• อัตนัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-06-26
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 261766
  • ส่ง msg :
  • โหวต 58 คน
Working Mom
ณ ที่นี่ สถานีที่บอกเล่าเรื่องราว & ความรู้สึกต่างๆ เรื่องราวที่คนอื่นอาจไม่อยากรู้ ไม่อยากจะถาม แต่คุณแม่คนนี้อยากจะเล่า ^ ^
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jinnie061
วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม 2551
Posted by อัตนัย , ผู้อ่าน : 852 , 19:06:41 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สำหรับใครที่ท้อแท้ และคิดว่าชีวิตตัวเองมีปัญหา ลองมองดูเรื่องนี้แล้วเราจะรู้ว่า

ปัญหาของเราเล็กนิดเดียว  สิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้   การให้อภัย จะทำให้ใจเราเป็นสุข

 

   เธอ ชื่อ  ' คิม ฟุค '
(Kim Phuc is Her Name)
 แปลว่า 'ความสุขดุจทองคำ'
  (Golden Happiness)

เบื้องหน้าของ คิม ฟุค

เบื้องหลังของ คิม ฟุค


เบื้องหลังผ่าตัดแล้ว ๑๗ ครั้ง ขณะที่ลูกพี่ลูกน้อง ๒ คนตายเพราะ

ทนพิษบาดแผลไม่ไหว

เธอเกิดที่ Trang Bang  ตะวันตกเฉียงเหนือกรุงไซ่ง่อนในเวียตนามใต้

เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๖



เวลา  บ่าย ๒ โมง     วันที่  ๘ มิถุนายน ๒๕๑๕  ระเบิดไฟนาปาล์ม ๔ ลูก

ถูกทิ้งลงที่บ้านเธอ


ขณะนั้น คิม ฟุค มีอายุ ๙ ขวบ ระเบิดเพลิงตกใส่เธอ เธอถอดเสื้อผ้า

ที่ไฟกำลังลุกออกแต่ไฟยังคงไหม้บนตัวเธอ



ผู้คนช่วย ราดน้ำบนตัวเธอ   เพื่อดับไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่บนตัวเธอ  

จนเธอหมดสติไป

Huynh Cong (Nick) Ut ช่างภาพ ช่วยพาเธอส่งโรงพยาบาล

คอยให้กำลังใจ  และจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ



ภาพของเธอ  ที่ Nick Ut ถ่ายไว้  ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกและได้รับรางวัล Pulitzer ในปีถัดมาคือ พ.ศ. ๒๕๑๖

ด้วยรางวัลดังกล่าวช่วยเปลี่ยนชีวิตของเธอและ Nick Ut   แต่เธอต้องทนทุกข์ทรมานจากบาดแผลไฟไหม้กว่าครึ่งตัว  หมอศัลยกรรมพลาสติค  

Dr. Mark Gorney  จาก  San Francisco อาสาสมัครประจำอยู่ที่ โรงพยาบาลศัลยกรรมเด็ก Barksy ในกรุงไซ่ง่อนกล่าวว่า 'เธอไม่น่าจะอยู่รอดได้ ตอนแรกคางของเธอเชื่อมติดกับหน้าอกโดยเนื้อเยื่อจากแผลเป็นแขนซ้ายของเธอไหม้
จนถึงกระดูก'
 ด้วยความรักของแม่ที่คอยดูแลอยู่ข้างเตียง เธอค่อย ๆ ฟื้นตัวและตัดสินใจว่าโตขึ้นเธอจะเป็นหมอเหมือนผู้ที่ช่วยชีวิตเธอ  หลังจากรักษาตัวอยู่ ๒ ปีเธอจึงได้กลับบ้านและเวียตนามใต้ ก็ถูกปกครองโดยคอมมิวนิสต์ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘     ชื่อของกรุงไซ่ง่อนถูกเปลี่ยนเป็นโฮจิมินห์

๒๑ ปีต่อมา พ.ศ. ๒๕๓๙ คิม ฟุค ได้มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าชาวอเมริกัน ซึ่งเคยผ่านสมรภูมิเวียดนาม เธอได้รับเชิญให้มาพูด เนื่องในวันทหารผ่านศึก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

เธอได้มาเผชิญหน้ากับบุคคล    ซึ่งครั้งหนึ่งได้เคยมาทำลายบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ  ทำให้ญาติพี่น้องของเธอต้องตาย  และเกือบฆ่าเธอให้ตายไปด้วยนั้น  ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำใจได้ง่ายแต่เธอมาก็เพื่อจะบอกให้พวกเรารู้ว่า   สงครามนั้นได้ก่อความทุกข์ทรมานแก่ผู้คนอย่างไรบ้าง

คิม ฟุค เล่าถึงประสบการณ์อันเจ็บปวดของเธอแล้วเธอก็ได้เผยความใน
ใจว่ามีเรื่องหนึ่งที่เธออยากจะบอกต่อหน้านักบินที่ทิ้งระเบิดใส่หมู่บ้าน
ของเธอ

พูดมาถึงตรงนี้  ก็มีคนส่งข้อความมาบอกว่า  คนที่เธอต้องการพบ
กำลังนั่งอยู่ ในห้องประชุมนี้ เธอจึงเผยความในใจ  ออกมาว่า
'ฉันอยากบอกเขาว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้
แต่เราควรพยายามทำสิ่งดี ๆ   เพื่อส่งเสริมสันติภาพ ทั้งในปัจุบัน
และอนาคต'



เมื่อเธอบรรยายเสร็จ  ลงมาจากเวที  อดีตนักบินที่เกือบฆ่าเธอก็มายืนอยู่  เบื้องหน้าเธอ เขามิใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว  แต่เป็นศาสนาจารย์ประจำโบสถ์แห่งหนึ่ง

เขาพูด  ด้วยสีหน้าเจ็บปวด ว่า
'ผมขอโทษ ผมขอโทษจริงๆ'
 

คิม เข้าไป โอบกอดเขา   แล้วตอบว่า
'ไม่เป็นไร ฉันให้อภัย ฉันให้อภัย'

< U>



ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะให้อภัย      โดยเฉพาะกับคนที่ทำร้ายเรา
ปางตาย       คิมฟุคเล่าว่า  เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความทุกข์ทรมาน
แก่เธอทั้งกายและทั้งใจ     จนเธอเอง     ก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป
ได้อย่างไร



แต่แล้ว เธอก็พบว่า   สิ่งที่ทำร้ายเธอจริงๆ  มิใช่ใครที่ไหน                         หากได้แก่ความเกลียดชังที่ฝังแน่นในใจเธอนั่นเอง
 
 ' ฉันพบว่า   การบ่มเพาะความเกลียดเอาไว้  สามารถฆ่าฉันได้ ' 


เธอพยายามสวดมนต์  และแผ่เมตตาให้ศัตรู และแก่คนที่ก่อความทุกข์ให้เธอ 
แล้วเธอก็พบว่า      
'หัวใจฉันมีความอ่อนโยนมากขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้ฉันสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเกลียด' 

เราไม่อาจควบคุมกำกับผู้คน   ให้ทำดี  หรือไม่ทำชั่วกับเราได้  
แต่เราสามารถควบคุมกำกับจิตใจของเราได้

เราไม่อาจเลือกได้ว่า รอบตัวเราต้องมีแต่คนน่ารัก พูดจาอ่อนหวาน
แต่เรา สามารถเลือกได้ว่า  จะทำใจอย่างไร เมื่อประสบกับสิ่งไม่พึงปรารถนา


คิมฟุค ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองว่า
'ฉันน่าจะโกรธ แต่ฉันเลือกอีกทางหนึ่ง แล้วชีวิตฉันก็ดีขึ้น' 

บทเรียนของคิมฟุค  คือ
ในเมื่อเราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ เราจึงไม่ควรปักใจอยู่กับอดีต
แต่เราสามารถเรียนรู้จากอดีตเพื่อทำปัจจุบันและอนาคตให้ดีขึ้นได้



บทเรียนจากอดีตอย่างหนึ่งที่เธอได้เรียนรู้มาก็คือ  
การอยู่กับความโกรธ เกลียด และความขมขื่น นั้น
ทำให้เธอเห็นคุณค่าของการ ให้
อภัย.

ที่มา  :  Fordward Mail





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 07/10/2008 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

เธอมีจิตใจที่ประเสริฐ...น่านับถือมากๆ...เธอสามารถให้อภัยคนที่เคยเกือบทำลายชีวิตของเธอมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tawanna
เฒ่า..เล่าเรื่อง

อยากให้คนไทย โดยเฉพาะที่อยู่ฝ่ายพันธมิตรและรัฐบาล
ได้อ่านเรื่องดี ๆ อย่างนี้จังเลย
สุภาพสตรีที่เกือบสิ้นชีวิตเพราะภัยสงคราม
พบคนที่ทำให้เธอเกือบต้องเสียชีวิต
ยังให้อภัยด้วยใจอันประเสริฐ น่าสรรเสริญครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สายธาร วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour



+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

เดือนตุลากลับมาเยือนอีกแล้วครับ...อะไรจะเกิดขึ้น...มิอาจทราบได้...ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครับ...วีรชนคนตุลา........

http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy/2008/10/05/entry-1

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปู่สถิตย์ภูมิ วันที่ : 03/10/2008 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sathitpum

บทเรียนที่แสนเจ็บปวด
กับสงครามที่ใครกันเป็นคนก่อ
และยังคงสนับสนุนการก่อ...ต่อไป

เคารพครับ
อายุบวร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 03/10/2008 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

เป็นชีวิต ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน

ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

เธอแกร่งทั้งกายและใจ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]