• Jazz-zie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : burimota@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 113
  • จำนวนผู้ชม : 191282
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
Jazz-zie
Blog นี้เป็นกล่องความคิดครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jazz-zie
วันอังคาร ที่ 12 สิงหาคม 2551
Posted by Jazz-zie , ผู้อ่าน : 1231 , 23:59:57 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความผันผวนทั้งทางด้านการเมืองและการดำรงชีพของ ประชาชน ผมคิดว่าในตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีในการที่บริษัททั้งหลายจะได้สำรวจตัวเอง ว่า องค์กรของตนเองนั้นมีความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) มากน้อยเท่าใด และผู้นำในแต่ละองค์กรในมีสรรถนะความสามารถในการจะนำความรู้ที่ได้เรียนรู้มามาใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน

ปีเตอร์ เซงเก้ ผู้เขียนหนังสือ วินัยที่ห้า (The Fifth Discipline) นั้นเคยกล่าวไว้ว่า มิติที่แตกต่างของการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้กับบริหารองค์กรแบบเดิมๆ นั้นก็คือ การมีระบบการคิด (Systems Thinking) นั่นคือการเปลี่ยนกระบวนการคิดจากการตัดสินใจโดยการมองจากส่วนย่อยๆ (Seeing Parts) มาเป็นการตัดสินใจโดยมององค์รวม (Seeing Wholes) ปัญหาของการตัดสินใจของผู้บริหารส่วนใหญ่ขององค์กรในอดีตก็คือมีการตัดสิน การแก้ปัญหาในสิ่งที่ค่อนข้างจะเฉพาะหน้า แต่ไม่ได้มองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการที่ปัญหาเฉพาะหน้าเหล่านั้นได้รับ การแก้ไขซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งทางบวกหรือลบต่ออนาคตขององค์กรในระยะยาว

ทำไมผมถึงให้ชื่อบทความชิ้นนี้ว่า บททดสอบการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้เหรอ ครับ ก็เพราะผมคิดว่า บนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันนั้น ถือเป็นข้อทดสอบอย่างดีสำหรับบริษัทหรือองค์กรต่างๆ ที่เคยพร่ำพูด และสัมนากันมามากมายเพื่อตอบคำถามที่ว่า องค์กรของพวกเขานั้นจะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้อย่างไร

ผม คิดว่าหลายๆ องค์กรคงได้ร่ำเรียนกันมาพอแล้วตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 40 จนกระทั่งปัจจุบัน ในยุคอดีตนั้นผู้บริหารหลายๆ คนตัดสินใจแก้ไขปัญหาธุรกิจแบบมองเป็นส่วนๆ เช่นค่าใช้จ่ายมากเกินรายได้ สิ่งที่จะแก้ไขปัญหาที่ทำได้ง่ายที่สุดก็คือการ ลดคน ลดการฝึกอบรม ลดค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทั้งๆ ที่งบประมาณเหล่านั้นถูกวางไว้ตั้งแต่ต้นปี แต่เหตุจากยอดขายไม่เข้าเป้า และพอปลายปีจะต้องรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารของบริษัท หรือผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้บริหารหลายคนก็ตัดสินใจทำสิ่งดังกล่าว เพราะการลดค่าใช้จ่ายในสิ่งกล่าวมานั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทหรือองค์กร เห็นว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ทันที ผลของการตัดสินใจจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายนั้นลดลงกันในเดือนหรือสองเดือนถัดไป ทันที ถึงแม้จะไม่ง่ายแต่ก็ไม่ได้ยาก เพราะอาศัยคำอ้างว่าบริษัทไม่สามารถจ่ายเงินเดือนหรือจ่ายค่าฝึกอบรมในสภาพ เศรษฐกิจเช่นนี้ได้ ส่วนงบการโฆษณาประชาสัมพันธ์นั้นต้องดูที่ยอดขายถ้าขายไม่ได้ ก็เป็นการสมควรที่จะลดลงจากที่เคยทำแผนกันเอาไว้  

หาก ทำแล้วยังค่าใช้จ่ายยังมากว่ารายได้หรือตัวเลขยังไม่สวย วิธีการจำกัดการใช้สาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายจิปาถะเช่น ปิดน้ำ ดับไฟ ปิดแอร์ ก็เป็นเรื่องต่อมาที่ต้องทำ แม้พนักงานหลายๆ คนไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำแต่ก็ต้องทำตามเพราะแทบจะไม่มีทางเลือก ผลที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจกระทำสิ่งเหล่านั้นก็คือการที่พนักงานในองค์กร ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ร่วม กับบริษัทก็ต้องทะยอยออกจากงานกันไป บริษัทหลายแห่งทำแล้วยังพออยู่ได้แต่ก็ต้องพักฟื้นเยียวยากันอยู่นาน แต่ก็ขาดความน่าเชื่อถือ ความไว้ใจจากพนักงาน ในขณะเดียวกันก็มีหลายบริษัทที่ต้องล้มหลายตายไป

ผ่าน วิกฤตกันมาได้ ประธานบริษัทหรือหัวหน้าองค์กรก็มักจะให้ข่าวกันว่า พวกเราได้เรียนรู้จากอดีตว่าความลำบากนั้นเป็นอย่างไร การตัดสินใจทำสิ่งที่ว่าเหล่านั้นก็เพราะสถานการณ์นั้นมารวดเร็ว ปรับตัวไม่ทัน แต่เราเห็นว่าเป็นเรื่องของการเรียนรู้ที่ดี และในอนาคตเราจะต้องมีดีกว่านี้เพราะบริษัทหรือองค์กรของเรานั้นเป็นองค์กร แห่งการเรียนรู้ องค์กรเราได้บทเรียนจากการเรียนรู้ในครั้งนี้และหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ในอนาคต

ภาพ ที่ผมฉายให้ท่านผู้อ่านดูนั้นเป็นภาพของเหตุการณ์ที่เกิดกับหลายๆ องค์กรในอดีต วันนี้บททดสอบน่าจะมาถึงแล้วครับ ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบัน พิษของราคาน้ำมันที่ขึ้นทำสถิติสูงสุดอย่างไม่ค่อยมีเหตุผล สภาวะการณ์เมืองที่ล่อแหลม มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย การชะลอตัวของการลงทุนจากต่างประเทศ จำนวนของการเลิกกิจการขนาดเล็กในประเทศที่มีมากขึ้น ภาวะความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบททดสอบที่สำคัญขององค์กรแห่งการเรียนรู้ว่า ผู้บริหารจะแก้ปัญหาในระยะสั้นได้ดีเพียงใด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทหรือ องค์กรในระยะยาว

ผม คาดว่าอีกไม่นานเราจะเริ่มเห็นองค์กรตัวจริงที่ใผ่เรียนรู้ และเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริงสามารถฝ่าผ่านช่วงเวลาวิกฤตไปได้โดย ไม่ได้แก้ปัญหาแบบเดิมๆ กับเราจะได้เห็นองค์กรที่ถูกบังคับให้เรียนรู้โดยที่ไม่ได้อยากใคร่รู้ก็จะ ค่อยๆ ล้มหายตายจากไปโดยวิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่เคยทำกันมาในอดีต โดยไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ว่าทำไมคนจะจากองค์กรไป และนี่จะเป็นบทสอบผู้นำด้วยว่าวิสัยทัศน์ที่วาดกันไว้นั้นเป็นสิ่งที่ทุกคน ในองค์กรมุ่งมั่นจะให้เกิดเป็น วิสัยทัศน์ร่วม” (Share Vision) หรือเป็นเหมือนแค่ตำราทำกับข้าวที่มีไว้เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามเมื่อทำกัน เป็นแล้วก็จากกันไป ซึ่งนั่นจะเป็นตัวบอกว่า ผู้บริหารขององค์กรท่าน  รวมถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรของท่าน  นั้น มีความแท้จริง หรือมีคุณค่าเพียงใดที่จะให้ทุกคนร่วมกันต่อสู้เพื่อให้สิ่งวาดหวังไว้เกิด ขึ้นได้จริง ท่ามกลางทัศนวิสัยที่ขมุกขมัวในภาวะปัจจุบัน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูสบเมย_แม่ฮ่องสอน วันที่ : 09/08/2009 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krubaantong
ครบรอบ  ๒๐  ปี พอดี...

ขอบคุณครับ......

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Giftyourlife วันที่ : 29/08/2008 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/giftyourlife

blog ของอาจารย์ มีประโยชน์มากครับ
ขออนุญาตทำ link ไปไว้ที่เว็บไซต์ของผมนะครับ
..................
http://www.wechange.in.th
..................

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน