• มิสไนล์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-20
  • จำนวนเรื่อง : 34
  • จำนวนผู้ชม : 84217
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
ไอยคุปต์
เกิดมาแค่รู้จักกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jewjaja
วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม 2554
Posted by มิสไนล์ , ผู้อ่าน : 3934 , 20:11:24 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 34 ฉบับที่ 12127 มติชนรายวัน


เท่-ทู่-ทื่อ-ทิ่ม-แทง ศึก"สโลแกน" ล้วงคะแนน"ประชาชน"


โดย สุชาฎา ประพันธ์วงศ์



บรรยากาศการเมืองที่ตึงจนเครียดต่อเนื่องมาหลายปี เริ่มผ่อนคลายลง หลังจากมีวันเลือกตั้งที่ชัดเจนและแน่นอน คือวันที่ 3 กรกฎาคม เพื่อให้คนที่กำลังต่อสู้กันทุกเวที ไปตัดสินแพ้ชนะกัในสนามเลือกตั้ง รักใครชอบใครก็ไปกากบาทเลือกเบอร์นั้น

แค่เริ่มเปิดรับผู้สมัคร ส.ส. บรรยากาศก็เริ่มคึกคัก นับตั้งแต่วันที่จับสลากเลือกเบอร์พรรค นักการเมืองก็ออกมาโต้คารมกันดุเดือด เพื่อชิงตีความเลขเด็ดในมือ หาเหตุผลมาข่มกัน แต่งเรื่องแต่งราวเข้าข้างตัวเอง แบบไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกพรรคการเมืองต้องนำมาสู้กันในสนามเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน คือ นโยบายพรรค เป็นองค์ประกอบสำคัญในการกากบาทเลือกผู้แทน นอกเหนือจากเลือกที่ตัวบุคคลและตัวเลข

แต่ละพรรคการเมืองจึงต้องแปลงนโยบายที่ยาวเหยียด ให้มาเป็นสโลแกนแบบเข้มข้น คมชัด สั้น เข้าใจ จำง่าย น่าสนใจ และไม่ซ้ำใคร เพื่อใช้เป็นคำโฆษณาหาเสียง ขอคะแนนจากประชาชน เป็นสีสันที่มีสาระน่าจับตามองอีกอย่างหนึ่งในสนามแข่งขัน ซึ่งทุกพรรคจะต้องคิดคำคมมาประดับป้ายหาเสียงของตัวเอง

เมื่อย้อนกลับไปดูข้อความที่พรรคการเมืองคัดเลือกมาเป็นสโลแกน มักจะอิงกับเหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงเวลานั้นๆ บางข้อความก็เน้นตลก ขบขัน ขบคิด ฉุกคิด หรือไม่ก็ชูสถาบันหลักของประเทศ เพื่อดึงดูดความสนใจขอคะแนนเสียง

ยกตัวอย่างสโลแกนของพรรคกิจสังคม สมัยที่มี "พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชย์" เป็นหัวหน้าพรรค คิดคำคมจากอาการฉุนกึก หลังจาก นายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตัดสินใจยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใน 45 วัน เนื่องจากเตรียมตัวไม่ทัน พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์จึงคิดสโลแกนหาเสียงแบบเรียบง่ายแต่คมคายกินใจยิ่งนักด้วยข้อความว่า "ไม่มีเวลาคิด เลือกกิจสังคม" ข้อความง่ายๆ แต่ได้ใจความ และตามมาด้วยวลีเด็ดอย่าง คำว่า "กล้าพูด กล้าทำ และทำได้" "ทำได้ใจถึง ต้องคึกฤทธิ์"

ใจถึงแต่พึ่งได้หรือไม่นั้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง เช่นเดียวกับสโลแกนของนักการเมืองรุ่นเก๋าอย่าง "สมัคร สุนทรเวช" อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 สมัยที่หาเสียงในนามพรรคประชากรไทย อาสาเป็นผู้แทนในฐานะผู้รู้ว่า "บ้านเมืองมีปัญหาต้องแก้ไข พรรคประชากรไทยมีวิธี" ตามด้วยกลยุทธ์กลวิธีอีกยาวเหยียด

ส่วนพรรคที่คิดคำขวัญหาเสียงโดยการชูตัวนำ ชี้ตัวตาม ของพรรคเก่าแก่อย่าง "ประชาธิปัตย์" ใช้สโลแกนแซงหน้าตามหลัง เช่น "เศรษฐกิจนำการเมือง" "นำเศรษฐกิจให้พ้นภัย ทำประชาธิปไตยให้มั่นคง" และดัดแปลงคำให้น่าสนใจมากขึ้น จัดระเบียบก่อนหลังว่า "วาระประชาชน-ประชาชนต้องมาก่อน" โดยมีนายกฯรูปหล่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรค มาอ้อนวอนขอคะแนนเดินตามหลังประชาชน จนได้ใจประชาชนไปไม่น้อยทีเดียว

ขณะที่พรรค "ไทยรักไทย" นำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้คำมั่นด้วยการ "สัญญาว่า ไทยจะรวยใน 4 ปี" หลุดออกจากกรอบสโลแกนพัฒนาหันมา "คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อคนไทยทุกคน" เรียกว่าจี้ถูกจุด ไม่มีใครไม่อยากรวย แต่จะทำได้จริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งสรุปได้ว่าไม่มีใครไม่อยากรวยเทคะแนนให้ท่วมท้น

จนกระทั่งพรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ต้องงัดหมัดเด็ดออกมาคิดคำใหม่ คือ "ทวงคืนประเทศไทย" มาต่อสู้ แต่ก็สู้สโลแกนแบบแพคเกจต่อเนื่องของพรรคไทยรักไทยไม่ได้ โดยชูคำว่า "4 ปีสร้าง 4 ปีซ่อม" เป็นที่ถูกอกถูกใจคนรากหญ้า กวาดคะแนนไปอีกรอบ

ถือเป็นการช่วงชิงคะแนนเสียงระหว่างพรรคใหญ่ ที่คิดนโยบายประชานิยมและชาตินิยมมาปะทะกันอย่างดุเดือด จนพรรคเล็กอย่างชาติไทยของ "บรรหาร ศิลปอาชา" ต้องหลบไปคิดคำใหม่ มาการันตีคำพูดนักการเมืองด้วยสโลแกน "สัจนิยม สร้างสังคมให้สมดุล" เพราะเห็นว่าสัจจะเป็นเรื่องที่หายากเต็มที จึงดึงเอาเรื่องสัจจะวาจามาลุยศึกเลือกตั้งครั้งใหญ่ได้คะแนนไปพอสมควร

จากนั้นสโลแกนหาเสียงได้พลิกอีกครั้ง หลายพรรคการเมืองหันมาอิงสถาบัน ชูเป็นสโลแกนหลักในการขอคะแนนเสียง เมื่อครั้ง "สมัคร สุนทรเวช" ขึ้นเป็นแม่ทัพพรรคพลังประชาชน ที่ก่อตั้งขึ้นใหม่แทนพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบไป ได้นำสถาบันหลักของชาติมาขอคะแนนด้วยประโยคที่ว่า "เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยพลังประชาชน" เช่นเดียวกับ "พรรคเพื่อแผ่นดิน" ประกาศสโลแกนที่ว่า "สร้างชาติ ธำรงศาสน์ เพื่อราชบัลลังก์" แต่ปัจจุบันคณะกรรมการการเลือกตั้งออกกฎใหม่ห้ามอ้างสถาบันช่วยหาเสียง ซึ่งคงไม่มีใครกล้าหยิบขึ้นมาอีก เพราะกลัวถูกยุบพรรค

ข้อความหาเสียงมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ตามยุคสมัยและเหตุการณ์บ้านเมืองที่เปลี่ยนไป มาจนถึงการเลือกตั้งปี 2554 มีการจับคู่กันของพรรคเล็ก เกิดขึ้นหลายกลุ่ม หลายมุ้ง จากเดิมหาเสียงลำพัง หันมาผนึกกำลังกัน ดังคำพังเพยที่ว่า "รวมกันเราอยู่แยกหมู่เราตาย" จับคู่ประกาศนโยบาย เช่นเดียวกับ "พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน" เป็นการรวมตัวกันระหว่างพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาเดิมกับพรรคเพื่อแผ่นดิน รวมทั้ง ส.ส.ในกลุ่มของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมชาติพัฒนาและกลุ่ม 3 พี พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้แก่ นายพินิจ จารุสมบัติ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ใช้สโลแกน "รวมพลัง เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน" ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ และชูข้อความ คำคมว่า "หันหน้าเข้าหากัน สร้างสรรค์เศรษฐกิจสังคมไทย เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า" ซึ่งคล้ายกับสโลแกนของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี

ขณะที่พรรคภูมิใจไทยที่มี "นายเนวิน ชิดชอบ" แกนนำพรรค หันไปจับมือกับ "นายบรรหาร ศิลปอาชา" ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ภายใต้สโลแกน "จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน" คล้ายกับท่อนหนึ่งในเนื้อเพลงของ "เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย" ชื่อเพลงจับมือกันไว้ "...จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน เหมือนว่าไม่มีวัน จะพรากไป (พรากไป) ทำอะไร ได้ดังฝันใฝ่ ถ้าเราร่วมใจ จุดหมายที่ฝันกันไว้ ก็คงไม่เกินมือเรา..." และพรรคภูมิใจไทยยังมีสโลแกนส่วนตัวสู้ศึกครั้งนี้คือ "พูดแล้วทำ" เน้น 3 ท คือ เพิ่มทุน สร้างที่ มีทาง

สำหรับพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทย หรือกลุ่มพรรคพลังประชาชนเดิมที่ถูกยุบไปแล้วตั้งพรรคใหม่พร้อมกับสโลแกน "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" เพื่อชูภาพลักษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนจะเปลี่ยนใจใช้สโลแกน "ขอคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน อีกครั้ง" แทน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์งัดไม้เด็ดชูภาพลักษณ์นายกฯ ขอคะแนนแบบยกทีมโดยใช้สโลแกนว่า "เลือกอภิสิทธิ์ แก้วิกฤตชาติ เลือกประชาธิปัตย์ยกทีม" และ "เลือกนายกฯที่ซื่อสัตย์ เลือกประชาธิปัตย์ยกทีม" แต่ยังคงคอนเซ็ปท์เดิม หลังจัดระเบียบแถวก่อนหลัง ให้ประชาชนมาก่อน แล้วก็ชูแคมเปญ "เดินหน้าต่อไป ด้วยนโยบายเพื่อประชาชน"

ทางด้าน "เสี่ยอ่าง" "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ไม่น้อยหน้าพรรคใด หาเสียงด้วยการสารภาพรักผ่านป้าย พร้อมภาพถ่ายท่าทางขึงขัง จริงจัง เขียนข้อความซึ้งๆ "ฉันรักทุกคน" แต่ทุกคนจะรักตอบหรือไม่ ต้องรอดูคะแนนเสียงจากประชาชนว่าจะเลือก "เสี่ยหน้าเครียด" คนนี้เป็นผู้แทนฯมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต่างกับ "เทพไท เสนพงศ์" อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ นครศรีธรรมราช คิดสโลแกนอย่างมั่นใจในตัวเองว่า "รู้จักแล้วจะรักเอง" ชูป้ายหาเสียงก่อนจะได้ลงเลือกตั้งด้วยซ้ำไป

อีกหนึ่งพรรคที่ใช้คำขวัญคล้ายกับคำปฏิญาณของลูกเสือสามัญ เช่น "พรรคการเมืองใหม่" ชูสโลแกน "เสียสละ ซื่อสัตย์ กล้าหาญ ทำงานเป็น" ขณะที่ชายชาติทหารอย่างหัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหาร ปี 2549 "บิ๊กบัง-พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน" แม่ทัพพรรคมาตุภูมิ ที่หันมาเล่นการเมือง ภายใต้สโลแกน "กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง เพื่อประเทศไทย" แบบเดียวกับอดีตนายตำรวจอาสามารับใช้ประชาชน ในฐานะหัวหน้าพรรครักษ์สันติ "ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์" ใช้สโลแกน "ความสามัคคี ยินดีมีสุข ทุกที่เป็นธรรม นำชาติรุ่งเรือง"

ขอปิดท้ายด้วยสโลแกนของพรรคกิจสังคมที่มี "สุวิทย์ คุณกิตติ" เป็นประธานพรรค แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การเมืองจะกลับมารุนแรงนองเลือดอีกครั้ง จึงได้ชูแคมเปญ "ก้าวต่อไป ไม่เอาเลือด และความรุนแรง เลือกกิจสังคม"

หากนำสโลแกนของทุกพรรคการเมืองมาประติดประต่อกัน โดยที่ทุกพรรคปฏิบัติตามคำขวัญตอนหาเสียงครั้งได้เป็นรัฐบาล ป่านนี้ประเทศไทยคงเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟู แซงประเทศเพื่อนบ้านไปไกลโข ไม่ใช่ถดถอยลงแบบที่เป็นอยู่

ฉะนั้นอย่าปล่อยให้สโลแกนหาเสียงเป็นเพียงสัญญาปากเปล่า เป่าออกมาจากนักการเมือง เป็นเพียงสำนวนคมคาย แต่ทำไม่ได้จริง

ถึงเวลาที่ประชาชนต้องคิดให้จงหนัก ก่อนกากบาทเลือกผู้แทน


หน้า 20





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน