• jintavaree
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jintavaree@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 51877
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
jintavaree
การบริหารจัดการท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jintavaree
วันพฤหัสบดี ที่ 14 มิถุนายน 2550
Posted by jintavaree , ผู้อ่าน : 3266 , 15:00:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                     พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน กุญแจที่ใช้ไขประตูไปสู่       
                         การกระจายอำนาจในการบริหารจัดการท้องถิ่น
        

เป็นระยะเวลา ประมาณเกลือบๆ 1 อาทิตย์มาแล้ว ที่กระแสข่าวทั้งในหน้าหนังสือพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ทีวี ต่างๆ ได้นำเสนอมุมมอง ทัศนะของหลายๆภาคส่วน ต่อประเด็นของ ร่างพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. .... ท่ามกลางความขัดแย้งในแนวคิดจากสองส่วนใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดในส่วนของ กระทรวงมหาดไท (มท.) ที่เสนอความคิดที่แตกต่าง ผ่านรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อ.ป.ท.) กับ แนวคิดของทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผ่านมุมมองในการนำเสนอของตัวแทนของตัวแทนผู้นำองค์กรชุมชนรวมถึงองค์กรชาวบ้านที่มีรูปแบบการทำงานเคลื่อนไหวทางสังคมในรูปแบบต่างๆ
เมื่อย้อนมองกับมาต่อแนวทางในการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการท้องถิ่น ก็จะพบว่ามุมมอง ข้อคิดเห็นต่างๆที่ปรากฏมานั้นเป็นการแสดงทัศนะ     วิวาทะมิติทางโครงสร้างอำนาจ ไม่ว่าจะเป็น การอธิบายถึงความยุ่งยาก ทับซ้อน ในการปกครองในระดับท้องถิ่น การแทรกแซงบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ในขณะที่องค์กรชุมชน ผู้นำชาวบ้าน ได้อธิบายแนวคิด วิวาทะในการนำเสนอทางเลือก กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่น การวางแผนพัฒนาท้องถิ่น การหนุนเสริมการทำงานในรูปแบบภาคีท้องถิ่น ผ่านแนวทางประชาธิปไตยทางตรง หรือประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม
จากบทเรียนและประสบการณ์ของผมและเพื่อนๆอีกหลายคนที่มีโอกาสเข้าไปเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล คณะกรรมการพัฒนาตำบล หรือ ตำแหน่งในฝ่ายบริหารไม่ว่าจะเป็น นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล รวมไปถึงเป็นตัวแทนประชาคมหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ หรือแม้กระทั้ง ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นตัวแทนของชาวบ้านที่ผ่านกลไกการเลือกตั้ง หรือประชาธิปไตยแบบตัวแทน และได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเล็กๆเพื่อเป็นกลไกการทำงานในการตอบสนองแนวทางในการแก้ไขปัญหาของชุมชน เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิเคราะห์การทำงาน ปรากฏการณ์ เงือนไข ข้อจำกัดที่ค้นพบในการการบริหารจัดการและการปกครองท้องถิ่น
 สิ่งที่ทางเครือข่ายได้ค้นพบจากการแลกเปลี่ยนพูดคุย จัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูล การสัมภาษณ์ กระบวนการกลุ่มย่อยต่างๆนั้น พบว่าถึงแม้ทิศทาง/แนวทางในการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการท้องถิ่น และการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะปรากฏอยู่บ้างในเชิงของโครงสร้างรูปแบบตามกฎหมาย
 แต่ทว่าในแง่ของความจริงที่ปรากฏ ในการบริหารจัดการและการปกครองท้องถิ่น รวมถึงการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลับมีเงือนไข ข้อจำกัด ความซับซ้อนในหลายๆประการด้วยกัน เช่น
ประการที่ 1.  ความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการท้องถิ่น ได้ถูกกำกับจากทิศทางของกระทรวงมหาดไทยโดยการสร้างเงือนไขทางกฎหมาย โดยออกพระราชบัญญัติต่างๆขึ้นมากำกับและควบคุม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น
 @ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537 แก้ไข ปี 2546        ในส่วนที่ ๕ ว่าด้วย “การกำกับดูแลองค์การบริหารส่วนตำบล”
“มาตรา ๙๐ ให้นายอำเภอมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ขององค์การ
บริหารส่วนตำบลให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของทางราชการ
ในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอตามวรรคหนึ่ง ให้นายอำเภอมีอำนาจเรียกสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล พนักงานส่วนตำบล และลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลมาชี้แจงหรือสอบสวน ตลอดจนเรียกรายงานและเอกสารใดๆ จากองค์การบริหารส่วนตำบลมาตรวจสอบก็ได้
เมื่อนายอำเภอเห็นว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบลผู้ใดปฏิบัติการในทางที่อาจเป็นการเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเสียหายแก่ราชการและนายอำเภอได้ชี้แจงแนะนำตักเตือนแล้วไม่ปฏิบัติตาม ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนที่จะรอช้ามิได้ให้นายอำเภอมีอำนาจออกคำสั่งระงับการปฏิบัติราชการของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไว้ตามที่เห็นสมควร
ได้ แล้วให้รีบรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดทราบภายในสิบห้าวันเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควรโดยเร็ว การกระทำของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่ฝ่าฝืนคำสั่งของนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีตามวรรคสาม ไม่มีผลผูกพันองค์การบริหารส่วนตำบล”
“มาตรา ๙๑ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วน
ตำบลหรือประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม นายอำเภอจะรายงานเสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบลก็ได้
เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่งหรือกรณีอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและให้แสดงเหตุผลไว้ในคำสั่งด้วยเมื่อมีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหรือถือว่ามีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นใหม่”
จะเห็นว่าแค่เฉพาะในมาตราที่ ๙๐ และ ๙๑ ของพ.ร.บ. นี้ ได้ให้อำนาจแฝงไปอยู่ที่อำนาจของการบริหารราชการส่วนภูมิภาค เช่น อำเภอ จังหวัด ในการควบคุม กำกับ บังคับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีลักษณะความสำคัญในแง่ของจิตวิทยาในท้องถิ่นที่ให้อำนาจชี้ขาด หรือให้คุณ ให้โทษได้ถ้าไม่ได้ตอบสนองอำนาจและความต้องการของผู้มีอำนาจ หรือภาษาที่ใช้ในวงการคือ “การขอความร่วมมือ”

ทั้งๆที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่ภายใต้แนวทางการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น (องค์การบริหารบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล กรุงเทพ และ พัทยา) ในมาตรา ๔๓ แห่ง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537 แก้ไข ปี 2546 ได้กล่าวไว้ว่า “องค์การบริหารส่วนตำบลมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น”และ เมื่อพิจารณาถึงการตั้งจัดองค์การบริหารส่วนตำบล ตามมาตราที่ ๔๑ จัตวา แห่ง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537 แก้ไข ปี 2546 “ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการประกาศยุบสภาตำบลทั้งหมดและองค์การบริหารส่วนตำบลใดที่มีจำนวนประชากรไม่ถึงสองพันคน โดยให้รวมพื้นที่เข้ากับองค์การบริหารส่วนตำบลอื่นหรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกันภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุดังกล่าว
การรวมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ใดตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตตำบลนั้น”
ฉะนั้น จะเห็นได้ว่ากว่าที่จะจัดตั้ง เปลี่ยนสถานะจากสภาตำบลมาเป็น องค์การบริหารส่วนตำบลได้นั้น จะต้องใช้มติ ความเห็นชอบจากประชาชน องค์กรชุมชน ในตำบลนั้นๆ แต่ เมือมาวิเคราะห์ การควบคุม จัดการ หรือ แม้แต่ยุบองค์การบริหารส่วนตำบล ก็ไม่ปรากฏว่ามีกลไกของชุมชนในกระบวนการดังกล่าวเลย
ประการที่ 2. เมือมองประเด็นในช่องทางในการในการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนา ภายใต้ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537 แก้ไข ปี 2546    ในมาตรา ๖๙/๑ การปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล การจัดทำงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบ การประเมนิ ผลการปฏิบัติงาน และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการนั้น และหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
 จากเนื้อหาดังกล่าวนั้น ทำให้กระบวนการทำงานขององค์กรชุมชน เสมือนว่าได้มีพื้นที่ในการเข้าไปหนุนเสริมกระบวนการในการทำงาน และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่นแล้ว ความจริงที่พบคือ “ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการนั้น และหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด”   สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยใช้มาเป็นระเบียบตามมาตรา ที่ ๖๙/๑ คือ   @ระเบียบมหาดไทย “ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘” ชื่อระเบียบ ก็บอกชัดเจนแล้วว่าเป็น ระเบียบมหาดไทย ไม่ใช้ระเบียบที่มาจากการกำหนดเองของท้องถิ่น ในเนื้อหาระเบียบดังกล่าวนี้ได้ให้ความสำคัญใน 3 ประเด็นด้วยกัน คือ
 1) โครงสร้างคณะกรรมการที่จำแนกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
  -คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น เป็นโครงสร้างที่มีมาจากการคัดเลือกโดยมาจากนายยกองค์การบริหารส่วนตำบลเสนอ จากการคัดสรรภายในสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล มาจากการผู้ทรงคุณวุฒิ และตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาคม ทำหน้าที่กำหนดแนวทางในการพัฒนาท้องถิ่น ดูแผนงานกิจรรมให้สอดคล้องกับนโยบาย
 
 -คณะกรรมการสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น จะเป็นเจ้าหน้าที่ในองค์การบริหารส่วนตำบล เช่น ปลัด อ.บ.ต. เจ้าหน้าที่การคลัง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ทำหน้าที่รวบรวมแผนจากเวทีประชาคมในหมู่บ้าน ตำบล
 - คณะกรรมการติดตามประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น มาจากการเสนอของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล  มาจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และตัวแทนจ้าหน้าที่ในองค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงตัวแทนประชาคม ทำหน้าที่ กำหนดแนวทางการประเมินผล ติดตามประเมินผล และรายงานต่อผู้บริหาร สภา และ ประชาชน
ดังนั้นประเด็นต่อโครงสร้างคณะกรรมการเหล่านี้ก็จะพบว่าสัดส่วนขององค์กรชาวบ้านในการเข้าไปจัดทำแผนในระดับท้องถิ่นแทบไม่มีช่องว่างให้กลไกองค์กรชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วม หนุนเสริม ติดตามเลย             
2) คำนิยาม“แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา”  หมายความว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กำหนด ยุทธศาสตร์ และแนวทางการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแสดงถึง
วิสัยทัศน์พันธกิจและจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาในอนาคตโดยสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด อำเภอ และแผนชุมชน
ดังนั้น นิยามของแผนฯ จึงมุ่งเน้นที่การยึดเอาแผนยุทธ์ศาสตร์ในระดับนโยบายและระดับจังหวัดมาเป็นแม่แบบในการวางแผนพัฒนาตำบลโดยไม่สอดคล้องกับเงือนไข บริบท วัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลายในแต่ละตำบล
3) กระบวนการจัดทำแผน มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในมิติประชาคม ในระยะหลังประชาคมกลับกลายเป็นเงือนไขที่ถูกกำกับโดยกระทรวงมหาดไทย มิได้มีความหมายในการเป็นเวทีกลไกการทำงานที่เป็นลักษณะการมีส่วนร่วม แต่กลับกลายเป็นลักษณะปัจเจกบุคคลที่ทำหน้าที่ สอง ลักษณะ คือ 1.เปิดซอง ประมูลโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตรวจรับการจ้าง คล้ายๆกับกับเป็นตรายางประทับ ให้กับการจัดจ้างในโครงการต่างๆ และ2. เป็นการตรวจสอบ ถ่วงดุลอำนาจ ความขัดแย้งในท้องถิ่น  
ดังนั้นกลไกเวทีประชาคมจึงมีข้อจำกัดและเนื้อหา การมีส่วนร่วมของประชาคมก็มีแค่ในขั้นตอนแรก คือ เสนอปัญหาความต้องการว่าจะเอาอะไร เท่านั้น  แต่กระบวนการในการจัดทำแผน จำเป็นต้องมีกระบวนการมีส่วนร่วมมากกว่า ทั้งการวิเคราะห์ ทบทวน ต้นทุน เชื่อมโยงกระบวนการทำงาน ฯลฯ

@ พ.ร.บ.  การกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจ พ.ศ. 2542 ได้ให้น้ำหนักเนื้อหาในการกระจายอำนาจในประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี รายได้ในท้องถิ่น และมุ่งเน้นที่ถ่ายโอนภารกิจให้กับท้องถิ่น โดยต้องถ่ายโอนภารกิจทั้งหมด 250 ภารกิจให้แล้วเสร็จ ในปี พ.ศ.2550 ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตกอยู่ในสภาวะที่ตั้งตัวเพื่อรองรับการถ่ายโอนภารกิจต่างๆไม่ทันและขาดประสิทธิภาพ ในขณะที่แผนกระจายอำนาจดังกล่าวฯไม่ได้มุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการรองรับทิศทางการกระจายอำนาจเลย

ในขณะที่การจัดสรรงบประมาณรายได้ ที่ทางรัฐบาลต้องให้เงินอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 35 % ในปี 2549 (ตามพรบ.กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจ) แต่ในที่สุดกลับเหลือเพียงแค่ 24.1% (ปี 2549) เท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับแก้แนวทางของแผนขั้นตอนการกระจายในด้านงบประมาณโดยที่รัฐจะต้องอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไว้ที่ 35 % แต่รัฐบาลชุดนี้ก็ไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการให้เงินอุดหนุนให้ชัดเจน
ประการที่ 3.ความบอบช้ำจากการถูกแทรกแซง จากการเมืองในระดับภูมิภาค ชาติ กลุ่มทุนทั้งในระดับท้องถิ่น การเมืองจากส่วนกลาง นักการเมือง ได้เข้ามาแทรกแซง ควบคุมกลไกภายในขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการส่งผู้แทนของตนเองลงสมัครรับเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น หรือการสร้างระบบอุปถัมภ์แบบใหม่ขึ้นมา เพื่อรองรับและแสวงหาผลประโยชน์เพื่อกลุ่มทุนของตนเอง
 
จากประเด็นที่วิเคราะห์ดังกล่าวนั้นเองทำให้เห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้า คลายไม่ออก ความพยายามในการปลดล็อก ปลดปล่อยตนเอง เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอิสระ( Autonomy) ในการบริหาร จัดการ ทั้งการตัดสินใจ การจัดการงบประมาณ การมีศักดิศรีเป็นของตนเอง ก็เป็นเรื่องยากที่จะผลักดัน เปลี่ยนแปลงต่อสู้กับระบบมหาดไทย ในขณะที่ แนวทางในการต่ออายุให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ถึง 60 ปี ก็เกิดความขัดแย้งระหว่าง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการล้ำเส้นบทบาท หน้าที่ การช่วงชิงการนำ  ในระดับพื้นที่ ที่เป็นลักษณะโครงสร้างความสัมพันธ์ทางอำนาจในท้องถิ่น ก็ปรากฏอยู่เสมอๆ
 เมือเป็นเช่นนั้นแล้วทิศทางการกระจายอำนาจในการปกครองท้องถิ่น      ( Local Government) รวมถึง บริหารจัดการท้องถิ่น (Local Governance) จึงมิได้มุ่งเน้นเฉพาะทางใดทางหนึ่งในการกระจายอำนาจเท่านั้น แต่หากต้องกระจายไปสู่ภาคส่วนต่างๆในสังคม ชุมชน ในการกำหนดชะตากรรมของท้องถิ่นร่วมกันด้วย เช่น การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิชุมชน การจัดการระบบน้ำและเหมืองฝาย
ในขณะที่แนวทางการผลักดันการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนในส่วนต่างๆก็ได้พยายามที่จะเสนอแนวคิดผ่านในรูปแบบของ ร่างพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน..... ซึ่งมีหลักคิด ที่มองว่า ชุมชนเป็นสังคมฐานรากที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  มีวิถีชีวิต วัฒนธรรมแตกต่างหลากหลายตามภูมินิเวศน์ การพัฒนาประเทศที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชุมชนอ่อนแอ ประสบปัญหาความยากจน  เกิดปัญหาสังคมมากขึ้น  ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของชุมชนถูกทำลายจนเสื่อมโทรม เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสร้างระบอบประชาธิปไตย และประชาชนให้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นตามความหลากหลายของวิถีชีวิต วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่น สนับสนุนให้ชุมชนและประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาตำบล แผนพัฒนาจังหวัด  และแผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจในระดับประเทศบทเรียนจากกระบวนการทำงานร่วมกับท้องถิ่น และที่สำคัญจะเป็นแนวทางในการทำงานร่วมกันในระดับพื้นที่ได้อย่างสอดคล้องและมีประสิทธิภาพ
ในมาตราที่ ๑๙ ของร่าง พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ... นี้เองได้อธิบาย บทบาทหน้าที่ของ สภาองค์กรชุมชนในระดับตำบล ว่ามีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
 (๑) ส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของชุมชนและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
              (๒) เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาตำบล เพื่อพัฒนาท้องถิ่น
      (๓) ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองรวมทั้งการจัดทำบริการสาธารณะของหน่วยงานของรัฐ  หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต  การเมืองและสิ่งแวดล้อม
 (๔) จัดให้มีเวทีสมัชชาชุมชนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้ความคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่มีผลหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ทั้งนี้ ให้หน่วยงานภาครัฐซึ่งเป็นผู้ดำเนินการหรือเป็นผู้อนุญาตให้ภาคเอกชนดำเนินการต้องนำความเห็นดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วย 
 (๕) ส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรชุมชนในตำบลเกิดความเข้มแข็งจนสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน
 (๖) ประสานและร่วมมือกับสภาองค์กรชุมชนตำบลอื่น สภาองค์กรชุมชนจังหวัด และสภาองค์กรชุมชนแห่งชาติ
 (๗) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่ดำเนินการอยู่ในตำบล รวมทั้งตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 (๘) วางระเบียบและข้อบังคับในการดำเนินกิจการของสภาองค์กรชุมชนตำบล
           (๙) จัดทำรายงานประจำปีของสภาองค์กรชุมชนตำบล รวมถึงสถานการณ์ชุมชนตำบลด้านต่างๆ  เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบ
           (๑๐) เสนอรายชื่อสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลให้เป็นสมาชิกสภาองค์กรชุมชนจังหวัด จำนวนไม่เกินสองคน
 (๑๑) ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่สภาองค์กรชุมชนแห่งชาติ และสภาองค์กรชุมชนจังหวัดมอบหมาย

จะเห็นได้ว่า ทั้ง ๑๑ ประการ ที่เป็นบทบาทหน้าที่ของสภาองค์กรชุมชน มีลักษณะการเข้าไปหนุนเสริมกระบวนการทำงานในระดับท้องถิ่น ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้อย่างมีเหตุ มีผล และไม่มีลักษณะการจัดการเชิงอำนาจ ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ในทางกลับกัน ร่างพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ…...นี้เองจะเป็นโอกาสที่จะนำไปสู่การปลดล็อก อีกแบบหนึ่ง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีอิสระในบริหารจัดการตนเอง การวางแผนพัฒนาในระดับท้องถิ่น/ตำบล การสร้างกลไกภาคีในการจัดการท้องถิ่นนอกเหนือไปจากความพยายามในการผลักดัน ปฎิรูป แก้ไข กฎหมายลูกที่เป็นอุปสรรคกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ดังนั้น กุญแจ ดอกนี้ จึงมีความหมายและความสำคัญต่อท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นอย่างมาก ในการเปิดประตูไปสู่เส้นทางการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการท้องถิ่น อย่างมีส่วนร่วม






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 04/07/2007 เวลา : 08.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

manila is butiefull girl

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

เอา สภาสอพลอ ต่อก็แล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นารถ_บูรพา วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

เชิญร่วมโหวต หัวข้อ "คุณชอบการปกครองแบบใดมากกว่ากัน?"

ในบล็อก http://www.oknation.net/blog/dinhinzai

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]