• อัตนัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-06-26
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 261881
  • ส่ง msg :
  • โหวต 58 คน
Working Mom
ณ ที่นี่ สถานีที่บอกเล่าเรื่องราว & ความรู้สึกต่างๆ เรื่องราวที่คนอื่นอาจไม่อยากรู้ ไม่อยากจะถาม แต่คุณแม่คนนี้อยากจะเล่า ^ ^
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jinnie061
วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2552
Posted by อัตนัย , ผู้อ่าน : 1117 , 23:34:21 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

             

            เกริ่นนำ   ครั้งแรกตั้งใจจะรีบเขียนบทความนี้และโพสลงให้พี่ๆ น้องๆ ได้อ่านกันภายในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน 2552 (ไม่น่าจะเกินวันที่ศุกร์ที่ 4 เมษายน หรืออย่างช้าสุดๆ ไม่น่าเกินวันที่ 15 เมษายน) เพราะคิดว่าเรื่องแบบนี้ทิ้งนานไม่ดี  และถ้าไม่รีบนำมาลงให้ทุกๆ ท่านได้อ่านอาจไม่ทันกับสถานการณ์ หรือสภาวการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับน้องๆ บางคนในบริษัท แต่ท้ายที่สุดก็มีเหตุที่ทำให้เป็นการนำมาลงล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้มากจนกระทั่งผ่านไป 1 เดือนเศษ และก็มีพนักงานน้องๆ บางคนที่มีความอดทนแต่ความอดทนนั้นมีขีดจำกัด มีอันต้องแยกย้ายออกไป  เหตุผลส่วนตัวง่ายๆ ที่ทำให้นำมาลงล่าช้าเพราะ พอดีคุณแม่สามีซึ่งต้องบอกว่าตลอดระยะเวลาที่รู้จักท่านมาจนกระทั่งได้เป็นลูกสะไภ้ของท่านก็นับล่วงมาประมาณ 17 ปีเห็นจะได้ ตลอดระยะเวลาดังกล่าวท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงดีมาโดยตลอด จนกระทั่งอยู่ๆล้มป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตามที่เคยได้เขียนไว้ในตอนที่แล้ว มีชื่อตอนว่า "หัวใจสลาย ขอหลบไปพักใจชั่วคราว" (ตอนแรกกะหลบไปสักระยะ เพื่อทำธุระเรื่องของแม่สามีและครอบครัวให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่ แล้วในโอกาส  ถัดไปค่อยขอกลับมาเล่ารายละเอียดเพิ่มให้ฟังในภายหลัง)   

http://www.oknation.net/blog/jinnie061/2009/04/30/entry-1                                  

                  

 

 

ประเด็นที่จะกล่าวในตอนนี้เป็นเรื่องของความอดทน ซึ่งเข้าใจได้ว่าความอดทนของแต่ละบุคคลย่อมมีไม่เท่ากัน  และก็ไม่มีมาตรฐานใด หรือคงไม่มีใครตอบได้อย่างชัดเจนเช่นกันว่า อะไรที่จะนำมาวัดค่าของความอดทนของคนเรา ว่าได้อดทนไปแล้วเท่าไหร่ ถึงจะเรียกได้ว่าเราอดทนจนถึงขีดสุดๆ แล้ว  ก็ขอเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของเรื่องนี้เลยแล้วกัน

ด้วยกิจวัตรของพนักงานบริษัทแบบข้าพเจ้า ในช่วงเวลาเช้าของทุกวันทำงานก่อนเวลา น. คือการทานอาหารเช้า ก็คงเป็นเรื่องปกติอีกสำหรับคนที่โชคดีมีเวลาทานอาหารเช้ามาจากที่บ้าน หรือแวะทานระหว่างการเดินทาง  แต่สำหรับข้าพเจ้าและคนอื่นๆ รวมถึงอีกหลายๆ คนก็ใช้บริษัท เป็นที่ชุมนุมและตั้งวงเสวนากัน ก็ไม่ผิดนี่ค่ะ ที่บริษัทของเราจัดให้มีสวัสดิการห้อง canteen  ไว้ให้พวกเราได้เป็นที่พบปะ และทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน 

ทุกๆ เช้าก็เหมือเช่นเคย หลายคนทยอยเข้ามาทานอาหารเช้า บ้างดื่มกาแฟ บ้างอ่านหนังสือพิมพ์ และเปิดประเด็นสนทนากัน   ในขณะที่คุยกันอยู่นั้น บังเอิญมีพี่พนักงานท่านหนึ่งอ่านบทความ บทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์ แล้วพูดด้วยเสียงอันดังขึ้นว่า   “คนอดทนคือคนโชคดี”  ในวงสนทนาของพวกเราเลยเปิดประเด็นที่ว่า โชคดีอย่างไร อะไรที่เรียกว่าความโชคดี    ฯลฯ

บังเอิญคนที่เปิดประเด็นไม่ใช่ใคร ก็ข้าพเจ้าเองแหละ ต้องยอมรับโดยปริยาย   ที่ยอมรับนั้นเพราะแค่อยากจะบอกว่าโดยแท้จริงแล้ว ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่มีความอดทนค่อนข้างสูงถึงสูงมากที่สุด อันนี้ไม่ได้พูดเอง แต่ด้วยการันตีจากเพื่อนฝูงแล้วก็มิอาจจะปฏิเสธได้  หลังจากการเสวนาเสร็จสิ้น ข้าพเจ้าเห็นว่าบทความนี้ดี ก็อยากจะนำมาลงใน Blog เพื่อแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน แต่ในครั้งแรกไม่ได้คิดที่จะรีบร้อนนำมาเขียนในทันทีทันใด เพราะว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามี business trip (ตั้งแต่วันที่ 16-23 มี.ค.)  เป็นเหตุให้ไม่ได้เข้าบริษัทนานทั้งสัปดาห์    พอกลับเข้ามาก็มีเรื่องต้องสะสางมากมาย กะว่าจะใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุดพอเปิดงานมาหลังวันสงกรานต์ถึงจะโพสเรื่องนี้ให้เป็นกำลังใจกับเพื่อนๆ และน้องๆ กัน 

เหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนใจเขียนเพื่อที่จะได้โพสลง Blog ให้เร็วที่สุด ก็เพราะวันที่ 1 เมษายน 2552 ที่ผ่านมาไม่นาน ที่บริษัทของข้าพเจ้าได้มีการประกาศการเลื่อนตำแหน่งใหม่ รวมถึงเงินเดือนใหม่ และโบนัสที่พวกเราจะได้เพิ่มกันในช่วงทุกสิ้นเดือนเมษายนของทุกปี ตามธรรมเนียมของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น หลังจากที่ HR ส่ง mail ประกาศก็มีหลายบรรยากาศคละเคล้ากัน บ้างสมหวัง บ้างเกินความคาดหมาย บ้างหดหู่ ฯลฯ  (คนที่ใหญ่ที่สุดของแต่ละฝ่ายจะเรียกพนักงานทุกคนเข้าไปรับฟังผลการสรุปและรับซองประกาศผลงานของตนเองทีละคน) สำหรับข้าพเจ้าเองก็คงรู้สึกไม่แตกต่างไปจากหลายๆ คนที่คิดว่าเราได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดและผลงานทั้งของเรารวมถึงทีมงานก็เป็นที่โดดเด่น ไม่เพียงแค่เฉพาะในปีนี้ แต่ถ้าดูโดยรวมนับย้อนหลังไปไม่ต่ำกว่า 3 ปี เราก็ทำได้ไม่แพ้ใคร และที่สำคัญผลงานยังเพิ่มขึ้นในแต่ละปี  แต่สิงที่เราได้รับตอนแทนในปีนี้ไม่ได้มากมายเท่าที่เราคาดหวังไว้     แต่ในฐานะที่เป็นหัวหน้าของน้องๆ อีกหลายคน (ถึงแม้อายุตัวจะไม่ได้มากมายเท่าอายุของหน้าตา ตามที่เพื่อนๆ แซวก็ตาม ก็ไม่อายที่จะบอกว่าผ่านมา 35 หนาวแล้ว) ก็เลยมีแรงบันดาลใจให้รีบนำบทความนี้มาลงโดยด่วน   อยากให้น้องๆ หรือท่านอื่นๆ ที่แวะมาเยี่ยมชมได้มีโอกาสอ่านสิ่งดีๆ ดังต่อไปนี้  และอยากให้อ่านอย่างละเอียด โดยคิดตามไปด้วย    ก็เกริ่นชักแม่น้ำมากกว่า 5 สายมาก็เยอะแล้ว ก่อนอื่นต้องขออนุญาตและขอขอบคุณล่วงหน้าในการที่จะขอแชร์บทความดีๆ พร้อมแง่คิดของท่านตามนี้

บทความนี้คัดมาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7490 ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 26 มี.ค.52 หน้า 28  คอลัมภ์ “Success, Leadership & Other fun Stories”  โดยคุณบัณฑิต อึ้งรังษี     (คงไม่มีใครปฎิเสธที่จะไม่รู้จักกับอัจฉริยะท่านนี้กันนะค่ะ)  บทความของท่านมีดังนี้  : 

 

Rule : คนอดทนคือคนโชคดี

(จากหนังสือกฏแห่งความโชคดี) 

             ในการที่จะได้สิ่งที่ต้องการ สิ่งหนึ่งที่เราลืมตระหนักไปก็คือว่า บางครั้ง เราไม่สามารถได้ในสิ่งที่เราต้องการ ในเวลาที่เราอยากจะได้ บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ในการจะได้สิ่งที่ต้องการคือ   รอ ! 

 

            นั่นคือ รอเวลาที่เหมะสม 

แล้วทำงานอย่างอื่นไปก่อน หรือตามความผันอื่น ที่ทำให้คุณมีความสุขและเกิดแรงบันดาลใจ  (เหตุผลนี้ ทำให้ผมมีความฝันหลายอย่างในเวลาเดียวกัน *  เพราะเรียนรู้จากประสบการณ์ว่า ความฝันบางอย่าง เราจำเป็นต้องปล่อยวางไปสักพัก เพราะยังไม่ถึงเวลาของมัน)

         นั่นไม่ได้หมายความว่าเราขี้เกียจ รอปาฎิหาริย์ หรือรอโชค แต่บางครั้งเราสู้สุดฤทธิ์แล้ว พยายามทุกวิถีทางแล้ว มันก็ยังไม่สำเร็จสักที มองไม่เห็น “แสงสว่างปลายอุโมงค์” เลย

         หมายความว่า ยังไม่ถึงเวลาของมัน เราต้องใช้ ความอดทน มากหน่อย ถ้าเวลาไม่เหมาะสม บางสิ่งที่คุณได้ไปก็ไม่มีประโยขน์

         ถ้าคุณได้ตำแหน่งที่สูง ในเวลาที่คุณยังไม่พร้อม หรือมี “กับดัก” ล่ออยู่ แต่คุณไม่ทราบ ในตอนนั้น มีหลายครั้ง ที่ผมพลาดตำแหน่งที่ต้องการให้กับคนอื่นไป 

         ตอนแรกก็รู้สึกเสียใจ แต่พอเห็นเขาต้องออกจากงานนั้นภายในเวลาอันสั้น เพราะสถานการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเขา เช่น  นักดนตรีสไตรค์ เป็นเวลาหลายๆ เดือน

         ออร์เคสตราล้มละลาย หรือเขาทะเลาะกับเจ้านายทำงานด้วยกันยาก ทำให้ผมรู้สึก “โชคดี” ที่ไม่ได้งานนั้น และก็รู้สึกว่า จริงๆ แล้ว ความอดทนก็มีค่าในตัวของมันเอง

         คนที่ “ร้อนรน” ไม่มีความอดทน โกรธ หมดหวัง จะดึงดูด “โชคดี” เข้ามาหาไม่ได้ ไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้ หรืออยากจะช่วย คนที่ทำตัว “สบายๆ” น่าคบ ยิ้มแย้มแจ่มใส อดทน

         ทำให้คนอื่นสบายใจเมื่ออยู่ใกล้ หรือทำธุรกิจด้วย สามารถที่จะมีโชคมากกว่า เพราะว่า “โชคดีของคุณ จะมาจากผู้อื่น”

         มีหลายคนที่ไม่เข้าใจดีเรื่อง กฎแห่งแรงดึงดูด ก็จะบ่นว่า ทำตามที่หนังสือบอกแล้ว แต่ไม่เห็นได้รับเลย 

         บางครั้งสิ่งที่เราต้องการ จะไม่เกิดขึ้นในเวลาที่เราต้องการ แต่พอเรา “ไม่สนใจ” มันไปสักพัก ไปทำอย่างอื่นที่น่าสนใจและให้แรงบันดาลใจกับเรามากกว่าในตอนนั้น สิ่งที่เราต้องการกลับวิ่งเข้ามาหาเราเองโดยไม่รู้ตัว 

                มีคนเคยถามแฮริสัน ฟอร์ดว่า ทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้ เขาตอบว่า “ ความอดทน” ทั้งอธิบายต่อว่า “ในวงการณฮอลลีวูด มีนักแสดงหลายคนที่อยากจะมีชื่อเสียง บางคนก็ล้มเลิกไปกลางคัน เพราะมองไม่เห็น “แสงสว่างปลายอุโมงค์” ผมไม่ได้วิเศษอะไร เพียงแต่ผมเป็น คนสุดท้ายที่ยืนอยู ในเวลาที่คนอื่นเขาเลิกกันไปหมดแล้ว” 

           มร.ฟอร์ด มีงานอดิเรกที่เขารักคือ การเป็นช่างไม้ เมื่อเขาสอบคัดเลือกตก เขาก็ไปทำงานที่เขารักต่อ ไม่เดือดร้อนกับมันมากมายนัก ถึงเวลาก็ไปสอบใหม่      

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 *  TIP จากบัณฑิต      

            ทัศนคติที่ “ไม่ยินดียินร้าย” กับผลลัพธ์มากนัก จะช่วยให้คุณทำงานได้นาน เพราะคุณต้องเข้าใจว่า

            บางอย่าง แค่ทำไปเรื่อยๆ อาศัยความอดทน ความสำเร็จ ก็หนีไปไม่พ้น แต่ถ้าคุณไป “ร้อนรน”  กับมันมากเกินไป

            ไม่รู้จัก “ปล่อยวาง” บ้างในบางครั้ง จะเป็นเหตุผลให้คุณไม่ได้มันมา สิ่งนี้ในนักปรัชญาชื่อดังในอเมริกาอย่าง ดีพาค โชปรา (Deepak Chopra) เรียกว่า “ The Law of Detachment” 

 

 

 

 

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปู่สถิตย์ภูมิ วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sathitpum

แสดงความเสียใจย้อนหลังด้วยนะครับพี่
หวังว่าคงสบายดีนะครับ

ขอบคุณครับที่เกิดเดือนแล้วกัน
ขอบคุณสำหรับการอวยพรครับ



อายุบวร

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อัตนัย วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jinnie061
 

สวัสดีค่ะ คุณอารดากลับถึงบ้านหรือยังค่ะ
อัตนัย ยังนั่งอยู่ที่ office อยู่เลย ง่วนกับการ
เตรียมงานในเช้าวันรุ่งขึ้น แอบเบื่อๆ เลยแวะมาทักทาย
ทำงานไม่ทันค่ะ เดี๋ยวประชุม ไปข้างนอก
สัมภาษณ์พนักงานใหม่ สอนงานเด็กใหม่ (ใหม่ซิงๆ)
ช่วงนี้ภาวะคนว่างงานเยอะ แต่คนที่ต้องการ
ก็ยังหายากอยู่ค่ะ พอมีใครมีประสบการณ์พอแนะนำ
ให้ได้บ้างหรือเปล่าค่ะ
เหนื่อยแต่ไม่ท้อค่ะ สู้เพื่อลูก!!!

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
workingwomen วันที่ : 14/05/2009 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arada


แวะมาเยี่ยมค่ะ คิดถึง

งานยุ่งไหมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธนเดชจตุคามฯ วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 01.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanadech
.."ปัญญาสมาธิ..ย่อมพึงมีอยู่ในตน..ของเหล่าบัณฑิตชนเสมอ?"..


..เป็นเรื่องราวที่ดี..และโชคดีที่ได้อ่าน..
..ฝันดีครับ..คุณอัตนัย..


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
workingwomen วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 00.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arada

เป็นเรื่องราวที่ดีมากๆค่ะ

ยินดีนะค่ะที่ได้รับมิตรภาพที่งดงาม

จะคอยดูแลต้นมิตรภาพต้นนี้ให้สวยงามตลอดไปค่ะ

จากใจ

อารดา ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]