2013 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

โลกกลมค่ะ
http://www.oknation.net/blog/paaru/2013/10/30/entry-1

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 30/10/2013 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

มาอ่านเรื่องราวดีดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มะอึก วันที่ : 30/10/2013 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมยังไปไม่ถึงช่องเย็นซะทีครับเพื่อน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่หมี วันที่ : 30/10/2013 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เรื่องเล่าที่สะท้อนให้ผู้อ่านคิดตามไปด้วย

ทำให้เห็นว่าเราควรอนุรักษ์ผืนป่าเอาไว้ สุดท้ายยังมีข้อแนะนำให้สร้างฝายเก็บกักน้ำ

โลกกลมทำให้ได้เจอพรรคพวกชาวโอเค ดีจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กำหนัน วันที่ : 30/10/2013 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับพี่บ่าว ผมเชื่อว่า โลกกลมๆใบนี้คนดีดีต้องเจอกันครับ แล้วพบกันที่เลตรังครับจะขับรถพาเที่ยวครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน