*/
  • สัญจร...คนเดินทาง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : p.jadaman@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-01-30
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 455130
  • จำนวนผู้โหวต : 90
  • ส่ง msg :
  • โหวต 90 คน
<< มกราคม 2021 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 26 มกราคม 2564
Posted by สัญจร...คนเดินทาง , ผู้อ่าน : 147 , 12:53:02 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทสรุปผู้บริหาร

 

 

การพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยยุค 4.0 ต้องอาศัยการเชื่อมโยง เข้าถึงและประสานสัมพันธ์บนฐานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกของอาเซียนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่นำโขงอย่างชัดเจน โดยการพัฒนาประเทศไทยยุค 4.0 อย่าง “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” นั้น จำเป็นต้องมี “กรอบยุทธศาสตร์” ที่ชัดเจนในการรับมือกับพลวัตศตวรรษที่ 21 (the 21st century dynamics) ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งในภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์โลก ซึ่งยุทธศาสตร์การศึกษา คือ แผนการอันชาญฉลาดที่สามารถใช้ดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย อันแสดงถึงการตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลง ความสามารถของการบริหารจัดการศึกษาในการปรับตัวให้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง การศึกษา และสิ่งแวดล้อม กอปร ความสามารถกำหนดทิศทางและวัตถุประสงค์การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมและสอดรับกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรฐานการศึกษาสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ

1.  ระบบการศึกษาและการบริหารการศึกษา       

1.1  ระบบการศึกษา: การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองทุกคนที่จะต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้สามารถเข้าถึงและทุกคนต้องได้รับการศึกษา เป้าหมายหลักของการจัดการศึกษา คือ การยกระดับคุณภาพและการให้โอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาคกัน เพื่อสนับสนุนพัฒนาการของผู้เรียนให้เติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นสมาชิกของสังคมที่รับผิดชอบอย่างมีจรรยาบรรณ และให้ความรู้และทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต สร้างขีดความสามารถในการเรียนรู้ ส่งเสริมความมีอารยธรรมและความเท่าเทียมกันในสังคม การพัฒนาตนเองจากการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและตลอดชีวิต ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความพร้อมทั้งทักษะและความรู้ที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพและด้านอื่น ๆ  การเตรียมคนเข้าสู่สังคมยุคข้อมูลข่าวสารให้รู้จักเลือกสรรข้อมูลและมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นรายบุคคล ให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสามารถปรับตัวสู่ศตวรรษที่ 21

• การเสริมสร้างความใฝ่รู้ ความมีวัฒนธรรม รู้จักแสวงหาความจริงและมีความรู้สึกไวต่อสิ่งต่าง ๆ มีจริยธรรม และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

• การพัฒนาความสามารถทุกด้าน ให้เห็นคุณค่าของคนแต่ละคน ปลูกฝังความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เสริมสร้างความเป็นตัวของตัวเองและความสามารถพึ่งตนเอง เสริมสร้างเจตคติเชิงบวกต่อการทำงาน และความสัมพันธ์ของงานกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต

• การเสริมสร้างค่านิยมเรื่องความยุติธรรม ความรับผิดชอบ ความเสมอภาค ความเคารพและร่วมมือกัน มุ่งมั่นทำงานและมีจิตสาธารณะ เพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาสังคม

• การเสริมสร้างความรักชีวิต การเอาใจใส่ธรรมชาติ และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

• การเสริมสร้างความเคารพรักประเพณีวัฒนธรรม รักชาติและถิ่นกำเนิด เคารพประเพณีวัฒนธรรมของประเทศอื่น ๆ ปรารถนาสันติสุขของโลก และการช่วยพัฒนาประชาคมนานาชาติ

• พัฒนาคนให้มีความเฉลียวฉลาด มีคุณธรรม และมีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่แข็งแรงอย่างสมดุล สามารถพึ่งตนเอง และรู้จักแสวงหาสัจการแห่งตนได้ตลอดชีวิต

• พัฒนาพลเมืองที่เคารพและรับผิดชอบต่อหน้าที่ทางสังคม และมีจิตอาสาที่จะร่วมสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติ

• พัฒนาพลเมืองที่มีส่วนร่วมในสังคมนานาชาติ มีความเคารพ รักประเพณี และวัฒนธรรมตนเองเช่นเดียวกับประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศอื่น ๆ

1.2  การบริหารการศึกษา:  โครงสร้างระบบบริหารการศึกษา แบ่งเป็นส่วนกลาง และส่วนท้องถิ่น ในส่วนท้องถิ่น แบ่งออกเป็นระดับจังหวัด และระดับเทศบาล

• ระบบบริหารการศึกษาโดยส่วนกลาง มีกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบการ  ดำเนินงาน อำนาจหน้าที่ที่สำคัญ คือ  1)  ด้านการบริหารการศึกษาโดยภาพรวม สำรวจและวางแผนส่งเสริมการศึกษา  วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และจัดพิมพ์เอกสารต่าง ๆ เชิงเทคนิค  2) ด้านการศึกษาในระบบโรงเรียน วางแผน ส่งเสริม และให้คำแนะนำปรึกษาเพื่อการประถมศึกษาและมัธยมศึกษา กำหนดมาตรฐานการประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และกำหนดหลักสูตรระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นหลักสูตรแกนกลาง อนุมัติตำราเรียน แจกตำราเรียนแบบให้เปล่ากับสถานศึกษา  รวมทั้ง แนะแนวและกำกับนิเทศติดตามการจัดการขององค์กรทางการศึกษา 3) ด้านการบริหารการศึกษาในระดับท้องถิ่นวางแผนที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร  การศึกษาในระดับท้องถิ่น แนะแนว ให้คำแนะนำและให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดองค์กร และการจัดการ ของการบริหารการศึกษาในระดับท้องถิ่น  4) ด้านการบริหารการศึกษานานาชาติ การแลกเปลี่ยนการศึกษาระหว่างประเทศ  ความร่วมมือระหว่างประเทศ 5) ด้านการจัดองค์กรภายในของกระทรวงศึกษาธิการ

• ระบบบริหารการศึกษาโดยส่วนท้องถิ่น คือ 1) ในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการและคณะกรรมการการศึกษาจังหวัด เป็นผู้รับผิดชอบการบริหารการศึกษา 2) ระดับเทศบาลมีนายกเทศมนตรีและคณะกรรมการการศึกษาเทศบาลรับผิดชอบ ในแต่ละระดับมีคณะกรรมการของท้องถิ่นหลายคณะ (local assemblies) เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา

2.  มาตรฐานการศึกษาชาติ

2.1  มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาภาคบังคับ

มาตรฐานการเรียนรู้ของการศึกษาภาคบังคับเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญโดยหลักสูตรแกนกลาง ของการกำหนดมาตรฐานไว้ในหลักสูตร ที่สะท้อนมาตรฐานการศึกษาของชาติ สำหรับการศึกษาภาคบังคับ ดังนี้

วิสัยทัศน์: มุ่งความสมบูรณ์ทุกด้านของแต่ละบุคคล มีความรู้ คู่คุณธรรม และมีสุขภาพแข็งแรง ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขในสังคมประชาธิปไตยที่มีสันติภาพ

ค่านิยมที่พึงประสงค์: ความยุติธรรมและรับผิดชอบ ความเสมอภาคระหว่างชายหญิง รักบ้านเกิด ร่วมมือกับชุมชน มีจิตสาธารณะ รักชีวิต รักธรรมชาติอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเคารพประเพณีดั้งเดิม รักชาติและถิ่นเกิด ยอมรับประเทศอื่น อาสาสร้างสันติภาพและความเจริญให้สังคมโลก

สมรรถนะหลัก: มีความรู้กว้างขวาง พึ่งตนเองได้และสามารถพัฒนาตนเอง มีส่วนร่วมสร้างสรรค์ชุมชน มีสมรรถนะพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ มีความถนัดเฉพาะทาง มีความสามารถในการตัดสินใจ ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีสุขภาพดีทั้งใจและกายมีความสามารถในการดูแลตนเอง

โครงสร้างหลักสูตร: แบ่งเป็นรายวิชา และไม่ใช่รายวิชา

2.2  มาตรฐานสำหรับการวัดและประเมินผลการจัดการศึกษา

การประเมินสถานศึกษา: การตรวจสอบตนเองแบบ Self-inspection และ Self-evaluation ของโรงเรียนเพื่อประเมินการบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนและประสิทธิผลของการบริหารจัดการโรงเรียน

การประเมินครู: การประเมินความสำเร็จของครูในการจัดกิจกรรมทางการศึกษา รวมทั้งคุณสมบัติและความสามารถของครู

การประเมินหลักสูตร: การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา และการวางแผนการเรียนการสอนประจำปี

การประเมินชั้นเรียน: การศึกษาและประเมินโดยสังเกตการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน

การประเมินการแนะแนวผู้เรียน: การประเมินสภาพชีวิตผู้เรียนและผลสัมฤทธิ์ของการแนะแนวข้อมูลจากการประเมินนี้ ต้องเก็บไว้ด้วย

การประเมินสภาพการเรียนรู้และความสามารถทางวิชาการ: การประเมินสภาพการเรียนรู้และความสามารถทางวิชาการของนักเรียน ซึ่งเมื่อประเมินแล้วจะต้องรักษาข้อมูลไว้ด้วย โดยการประเมินความสามารถทางวิชาการเพื่อตัดสินผลการเรียนมีทั้งแบบอิงเกณฑ์ การตัดเกรด การบันทึกผลกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ กิจกรรมพิเศษจริยธรรมและพฤติกรรมทั่วไป โดยประเมินพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องด้วย

2.3  มาตรฐานตำราเรียน

ตำราเรียนเป็นแนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับครู ช่วยทำให้มาตรฐานคุณภาพการศึกษาในทุกสถานศึกษาจะมีความใกล้เคียงกันมาก จากการเปิดโอกาสให้เอกชนจัดทำตำราเรียน โดยเนื้อหาของตำราเรียนเน้นการปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี และโรงเรียนมีอิสระในการบริหารจัดการหลักสูตรและเลือกตำราเรียน ซึ่งผู้เรียนทุกคนควรได้รับการแจกฟรีในภาคบังคับ

 

 

 

 

 

ยุทธศาสตร์และปัจจัยการบริหารจัดการการศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21

สู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน

1.  ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการการศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน

1.1  ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการศึกษาเพื่อความยั่งยืน

ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการศึกษาเพื่อความยั่งยืน เป็นยุทธศาสตร์การบริหารจัดการศึกษาเพื่อความยั่งยืนของการบริหารจัดการองค์กรให้ประสบความสำเร็จ เพื่อการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย

• การนำองค์กร:  การบริหารจัดการ การจูงใจให้บุคลากรกำหนดค่านิยมทิศทางและผลงานที่คาดหวัง และการกำกับดูแลองค์กร ความรับผิดชอบต่อสังคมในวงกว้าง ประกอบด้วยตัวชี้วัด อาทิเช่น ความคาดหวังในค่านิยม และผลการดำเนินงาน ความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำที่มีคุณค่าต่อผู้เรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การสร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้และแบบทำได้ การสร้างภาพอนาคตของสถานศึกษา การประเมินความก้าวหน้าเทียบกับเป้าหมาย การปรับปรุงภาวะผู้นำและการบริหารจัดการ จริยธรรม ประเด็นด้านกฎระเบียบและกฎหมาย การสร้างความยั่งยืนให้กับสถานศึกษา และการให้การสนับสนุนชุมชน

• การวางแผนเชิงกลยุทธ์: การพัฒนาสถานศึกษาไปสู่เป้าหมายคุณภาพจากการแสดงให้เห็นกระบวนการในการจัดทำกลยุทธ์และนำกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ การทำงานให้บรรลุตามเป้าหมาย

• การมุ่งเน้นผู้เรียน: การสร้างความผูกพันกับผู้เรียนเพื่อ ความสำเร็จด้านการจัดการศึกษาในระยะยาว กลยุทธ์ในการสร้างความผูกพันครอบคลุมถึงวิธีสร้าง  วัฒนธรรมมุ่งเน้นผู้เรียน รวมทั้งวิธีการที่สถานศึกษารับฟังเสียงของผู้เรียน และการใช้ข้อมูลสารสนเทศ   เพื่อปรับปรุงและค้นหาโอกาสในการสร้างนวัตกรรม

• การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้: การรวบรวมวิเคราะห์ จัดการ ปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศ และสินทรัพย์ทางปัญญาที่มีการสั่งสมความรู้ภายในองค์กรที่เชื่อมโยงการขับเคลื่อนของสถานศึกษาจากแผนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ

• การมุ่งเน้นบุคลากร: การกำหนดขีดความสามารถของบุคลากร และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่นำไปสู่ผลการดำเนินงานสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับพันธกิจ กลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการ

• การมุ่งเน้นการดำเนินการ: วิธีการออกแบบการจัดการ ปรับปรุงระบบงาน และกระบวนการทำงานเพื่อนำไปสร้างคุณค่าให้ผู้เรียนทำให้สถานศึกษาประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน และกระบวนการสนับสนุนกระบวนการของสถานศึกษาที่เกิดจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ การออกแบบหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการศึกษา การนำหลักสูตรไปใช้และการ พัฒนาหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอ การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเรียนรู้ การกำหนดแนวทางสนับสนุนความสำเร็จทางการศึกษา การคิดค้นและพัฒนาแนวทางสนับสนุนความสำเร็จทางการศึกษา ให้ต่อเนื่อง การสร้างกลยุทธ์ในการสื่อสารกับเครือข่ายการศึกษา

• ผลลัพธ์: ผลสำเร็จจากการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ในผลลัพธ์ด้านหลักสูตรและกระบวนการ ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นผู้เรียน ผลลัพธ์ด้าน การมุ่งเน้นบุคลากร ผลลัพธ์ด้านการนำองค์กรและการกำกับดูแลองค์กร และผลลัพธ์ด้านการเงิน และสมรรถนะการให้บริการ

1.2  ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง  

ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง ในการที่จะต้องสร้างเครือข่ายและทำงานร่วมกับผู้อื่นจากหน่วยงานต่างๆ ให้มากขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ความรู้ที่จะนำมาจัดการเป็นเนื้อหาในการให้การศึกษา อาทิเช่น

• การพัฒนาหลักสูตรที่ก่อให้เกิดความมั่นคง: การจัดหลักสูตรที่มีเนื้อหาในการเรียนรู้ที่สามารถสร้างให้เกิดองค์ความรู้ในทุกระดับได้ การเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพความหลากหลายแตกต่างของวัฒนธรรมของประชากรโลก  เพื่อความเข้าใจอันดี ความร่วมมือในการดำเนินชีวิต  โดยปราศจากความขัดแย้ง

• การพัฒนาผู้สอนและผู้เรียนให้มีสมรรถนะ: การคิดเชิงวิเคราะห์การวาดภาพอนาคตที่พึงประสงค์ การตัดสินใจในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันกับบุคคลอื่นและด้านสภาพแวดล้อมในลักษณะสมดุลการพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการปรากฏการณ์และการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อความเข้าใจ และคิดหาแนวทางสร้างกิจกรรมหรือบทเรียนในการแก้ไขปรับปรุงให้คุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชนและสังคมดีขึ้น

• การพัฒนาผู้อยู่นอกระบบการศึกษาและขาดโอกาสให้มีความเสมอภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาส: การจัดการศึกษาให้ประชากรที่ไม่อยู่ในกลุ่มของการศึกษาในระบบ  ได้มีบทเรียน  แบบเรียน ความรู้ที่ถ่ายทอดอย่างส่ำเสมอและต่อเนื่องด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อสร้างให้สมาชิกของชุมชนและสังคมเป็นประชากรที่มีการศึกษาตลอดชีวิต  การรู้จักยืดหยุ่น  ปรับตัวให้เกิดความสมดุลในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต  สิ่งไม่มีชีวิต  หรือมนุษย์ด้วยกัน  ให้สามารถยืนหยัดอยู่ในโลกอย่างเป็นผู้ที่มีศักดิ์ศรีและมีอัตลักษณ์ของตนเอง 

1.3  ยุทธศาสตร์ความสามารถการแข่งขันเพื่อความมั่งคั่ง

ยุทธศาสตร์ความสามารถการแข่งขันเพื่อความมั่งคั่ง ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงของความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้างการพัฒนาต่อเนื่อง อาทิเช่น

• การให้ความสำคัญเชิงพื้นที่: การนำความรู้และทรัพยากรในพื้นที่มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจให้สามารถสร้างรายได้ กระจายรายได้สู่ชุมชน สนับสนุนสินค้าชุมชนและยกระดับวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง พัฒนาช่องทางการตลาดเชื่อมโยงกับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

• สร้างพลังสังคมและชุมชน: การสร้างการเรียนรู้ ฝึกอาชีพในการร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ สร้างความเข้มแข็งของชุมชน สร้างผู้นำชุมชน ยกระดับคุณภาพชุมชน สร้างชุมชนที่น่าอยู่ สร้างพลังในชุมชน สร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง

1.4  ยุทธศาสตร์การสร้างประสิทธิภาพทรัพยากรมนุษย์ที่มีสมรรถนะสูง

ยุทธศาสตร์การสร้างประสิทธิภาพทรัพยากรมนุษย์ที่มีสมรรถนะสูง ในความรู้ ทักษะ ตลอดจน คุณลักษณะส่วนบุคคล ที่ส่งผลต่อการแสดงพฤติกรรม ซึ่งจำเป็นและมีผลทำให้บุคคลนั้นปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบได้ดียิ่งขึ้น

1.5  ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสบนความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม

    เพื่อความมั่นคง

ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสบนความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคมเพื่อความมั่นคงของการสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ กระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกำลังของการพัฒนาในทุกระดับ เพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาและการพึ่งตนเอง การจัดการตนเองเพื่อสร้างสังคมคุณภาพ

1.6  ยุทธศาสตร์การสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    เพื่อความยั่งยืน

ยุทธศาสตร์การสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนของการพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้และคุณภาพชีวิตให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับกฎระเบียบของประชาคมโลก  ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพดีขึ้น คนมีความรับผิดชอบ ต่อสังคมมีความเอื้ออาทร เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม เพื่อการพัฒนาในระดับอย่างสมดุล มีเสถียรภาพ และยั่งยืน

1.7  ยุทธศาสตร์ความร่วมมือบนฐานการมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ความร่วมมือบนฐานการมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืนในการวิเคราะห์ปัญหา ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ ร่วมรับผลประโยชน์ และร่วมติดตามและประเมินผล

1.8  ยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยีการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูง 

ยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยีการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูงของการพัฒนา เปลี่ยนแปลงจากระบบการศึกษาที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านศึกษาบางอย่างที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

2.  ปัจจัยการบริหารจัดการศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเซียน

อย่างยั่งยืน

2.1 กระบวนการบริหารจัดการศึกษาที่ยั่งยืน  

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ: (1) การเน้นหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ดำเนินตามหลักทางสายกลาง ใช้เป็นแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษา (2) การนำหลักวิชาการ ที่มีองค์ความรู้ควบคู่การมีธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงาน รู้รัก สามัคคี เอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ และความเกื้อกูล (3) การพึ่งพาตนเองและรองรับการเปลี่ยนแปลง ของบุคลากรในการ ดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความอดทน ความเพียร ปัญญา (4) การมีจิตใจเข้มแข็ง พัฒนาความคิด จิตใจในการดำรงชีพ และปฏิบัติงานให้เกิดความก้าวหน้า (5) การมีเป้าประสงค์เดียวกันในการตัดสินใจ มีความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจ และมีอิสระในการตัดสินใจ (6) การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องในการสร้างสมดุลของการปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ (7) การปฏิบัติงานที่เน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มที่ร่วมกันวางแผนการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน (8) การดำเนินการตามศักยภาพของแต่ละกลุ่ม ดำเนินการ อย่างเป็นลำดับขั้นตอนเท่าทันการเปลี่ยนแปลง (9) การวางแผน รอบคอบ เป็นหลักคิด หลักปฏิบัติในวิถีชีวิตวิถีการทำงาน ตามหลักแห่งทางสายกลางอยู่บนความ ไม่ประมาท บ่งบอกถึงการพึ่งพาตนเอง สามารถอุ้มชูตนเองได้ (10) การพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เข้มแข็ง อาศัยความรอบรู้  ความรอบคอบ ความระมัดระวัง มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และมีวัฒนธรรมสมดุล

หลักการมีส่วนร่วม:  (1) การร่วมคิด การร่วมตัดสินใจ การร่วมปฏิบัติ การร่วมกำกับติดตามและประเมินผล และร่วมรับผิดชอบ สร้างเครือข่ายบูรณาการความร่วมมือ ที่มีความเกื้อกูล ความเอื้ออาทร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (2) การให้บุคลากรได้ร่วมกันเพื่อจัดการงานให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และบริหารจัดการที่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการตัดสินใจอย่างมีคุณค่าและชอบธรรมอย่างแท้จริง (3) การมุ่งเน้น ที่สามารถกระทำได้ในการร่วมตัดสินใจและวางแผนการพัฒนา ร่วมกำหนดนโยบายที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ (4) ความรับผิดชอบที่รู้สึกผูกพันในการทำงาน ความเชื่อถือและไว้วางใจกัน ความร่วมมือร่วมใจ การร่วมรับประโยชน์ร่วมกัน และการสร้างความเชื่อมั่น (5) การแสวงหาความร่วมมือและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างหลากหลาย (6) การกำหนดแผนนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกิดจากการประสานงานในภาคีเครือข่าย และการจัดการความรู้ และสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การมีส่วนร่วมแบบเต็มที่สมบูรณ์

หลักการมุ่งผลสัมฤทธิ์:  (1) การสร้างกระบวนการและวิธีการบริหารจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย อาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกส่วนฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการดำเนินงานและปฏิบัติการ มีความรับผิดชอบและยกระดับผลการปฏิบัติงาน (2) การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองต่อความต้องการของสถานศึกษา เพื่อให้เกิดประโยชน์และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการจัดการศึกษาสู่ผู้เรียน และใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าสูงสุด(3) การพัฒนาระบบการบริหารจัดการทั้งการปรับเปลี่ยนกระบวนการและวิธีการทำงาน การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม (4) การเสริมสร้างให้สอดคล้องกับการศึกษาของการเปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผลการดำเนินงานยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา (5) การกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ชัดเจนในการวัดความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีแผนกลยุทธ์ของหน่วยงาน มากำหนดปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จและตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก ที่เหมาะสมกับสภาพจริงเชิงพื้นที่ (6) การมองไปในอนาคตของการริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการ และสร้างเครือข่าย ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

หลักการจัดการองค์กร:  (1) การใช้แผนเชิงรุกและเชิงนโยบายเป็นยุทธศาสตร์และแผนแม่บท (2) การสั่งงานตามลำดับขั้น โดยมีการมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ เพื่อให้งานนั้นมีประสิทธิภาพ (3) การติดต่อสื่อสาร (Communication) ในกระบวนการทางการบริหารที่เกี่ยวข้องกับการส่งสาร และความเข้าใจจากบุคคลและหน่วยงานที่สัมพันธ์กัน (4) การสร้างเอกภาพในการบังคับบัญชา ในการกำหนดขอบเขตของการบริหารจัดการในสถานศึกษา (5) การจัดแบ่งหน่วยงานภายใน โดยอาศัยหลักการกำหนดอำนาจหน้าที่ การแบ่งงานกันทำตามความชำนาญเพาะอย่าง (6) การทำงานเป็นทีม และสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรเพื่อให้ปฏิบัติงานมีประสิทธิผล (7) การจัดองค์กรเพื่อการบริหารงานที่ต่อเนื่องอย่างเป็นพลวัตและมีดุลยภาพ ที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพ (8) การอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ และจัดให้มีเครื่องมือและการติดต่อสื่อสารที่เป็นระบบอย่างชัดเจน (9) การกำหนดเป้าหมายองค์กรในการสร้างกลยุทธ์เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินไปสู่เป้าหมาย และการกระจายจากกลยุทธ์สู่แผนปฏิบัติการ (10) การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแห่งตน

ประสิทธิภาพบริหารจัดการคุณภาพ:  (1) ผลผลิตการจัดการศึกษาบรรลุเป้าหมายที่สำคัญ มีมาตรฐานความเป็นเลิศ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า (2) รูปแบบการทำงานที่เป็นเลิศ เน้นการพัฒนาคน การมีส่วนร่วมและพัฒนานวัตกรรมใหม่ (3) การสร้างประสิทธิผลในกระบวนการทำงาน ที่มีตัวชี้วัดสามารถแสดงวิธีการที่องค์กรกำหนดกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุนเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (4) การนำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์ ของการขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จในการกำหนดทิศทาง ค่านิยมที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม (5) การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง การวัดและการวิเคราะห์ผลการดำเนินการที่มาจากความจำเป็นและกลยุทธ์หลักของสถานศึกษา (6) การมีมุมมองเชิงระบบในการจัดการองค์กรและกระบวนการ ที่เป็นผลผลิตของการดำเนินงาน (7) การกำหนดแนวทางที่เป็นผลให้การจัดการศึกษาบรรลุเป้าหมายที่สำคัญ สอดคล้องกับสภาพจริง (8) การสังเคราะห์ที่มองภาพรวมของสถานศึกษา มุ่งเน้นวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการให้มีความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน (9) การกำหนดแนวทางการสื่อสาร การปฏิบัติงาน การตรวจสอบ นโยบายและกลยุทธ์ รวมถึงทรัพยากร และปัจจัยที่เป็นผลลัพธ์ (10) ผลที่เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

2.2  ภาวะผู้นำอย่างยั่งยืน

ด้านจิตวิญญาณความเป็นผู้นำ: การนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย (1) ยึดถือและมุ่งปฏิบัติจากการให้ความรักและเอาใจใส่ต่อบุคลากรผู้ใต้บังคับบัญชา (2) ทุ่มเทเสียสละการทำงานในหน้าที่ (3) มุ่งประสิทธิผลของงาน บุคลากรและองค์กร (4) ให้ความสำคัญกับการรักษาดูแลบุคลากรที่มีคุณภาพให้อยู่กับองค์กรยาวนานที่สุด (5) สร้างความจงรักภักดีของบุคลากรในองค์กรด้วยวิธีการจูงใจ (6) แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำของตนเอง (7) ใช้เทคนิคต่างๆ ในการจูงใจการปฏิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กรและเป้าหมายส่วนบุคคล (8) การวางแผนและจัดองค์กร (9) การจูงใจ การประสานงาน การสื่อสารและการประเมินผลงาน (10) รักษาบุคลากรให้ทำงานร่วมกันและเกิดความพึงพอใจในงาน (11) เป็นผู้นำที่นำได้และนำเป็น (12) กล้าที่จะคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ (13) เป็นแบบอย่างที่ดี (14) มีความกล้าหาญ กล้าคิด กล้าตัดสินใจและมีจิตใจที่เข้มแข็ง (15) มีพลังความคิดในการสร้างสรรค์งานและกิจกรรมอย่างมีจุดมุ่งหมาย

ด้านวิสัยทัศน์:  ความมีวิสัยทัศน์และทัศนะกว้างไกล (1) ตั้งเป้าหมายหรือสิ่งที่มุ่งหวังจะให้มีหรือเกิดขึ้นในกระบวนการสร้างวิสัยทัศน์ (2) การเผยแพร่วิสัยทัศน์และปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ (3) เป็นแบบอย่างที่ดีและมีเป้าหมายที่ชัดเจน (4) นำพาบุคลากรที่อยู่ใต้บังคับบัญชาให้ก้าวไปข้างหน้า (5) สร้างความร่วมมือให้ทุกคนสามารถบรรลุเป้าหมายสู่ความสำเร็จ (6) เพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้ดียิ่งขึ้น (7) สนับสนุนให้บุคลากรกลายเป็นผู้นำที่ดีได้ในอนาคต (8) แปลงวิสัยทัศน์ให้เกิดเป็นการปฏิบัติงานจริงจนเกิดผลสำเร็จให้ได้มากที่สุด (9) สร้างความร่วมมือของการทำงานเป็นทีม (10) เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่ทำให้ค้นพบวิธีการทำงาน ค้นพบวิธีการแก้ปัญหาใหม่ๆ(11) เปิดรับความรู้แบบไม่จำกัด รักที่จะเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ (12) พัฒนาตัวเองและรักความก้าวหน้าอยู่เสมอ

ด้านคุณธรรมและจริยธรรม:  การมีคุณธรรมประจำใจ (1) มีความยุติธรรมและความซื่อสัตย์ (2) ยึดถือหลักคุณธรรมและหลักธรรมาภิบาล (3) ยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและมีสัจจะ (4) มีความรับผิดชอบในหน้าที่และความอดกลั้น (5) การเข้าใจผู้อื่น (6) รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา (7) ไม่คิดและตัดสินใจอะไรซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นด้วยอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัว (8) ตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้องอย่างมีเหตุผล (9) แสดงออกถึงความจริงใจ (10) ใส่ใจในทุกความรู้สึกของทีมงาน (11) ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน

ด้านการใฝ่บริการ: การมุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม (1) ลักษณะพฤติกรรมในการทำงานที่มีการเสริมพลังอำนาจ (2) มีความนอบน้อม (3) ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน (4) บำเพ็ญตนเป็นผู้ให้หรือผู้บริการที่มุ่งบริหารจัดการทำงานเพื่อให้บุคลากรและผู้อื่นได้ (5) เอาใจใส่อำนวยบริการ  (6) จัดสรรความสงเคราะห์ อนุเคราะห์ให้ได้รับประโยชน์สุขและความสะดวกปลอดภัย (7) ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนบุคลากร (8) เป็นผู้ประสานงานในองค์กรให้เกิดการทำงานที่ราบรื่น (9) มุ่งให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน (10) ประสานงานนอกองค์กรให้เกิดภาคีเครือข่าย (11) ร่วมคิด ร่วมจัดการและประนีประนอมเมื่อเกิดปัญหา (12) การประชาสัมพันธ์และให้ความช่วยเหลือผู้ร่วมงาน (13) พัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องให้ทุกคนมีความก้าวหน้า (14) ให้อภัย ตักเตือนและเป็นกัลยาณมิตร (15) เป็นแบบอย่างซึ่งทำให้บุคลากรเกิดศรัทธา (16) สามารถแก้ปัญหา นำพาบุคลากรและองค์กรไปถึงจุดหมาย

ด้านสมรรถนะผู้นำ: การเป็นผู้นำที่ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง (1) สามารถกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาทั้งบุคลากร  องค์กรและตนเอง (2) สามารถนำตนเองและนำผู้อื่น (3) นำพาองค์กรของตนให้อยู่ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (4) ทราบวิธีการค้นหาการเปลี่ยนแปลงที่ถูกต้อง (5) ทราบวิธีที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิผล (6) มีนโยบายการสร้างอนาคตอย่างเป็นระบบ (7) การมองหาและคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลง (8) สร้างสมดุลระหว่างการเปลี่ยนแปลงกับความต่อเนื่อง (9) เป็นผู้กระตุ้นความเป็นผู้นำ (10) เป็นนักวางแผนและการเป็นผู้ตัดสินใจ (11) สร้างจิตสำนึกให้บุคลากร มองเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นคือโอกาสที่เกิดขึ้นมาใหม่ (12) สร้างการเปลี่ยนแปลงของแผนปฏิบัติการการปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ ให้แตกต่างจากเดิม (13) กำหนดเป้าหมายและเลือกวิธีที่จะนำมาใช้ในการจัดการจากการวางเชิงกลยุทธ์แล้วจึงนำไปปฏิบัติตามแผน (14) มีสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ

2.3  การเรียนรู้วัฒนธรรมและการทำงานแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน

การเรียนรู้วัฒนธรรมและการทำงานแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืนในกระบวนการการสร้างความรู้การสร้างแนวทางการพัฒนาการสร้างแนวทางปฏิบัติในการวางแผนและการตัดสินใจ ในการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดความสำเร็จสูงสุด

2.4  การจัดระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ

การจัดระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการของการนำความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และแนวความคิดใหม่มาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา  การมีข้อมูลสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจ

2.5  การกำกับติดตามและประเมินผล

การกำกับติดตามและประเมินผลตามกรอบของเกณฑ์การประเมินที่ยึดสภาพจริง

 

 

 

ปัจจัยการจัดการเรียนรู้ในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน

1.  แรงจูงใจ

• พฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงว่าครูผู้สอนได้รับการจูงใจจากผู้บริหารและเพื่อนครูผู้ร่วมวิชาชีพ ในการปรับเปลี่ยน ส่งเสริม  สนับสนุนให้มีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่  21 เพื่อพัฒนาผู้เรียนและพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาชีพ

2.  การพัฒนาตนเอง

• พฤติกรรมการพัฒนาตนเองของครูผู้สอนให้เป็นผู้ที่มีลักษณะเป็นครูผู้อำนวยความสะดวก ครูนักวางแผน ครูนักวิจัย ครูผู้ส่งเสริมและสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ มีความสามารถจัดการเรียนรู้ตามทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21

3.  การสนับสนุนจากผู้บริหาร

• สิ่งที่ครูผู้สอนได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ตั้งแต่ ร่วมลงมือวางแผน กำกับติดตามและประเมินผลในการดำเนินการของครูผู้สอน อีกทั้งสนับสนุนการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

4.  การสร้างเครือข่ายชุมชนแห่งการเรียนรู้

• กระบวนการกลุ่มภายในการจัดการเรียนรู้ กลุ่มเพื่อนครูผู้ร่วมวิชาชีพที่มีเป้าหมาย คุณค่า และวิสัยทัศน์เดียวกัน โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ วิธีการจัดการเรียนรู้ เทคโนโลยีและอื่นๆ  เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนและองค์กรการศึกษา

5.  ความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียน

• ความสามารถของครูผู้สอนในการทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนให้มีความรู้ และทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21

 

ประเด็นเชิงนโยบายของยุทธศาสตร์การศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืนที่สามารถผลักดันแนวทางการพัฒนาจากภาคทฤษฏี ไปสู่ภาคปฏิบัติ

1.  ด้านความเป็นผู้นำ

• การกำหนดค่านิยมที่คาดหวังที่มุ่งดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จ และการสร้างภาพความสำเร็จในอนาคต การเป็นผู้นำที่มีคุณค่าต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นประโยชน์สูงสุด

• การมีกระบวนทัศน์และการขับเคลื่อนให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสถานศึกษาและทีมงานจากการนำกระบวนการคิดไปใช้ เพื่อให้เกิดเป้าหมายร่วมกัน

• การสร้างสมรรถนะ และกระบวนการคิดบนพื้นฐานกลยุทธ์การกำหนดทิศทางการดำเนินงานยกระดับคุณภาพการศึกษาทุกมิติ การยกระดับการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพสอดคล้องกับทักษะศตวรรษที่ 21 การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต หนุนสร้างเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างคลอบคลุม

• การพัฒนาให้บุคลากรที่อยู่ใต้บังคับบัญชามีความสามารถและ สมรรถนะ ที่คำนึงถึงความต้องการของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

• การสร้างสังคมแห่งภูมิปัญญา สังคมแห่งการเรียนรู้และสังคมฐานความรู้ ผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ การมีวิสัยทัศน์/ พันธกิจ/วิธีการ/แนวทาง และวัฒนธรรมการเรียนรู้ ที่เป็นเลิศในการปฏิบัติงานและพัฒนาอย่างเป็นระบบ

2.  ด้านการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์

• การส่งเสริมการเรียนรู้ ที่ครอบคลุมความสนใจ ความสามารถ ความแตกต่างอย่างเป็นระบบชัดเจนการวางแผนระบบการบริหารจัดการที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงศตวรรษที่ 21 การดำเนินการการกำกับ ติดตาม ประเมินผลที่ยึดสภาพจริงและอย่างต่อเนื่อง

• การบริหารจัดการที่มีวิสัยทัศน์เชื่อมต่อกับโลกการทำงาน อาศัยการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษา การบริหารจัดการความรู้ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา และทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ในสังคมที่มีความเป็นโลกาภิวัฒน์

• การบริหารจัดการเชิงพื้นที่ และจัดกระบวนการเรียนรู้ตามสภาพจริง มีมาตรฐานรอบด้าน การบริหารจัดการที่เปิดกว้างต่อพลวัตความเปลี่ยนแปลงจากภายในและนอกอย่างเป็นระบบ การบริหารจัดการและพัฒนา เน้นผลการปฏิบัติงานโดยส่วนรวมมากกว่าการเน้นไปที่ผลงานแต่ละบุคคล

• การสร้างระบบการดำเนินงานในการปฏิบัติการอย่างมีเป้าหมายที่ยึดพื้นที่เป็นศูนย์การพัฒนา การปรับเปลี่ยนวิธีพัฒนาในรูปแบบบูรณาการ สามารถเกื้อกูลให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเชิงบวกและมีคุณภาพ

3.  ด้านผู้บริหารและบุคลากรครู

• การพัฒนาทั้งด้านสมรรถนะ ความรู้ และทักษะการใช้เทคโนโลยี อย่างบูรณาการ ที่เชื่อมโยงการศึกษาและการทำงาน การส่งเสริมพัฒนานวัตกรรม การบริหารและการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้เหมาะสมกับศักยภาพและความพร้อม

• การจัดการศึกษาที่สามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ให้มีความเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้เรียน การพัฒนาผู้เรียนอย่างสมดุล แทนการให้ความสำคัญในด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว และจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ให้บรรลุศักยภาพตนเอง การสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความสมบูรณ์ในทุกมิติ

• การสร้างระบบการศึกษาที่สามารถเอื้อให้เกิดการเรียนรู้แบบรู้จริง การส่งเสริมพื้นฐานสำคัญในการสร้างความรู้และปลูกฝังกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบและสมดุล

• การส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถค้นพบศักยภาพของตนเองและใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ การให้ความสำคัญกับผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ของการดำเนินการให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง

• การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่ยึดหลักการดูแลแบบครบวงจร ส่งเสริมแรงจูงใจ ให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกบุคคลของผู้เรียนแต่ละคน 

4.  ด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้

• หลักสูตรที่มีการกำหนดตัวชี้วัดและการประเมินผลสอดรับกับเป้าประสงค์ เน้นการจัดการเรียนรู้ที่สนองต่อสังคมและชุมชนหลักสูตรที่เน้นความสามารถเฉพาะ เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และการสร้างสื่อนวัตกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่

• การให้ความสำคัญกับทักษะการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ทักษะชีวิต ทักษะทางด้านนวัตกรรม ความคิดริเริ่ม ความรับผิดชอบการจัดการเรียนรู้ที่นำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการศึกษาสู่ผู้เรียนอย่างต่อเนื่องการจัดการเรียนรู้ที่เน้นวิธีการกระบวนการเรียนรู้ การบูรณาการเนื้อหาวิชาเข้าด้วยกัน

• สร้างความเป็นเลิศทางภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทักษะการอาชีพ ให้เป็นรากฐานการสร้างอนาคตการเพิ่มขีดความสามารถและฝึกฝนทักษะในการเรียนรู้ตามทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของผู้เรียน

• หลักสูตรการเรียนรู้ของการยกระดับทักษะอาชีพ ไปพร้อมๆกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานความรู้ ของทักษะในศตวรรษที่ 21หลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนในการเลือกสิ่งที่จะเรียนรู้รองรับความถนัด ความสนใจและแนวทางการเรียนรู้ในแบบเฉพาะตัว

• การจัดการเรียนรู้ที่มีนวัตกรรมการเรียนรู้ผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัล สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

5.  ด้านสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้

• การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ระหว่างบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ และบริหารจัดการเป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วม

• การจัดสภาพแวดล้อมเน้นความเชื่อมโยงแบบเครือข่ายที่ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

• การชี้แนะ ปรึกษา และเกื้อหนุนการเรียนรู้กับทุกส่วน เปิดโอกาสให้สร้างวิธีทำงานใหม่ๆ

• การสร้างสภาพแวดล้อมของการทำงานเป็นทีมแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ

• การจัดบริการนวัตกรรมการเรียนรู้ผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนทักษะส่งเสริมนวัตกรรมทางสังคมผ่านการเรียนรู้ถึงแก่นแท้ความรู้ การสร้างให้ผู้เรียนมีความอยากรู้ อยากเห็นทำให้เกิดแรงบันดาลใจเพื่อการเรียนรู้

• การสร้างสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนทักษะ สมรรถนะและความรู้ การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ ช่วยหล่อหลอมลักษณะจิต ทักษะและคุณลักษณะอันพึงประสงค์การสร้างสภาพแวดล้อมในการฝึกฝนทักษะ และส่งเสริมนวัตกรรมทางสังคมผ่านการใช้ ICT

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน