*/
  • หนังสือเดินทาง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nusaraden@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2012-05-23
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 25910
  • จำนวนผู้โหวต : 15
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
ศรัทธา-ศรีลังกา

บรรยากาศการเดินทางหาศรัทธา

View All
วันจันทร์ ที่ 2 กันยายน 2556
Posted by หนังสือเดินทาง , ผู้อ่าน : 3241 , 13:55:00 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน เกสรมาเฟีย , khunphai และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

Indonesia นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มาแต่เป็นการเดินทางที่พิเศษกว่าทุกครั้ง เป็นเหมือนแขกรับเชิญ ไม่ต้องทำงานที่สำคัญได้สมดังใจปรารถนา เพราะจุดหมายของทริปนี้เราจะไปที่เกาะชวา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 17,500 เกาะ มีเพียงสองสถานที่ๆ คณะพอมีเวลาได้ไปเยี่ยมชมในการมาครั้งนี้ คือพุทธสถานอัีนลือลั่น บุโรพุทโธและมุ่งหน้าไปสัมผัสบรรยากาศเย็น เมืองคลาสสิคอย่างบันดุง จะเรียกว่าตามรอยเสด็จของพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ก็คงไม่ผิดค่ะ

เราเริ่มต้นกันที่เมืองท่าปัตตาเวียหรือจาการ์ต้า แล้วบินด้วยเครื่องบินเล็กภายในประเทศต่อไปที่เมืองยอกยาการ์ต้า

Borobodur บุโรพุทโธ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ปรากฏสู่สายตาชาวโลกมายาวนานกว่า 1,100 ปี สร้างในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งในขณะนั้น เกาะชวาคือศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนามหายานที่ได้เดิืนทางมาจากประเทศอินเดีย การก่อสร้างมีคติของฮินดูมาประสานทำให้เกิดเป็นพุทธศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใด แต่ลงตัวและโดดเด่นดังที่เราเห็นกันค่ะ

มหาสถูปนี้ รังสรรค์ขึ้นด้วยความรักและศรัทธาอย่างเปี่ยมล้นต่อพระพุทธศาสนาของชนชาวศรีวิชัยและด้วยการสนับสนุนขององค์กษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร์

 

ภาพบนนี้เป็นส่วนของฐานกลมที่มีเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ และในเจดีย์รายเหล่านี้ก็ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ด้านใน

ประติมากรรมแต่ละชิ้นได้รับการจัดวางอย่างงดงามและมีความหมายอันเป็นนัยธรรม ธรรมชาติ จักรวาล วัตถุดิบจากหินภูเขาไฟ      รูปทรงฐานเป็นสี่เหลียมจัตุรัส ทั้งหมดสูง 10 ชั้น ชั้น 1-6 เป็นฐานสี่เหลี่ยม ชั้น 7-10 เป็นลักษณะทรงกลม

 

บุโรพุทโธคงความยิ่งใหญ่ ยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คนจนถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 18 ใกล้สิ้นยุคศรีวิชัยเต็มทีเป็นเวลาเดียวกับชาวโปรตุเกสเริ่มเข้ามายึดครองบางหมู่เกาะได้แล้ว และอิทธิพลของศาสนาอิสลามก็กำลังเดินทางมาตั้งหลักที่หมู่เกาะเหล่านี้เช่นกัน

อีกหนึ่งพุทธสถานเล็กๆ ไม่ไกลจากเจดีย์บุโรพุทธโธ วัดเมนดุต

ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ซ้ายขวา

ภาพนี้ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2444 ครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า รัชกาลที่5 เสด็จประพาสชวา ครั้งที่ 3 ค่ะ อยากให้เปรียบความต่าง

ต่างเวลา ต่างวาระ ในตำแหน่งเดียวกัน

 

 บันดุงเป็นเมืองเอกของจังหวัดชวาตะวันตก เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอินโดนีเซียรองจากจาการ์ตาและสุราบายา บันดุงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจาการ์ตา หากนั่งรถยนต์ก็ประมาณสองชั่วโมงถึง หากรถไม่ติดหนักหนาสาหัส แต่ว่าอากาศที่บันดุงกลับแตกต่างจากจาการ์ตาอย่างยิ่ง เนื่องจากมีภูเขาล้อมรอบทำให้บันดุงมีอากาศค่อนข้างเย็นสบายตลอดปี ความสวยงามของ   บันดุงทำให้ดัตช์ถึงกับขนานนามว่าเป็น “ปารีสแห่งชวา” ดัตช์เคยคิดจะย้ายเมืองหลวงจากปัตตาเวีย (จาการ์ตา) มาที่บันดุง        แต่เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงทศวรรษ 1930 ทำให้แผนการนี้ถูกล้มเลิกไป

ในส่วนที่สัมพันธ์กับประเทศไทยนั้น บันดุงนับได้ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ไทย หลังจากเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นประชาธิปไตยในปี พ.ศ. 2475 (ค.ศ. 1932) บันดุงได้เป็นที่ลี้ภัยทางการเมืองของเจ้านายสยามผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญผู้หนึ่ง คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต   พระองค์ได้ทรงเลือกบันดุงเป็นที่ประทับหลังจากที่ได้เดินทางออกจากสยาม โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี ตามเสด็จด้วย พระองค์ได้ทรงสร้างพระตำหนักอย่างเรียบง่ายและประทานชื่อว่า พระตำหนักประเสบัน (Preseban) ส่วนพระตำหนักของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล มีชื่อว่า พระตำหนักดาหาปาตี (Dahapati)           พระตำหนักสองหลังนี้ตั้งอยู่ที่ถนนจีปากันตี (Cipaganti) ทั้งสองพระองค์ทรงประทับอยู่ที่นั่นจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ชาวพื้นเมืองรู้จักพระตำหนักทั้งสองนี้เป็นอย่างดี บริเวณหน้าพระตำหนักมีวงเวียนเล็กๆ ซึ่งถูกเรียกชื่อว่า “วงเวียนสยาม” (Bunderan Siam) มาจนทุกวันนี้ ปัจจุบันพระตำหนักประเสบันกลายเป็นโรงเรียนอนุบาล ส่วนพระตำหนักดาหาปาตีกลายเป็นร้านอาหารซึ่งไม่ได้ขายอาหารไทย แต่เป็นอาหารพื้นเมืองของอินโดนีเซีย

ขอบคุณข้อมูลจาก http://blogazine.in.th/blogs/onanong

และสำหรับการมาครั้งนี้หัวใจของผู้เดินทางคือที่นี่ บันดุง เพราะติดใจตั้งแต่ครั้งได้อ่านวรรณกรรมเพื่ออาเซียน เขียนโดย             คุณประภัสสร เสวิกุล เรื่อง..จะฝันถึงเธอทุกคืนที่มีแสงดาว.. เป็นการแสดงภาพความเป็นไปของอินโดนีเซียนับแต่ช่วงปลายสมัย    ที่ถูกปกครองโดยฮอลันดา ต่อกับการถูกยึดครองโดยกองทัพญี่ปุ่น การกอบกู้เอกราช จนถึงการสิ้นสุดอำนาจของอดีตประธานาธิบดีซูการ์โน ผ่านความสัมพันธ์ช่วงวัยเด็กของตัวละครที่เป็นคนไทยและอินโดนีเซีย รวมถึงเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ยังคงไม่เคยทำลายมิตรภาพต่างเชื้อชาติ...

นี่คืองานเขียนที่สร้างความประทับใจจนต้องออกตามหา

เส้นทางระหว่าง บันดุง-จาการ์ต้า

เมืองนี้แวดล้อมไปด้วยภูเขาไฟ ไร่ชา อากาศดี

ความเป็นไปของชาวอิเหนา...ภาพด้านล่างนี้เป็นบรรยากาศยามเช้าๆ หน้าวัดพุทธในยอกยาการ์ต้า

 

ฟ้าใสกับดอกไม้เหลือง อาจไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องราว เห็นเพียงว่าสวยตัดกับฟ้าเคลียร์ๆ และเป็นที่พึ่งให้กับสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ได้อีก

...ทั้งงามรูป งามน้ำใจ....

สุดท้ายด้วยภาพนี้ เงาแห่งธรรมะกำลังทอดทอสู่อดีตศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนาอีกครั้ง

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 หนังสือเดินทาง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เกสรมาเฟีย วันที่ : 05/09/2013 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ipammo

สักวันจะตามรอยไปให้ได้เลย สวยมาก อยากไปบันดุง "ปารีสแห่งชวา"

ความคิดเห็นที่ 4 หนังสือเดินทาง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
khunphai วันที่ : 05/09/2013 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

มีทั้งตื่นเต้น งดงาม
ความสดใสสบายใจของใบชา
เมืองนี้อากาศคงดีมากจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปวิภา วันที่ : 05/09/2013 เวลา : 04.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ที่พึ่งของชีวิต...จริงเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 หนังสือเดินทาง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พาจรดอทคอม วันที่ : 04/09/2013 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ถนนมาลิดอโบโร ในยามค่ำคืน ผมว่าดุคลาสสิคกว่าจาการ์ต้า..ผมพักห้องนอนเล็กๆในซอยซอสโรวิจจายาน..สวยทั้ง ๒ พุทธสถาน..ถนนจากยอคยาการ์ต้า มีต้นกล้วยมากที่สุดในโลก....บันดุงเมืองแห่งการศึกษา และเป็นเมืองตากอากาศ ๓ ชั่วโมงจากจาการ์ต้า...ภูเขาไฟตังกูบัน ปาราฮู หรือภูเขาไฟเรือคว่ำ...คือเสน่หืของบันดุง ไร่ชา บ่อน้ำร้อนส่าหรี อาเตอร์............

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 04/09/2013 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ภาพสวยจัง หวังว่าวันหนึ่งจะได้ไปเยือนอินโดนีเซียเหมือนกันค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน