• jintavaree
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jintavaree@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 52476
  • ส่ง msg :
  • โหวต 13 คน
jintavaree
การบริหารจัดการท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/jintavaree
วันอังคาร ที่ 28 สิงหาคม 2550
Posted by jintavaree , ผู้อ่าน : 2720 , 16:09:26 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


“การผลักดันแนวทางในการกระจายอำนาจจากรัฐส่วนกลาง

ไปสู่การบริหารจัดการท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมในประเทศฟิลิปปินส์”

ตอนที่ 1 ทัศนะและ มุมมอง ต่อ พัฒนาการ บริบททางการเมืองและแนวทางของกฎหมายปกครองท้องถิ่น           (Local Government Code 1991)
    
               โอฬาร  อ่องฬะ
              Api-Fellowships Thailand 2007
             และคณะทำงานศึกษาแนวทางการ
                 กระจายอำนาจในการบริหารจัดการ    ท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม


                   ในปี 1986 อาจถือได้ว่าเป็นการสิ้นสุดการปกครองภายใต้การควบคุมของเผด็จการมาคอส ( Marcos Dictatorship )  ความบอบซ้ำที่เกิดขึ้นเกลือบ 15 ปีจากการรวมศูนย์อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ การผูกขาดระบบเศษฐกิจ การเมือง สังคม การกอบโกย ตักตวง ผลประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศชาติ ที่มิได้ตอบสนองการเติบโต การพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันประเทศ ในทางกลับกัน ผลประโยชน์เหล่านั้นกลับเกื้อหนุนให้เฉพาะตระกูล เครือญาติ( Clan)ของตนเอง ส่งผลทำให้ความขัดแย้งและเกิดช่องว่างระหว่างกลุ่มชนชั้นนำ(Elite Class) กับประชาชนทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น อย่างมาก จนนำไปสู่การต่อสู้อย่างต่อเนื่องร่วมกันระหว่างคนรวยที่สูญเสียผลประโยชน์ ชาวบ้านที่ยากจน สื่อมวลชนที่ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ กลุ่มประชาสังคมก้าวหน้า  องค์กรพัฒนาเอกชน หลายๆต่อหลายครั้ง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศษฐกิจ สังคม ที่มีความเป็นธรรม และกระจายอำนาจจากการรวมศูนย์ผูกขาดอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ ในขณะที่รัฐบาลมาคอส เองก็ได้ใช้อำนาจ ความรุนแรง ทหาร รวมถึงกฎหมาย ในการต่อสู้กับมวลชนอย่างเข็มข้น เช่นการใช้ทหารสลายการชุมชน การประกาศกฎอัยการศึก   ( Martial law) เพื่อทำลายรูปแบบการชุมชน หรือใช้ในการเลือกตั้งเพื่อให้ตนเองได้เข้ามาบริหารประเทศอีกครั้ง การต่อสู้เริ่มแผ่ขยายตัวออกไปกว้างขวางมากขึ้น จนนำไปสู่คลื่นมวลชนขนาดใหญ่นับล้านๆชีวิตที่ถาโถมเข้าร่วมการชุมชุมครั้งประวัติศาสตร์ ที่คนฟิลิปปินส์เรียกว่า EDSA Revolution  หรือการปฎิวัติ เอ็ดซ่า
EDSA Revolution ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบเผด็จการทหารที่ทรงพลังมากที่สุด ไปสู่แนวทางแบบประชาธิปไตย และถือได้ว่าเป็นต้นแบบที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) ก็ว่าได้ ภายหลังจากการต่อสู้จนได้รับชัยชนะและเป็นอิสรภาพจากการถูกปกครอง ควบคุมจากอนานิคมของสเปน และเปลี่ยนผ่านมาเป็นสหรัฐอเมริกา
 ใช่ว่าชัยชนะจากการต่อสู้กับเผด็จการมาคอส จะส่งผลทำให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง เศษฐกิจ ไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และก้าวหน้ามากอย่างที่คิด ความบอบซ้ำที่เกิดขึ้นต้องใช้เวลามากพอสมควรในการเยี่ยวยา รักษาบาดแผล รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีคอราซอล อาคีโน (Corazon Aquino’s term) ได้ประกาศฟื้นฟู เสถียรภาพทางการเมือง สังคม เศษฐกิจ และปฎิรูปโครงสร้างทางการเมือง การปรับปรุงกฎหมายในการกระจายอำนาจในการปกครองท้องถิ่น เป็นทิศทางหนึ่งที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการรวมศูนย์อำนาจจากรัฐส่วนกลางไปสู่การบริหารจัดการท้องถิ่นที่มีความเป็นอิสระมากขึ้น มีกลไกการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยการปกครองท้องถิ่นกับชาวบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชนมากขึ้น เช่น การสถาปนา กฎหมายการปกครองท้องถิ่น (Local Government Code 1991) ขึ้นมาใหม่
         ในขณะเดียวกันการเติบโตของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม ( Social Movement)  ภาคประชาสังคม ( Civil Society ) รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชน ( NGOs) ก็ได้มีการปรับตัว และ พัฒนารูปแบบการทำงานขององค์กรใหม่ๆขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่มีความอ่อนไหว ความซับซ้อน ของโครงสร้างทางการเมือง เศษฐกิจ สังคม  ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นของประเทศฟิลิปปินส์  จึงทำให้มีการสถาปนาการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆขึ้นมาอย่างกว้างขวาง Eleanor M.Gonzalez ได้อธิบายความหลากหลายขององค์กรพัฒนาเอกชน ( NGOs )  ในประเทศฟิลิปปินส์ ที่ทำงานในมิติต่างๆ ไว้ใน  Work in progress :occasional paper No.8 September 1997: “Decentralization and Political Participation in the Philippines: Experiences and Issues in Societal Transformation”     ว่ามี 3 แนวทาง ใหญ่ๆในการทำงาน คือ
1.กลุ่มที่มีทำงานเชิงสังคมสงเคราะห์ จัดหาสวัสดิการ ช่วยเหลือคนยากจน การฟื้นฟูสภาพจิตใจ ที่มีผลมาจากสงคราม ภัยภิบัติจากธรรมชาติ น้ำท่วม แผ่นดินไหว  โรคระบาด รวมถึงการดูแลเด็กเร่ร่อนในเมือง
2. กลุ่มที่ทำงานภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพต่างๆไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพสังคมเมือง ชนบท งานวางแผนพัฒนา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ งานเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับองค์กรชาวบ้าน
3.กลุ่มที่ทำงานทางสถาบันการเมือง การผลักดันนโยบาย การมีส่วนร่วมในการปกครองท้องถิ่น การปฎิรูปการเมือง สังคม รวมถึงการผลักดันปรับปรุงกฎหมาย การรณรงค์เคลื่อนไหว และงาน lobby work

        จากบทเรียนที่ได้แลกเปลี่ยน พูดคุย กับเจ้าหน้าที่ขององค์กร The Institute for Popular Democracy (IPD) ซึ่งถือได้ว่าเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีบทบาทในการทำงานที่มีแง่มุมทางการเมืองในระดับโครงสร้างทางนโยบาย  ในการผลักดันแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคประชาสังคม ภาคประชาชนทั้งในทางนโยบายและประสานการทำงานระดับท้องถิ่น รวมถึงบทบาทในการปฎิรูปการเมือง การผลักดันการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการท้องถิ่น การสร้างงานเอกสารเชิงวิชาการ งานวิจัย ในประเด็น หรือ มิติต่างๆที่ท้าทาย ตั้งคำถามต่อรัฐบาล ต่อสังคม รวมถึงการรณรงค์ เผยแพร่กับทางสังคม สาธารณะ ได้อย่างเข็มข้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน
 ในขณะเดียวกันการทำงาน การผลักดันประเด็นต่างๆก็มิได้จำกัดบทบาทขององค์กรตนเองอยู่แค่กรอบการทำงานหรือมายาภาพ จินตภาพ ภายในองค์กร เท่านั้น แต่ได้เชื่อมประสาน สร้างรูปแบบการทำงานกับ พันธมิตร(alliance)  กลุ่มองค์กรต่างๆ ที่มีแนวคิดการทำงานในการสร้างการมีส่วนร่วมและการบริหารจัดการท้องถิ่น  ในลักษณะของความเป็นหุ้นส่วนในการการทำงาน (Consortium) การประสานภาคีความร่วมมือ( Coordinate) ในระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชนรวมถึงการประสานแนวทางการทำงานกับภาคประชาสังคม ซึ่งอาจมีสาเหตุจาก ความซับซ้อนของโครงสร้างทางสังคมการเมืองในปัจจุบัน จึงทำให้การทำงานในลักษณะเชิงปัจเจกไม่มีพลังเพียงพอต่อการต่อสู้ ผลักดัน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองและสังคม ดังนั้นแนวทางแบบที่กล่าวไปเบื้องต้นจึงปรากฏอยู่อย่างกว้างขวางในการทำงานขององค์กรพัฒนาเอกชน ในประเทศฟิลิปปินส์
    ในปี 1998 Batman (Barangay Administration Training Manual) หรือ Barangay – Bayan Governance Consortium (BBGC) “ภาคีหุ้นส่วน ในการฝึกอบรม พัฒนา การบริหารจัดการท้องถิ่นในระดับหมู่บ้าน” เนืองจาก Barangay เป็นภาษา Tagalog ที่แปลว่าหมู่บ้าน(Village)หรือหน่วยที่เล็กที่สุดในการปกครอง ดังนั้นกลไกนี้เองจึงถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่มีความหมายและมีความสำคัญ ในการสถาปนากลไกการ มีส่วนร่วมกับองค์กรพัฒนาในหลายรูปแบบและในหลายๆระดับในมิติการทำงานที่ใกล้เคียงและมีอุดมการณ์ร่วม คล้ายๆกัน ทั้งองค์กรที่ทำงานในระดับท้องถิ่น องค์กรที่ทำงานในระดับจังหวัด และในระดับการผลักดันทางนโยบาย
รูปแบบในการทำงานของ Batman เป็นกระบวนการในการพัฒนาศักยภาพโดยผ่านกิจกรรมการฝึกอบรมองค์กรชุมชนในการจัดทำแผนการพัฒนาในระดับชุนชน การวิเคราะห์ข้อมูลในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ระบบเศษฐกิจ สังคม การจัดทำแผนที่ในชุมชน การเตรียมแผนกิจกรรม โครงการพัฒนาในท้องถิ่น

                                Members of the Barangay – Bayan Governance Consortium

                                                     Membership                          Total number
                                                             NGOs                                              60
                                                      Pos ( national level )                          3
                                                      Progressive local officials
                                    ( through not officially BBGC members ,
                                           they attend seminars ,conferences)       167
                                                           Other ( academe )                            3

                                                        total                                                              233


  โดยมียุทธศาสตร์ และเป้าหมาย (Strategies and Objectives) ร่วมกันดังนี้
1. เสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับผู้มีส่วนได้เสียในท้องถิ่น จากการมีพื้นที่การมีส่วนร่วมตามกลไกรัฐในการบริหารจัดการท้องถิ่น รวมถึงการวางแผน และการตัดสินใจในการพัฒนาท้องถิ่น (public decision-making and planning)
2. พัฒนาศักยภาพ (Develop the capacities) ของผู้ที่ถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนของท้องถิ่นและเจ้าหน้ารัฐที่ทำงานในระดับท้องถิ่น เพื่อให้เข้าใจถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์
3. พัฒนาองค์กรและเสริมสร้างประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น ภายใต้แนวทางกฎหมายปกครองท้องถิ่น 1991(Local Governance Code 1991)    รวมถึงการปฎิรูปกฎหมาและสร้างอำนาจในรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐส่วนกลางและประชาชน
      ข้อมูลจากหนังสือ Beyond Good Governance participatory democracy in Philippines:

  การเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่น ภายใต้ ประมวลกฎหมายการปกครองท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ ในปี 1991 (Local Government Code 1991) ได้ให้อำนาจในการบริหารจัดการท้องถิ่นในหลายๆรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอน มอบหมายการบริการในระดับท้องถิ่น ให้หน่วยการปกครองท้องถิ่น (Services were Devolved to Local Government Units) เช่น
1.การวิจัย และ การพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
2.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
3.การให้การบริการ การดูแลรักษาสุขภาพ และการบริการของโรงพยาบาลท้องถิ่น
4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยสามารถหางบประมาณจากภายนอกได้ นอกเหนือจาก เงินทุนในท้องถิ่น
5.สร้างโรงเรียน รวมถึงสร้างโปรแกรม หลักสูตรการศึกษา
6.การให้บริการทางสังคม (Social Welfare Services)
7.การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และ พัฒนาในเรื่องการท่องเที่ยว
8.การจัดสร้างบ้าน เป็นโครงการในระดับจังหวัด และเมืองใหญ่

ในขณะที่หน่วยการปกครองท้องถิ่น (Local Government Units) ประกอบด้วย:
1. ระดับจังหวัด มีรายได้เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 20 ล้านเปโซ หรือ USD400, 000
 และมี ขอบเขตพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 2,000 sq.km และ จำนวนของประชากร ไม่น้อยกว่า 250, 000 คน.
2.ระดับเทศบาล มีรายได้เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 2.5 ล้านเปโซ หรือ USD50, 000 และมีขอบเขตพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 50 sq.km และ จำนวนของประชากรไม่น้อยกว่า 25, 000 คน.
3. Barangays (villages) หมู่บ้าน: มีผู้อยู่อาศัยไม่น้อยกว่า 2,000 ครัวเรือน.
4. Cities เมือง/นคร แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
4.1 Highly urbanized cities, รายได้เฉลี่ยต่อปี ไม่น้อยกว่า 50ล้านเปโซ หรือUSD 1M และจำนวนประชากรไม่น้อยกว่า 200,000.คน
 และ 4.2 Component cities
5. Autonomous regional government (ARMM): พื้นที่การปกครองอิสระ โดยมีกฎหมายพิเศษ ต่างไปจากทั่วๆไป

และในส่วนงบประมาณในการบริหารในระดับท้องถิ่น (Sources of Local Government Funds/Resources) จะมาจาก 2 ส่วนหลักๆคือ
1.ภาษีที่เก็บจากท้องถิ่น (Local taxes) ไม่ว่าจะเป็นภาษีการค้า ธุรกิจขนาดเล็ก อสังหาลิมทรัพย์ รายได้จากภาคธุรกิจ บริษัทขนาดใหญ่ ตลาดสาธารณะ
2. แหล่งทุนจากภายนอก
2.1จากส่วนแบ่งรายได้ภาษีจากรัฐบาล
2.2 จากส่วนแบ่งรายได้ที่มากจากเหมืองแร่ การทำไม้ หรือการประมง
2.3 จากการกู้เงินกับสถาบันการเงิน

และที่สำคัญอย่างยิ่ง ประมวลกฎหมายการปกครองท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ ในปี 1991 (Local Government Code 1991) ได้ให้อำนาจในกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆในการบริหารจัดการท้องถิ่น ซึ่งมีสาระสำคัญ หรือข้อเด่น 3 ส่วนกว้างๆดังนี้

1. การปกครองท้องถิ่นสามารถที่จะควบคุมการใช้งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ รวมถึงพัฒนาโครงการความร่วมมือ ของตนเองได้
2. กฎหมายปกครองท้องถิ่นได้เพิ่มงบประมาณในการบริหารจัดการท้องถิ่น รวมถึงการกระจายงบประมาณ ที่มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ จากการจัดสรรรายได้ของรัฐบาล
3. กฎหมายปกครองท้องถิ่น ได้เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆเช่น องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรชาวบ้านในการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่นร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จากจุดเด่นใน 3 ประการนี้เอง ทำให้แนวทางการทำงานในหน่วยการปกครองท้องถิ่น สามารถทำงานร่วมกับ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) รวมถึงองค์ชาวบ้าน (People Organizations) และ สมาชิกในภาคส่วนต่างๆในท้องถิ่น ในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการท้องถิ่น เมือมองถึงกลไกการมีส่วนร่วมภายใต้ กฎหมายท้องถิ่น ก็จะพบว่ามีอยู่ 6 แนวทางกว้างๆด้วยกันคือ
1. การเพิกถอน การยกเลิก ร่วมถึงการถอดถอน บุคคล หรือโครงการที่มีผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของชุมชน (Recall)
2.การมีส่วนร่วมในการลงประชามติในระดับท้องถิ่น การคิดริเริ่มกิจกรรม โครงการพัฒนาใหม่ๆในระดับท้องถิ่น (People’s initiative and referendum)
3. ตัวแทนภาคส่วนของชุมชน (Local sectoral representation) หรือ (LSR) ซึ่งประเด็นนี้สำคัญมากในการบริหารจัดการท้องถิ่น เนื่องจาก ตามประมวลกฎหมายการปกครองท้องถิ่น 1991 (Local Government Code 1991) ส่วนที่ 41-c ได้กล่าวไว้ว่า “there shall be one (1) sectoral representative for women, one(1) from the worker, and one (1) from any of the following sectors: urban poor, indigenous cultural communities, disabled person, or any other sectors as maybe determined by sanggunian concerned within ninety (90) days prior to the holding of the next elections, as may be provided for by law.” นั้นหมายถึงว่าในส่วน Local sectoral representation (LSRs) จะต้องมีตัวแทน 3 คน ที่จะได้เข้ามาร่วมทำงานกับสภาท้องถิ่น (Council)  โดยมาจาก1) ตัวแทนกลุ่มผู้หญิง 2)ตัวแทนฝ่ายแรงงานและ3) ตัวแทนจากกลุ่มชายขอบ กลุ่มวัฒนธรรม ซึ่งรายละเอียดในประเด็นนี้จะได้ขยายความอีกครั้งในตอนที่ 2.
4.โครงสร้างพิเศษในระดับท้องถิ่น (Local special bodies) หรือ LSBs ไดแบ่งออกเป็น 5 ส่วน ที่เป็นองค์ประกอยหรือโครงสร้างที่กำกับและหนุนเสริมการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบไปด้วย
4.1 โครงสร้างของสภาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (Local development councils) ซึ่งจะมีทั้งในระดับ หมู่บ้าน เทศบาล เมืองและรวมไปถึงในระดับจังหวัด
4.2 โครงสร้างของคณะทำงานการศึกษาและโรงเรียน (Local School Boards)
4.3 โครงสร้างของคณะทำงานในด้านสุขภาพ อนามัยในท้องถิ่น (Local Health Boards)
4.4 โครงสร้างของคณะทำงานในการคัดเลือกคุณสมบัติและให้รางวัลกับชุมชน (Local Prequalification, Bids and Awards Committee)
4.5 โครงสร้างของคณะทำงานเพื่อสันติภาพ (สมานฉันท์) และตามที่สภาท้องถิ่นขอร้อง (Local Peace and Order Council)
5. การให้คำปรึกษา และรับฟังประชาวิจารณ์ ในประเด็นต่างๆของท้องถิ่น (public hearings)
6. การเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการทำงานในระดับกิจกรรม โครงการ (Active partnerships)

ที่กล่าวและนำเสนอมาทั้งหมดนี้เองในตอนที่ 1 เป็นเพียงแค่บริบทส่วนหนึ่งของเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองจากการเป็นอนานิคม (colonization) มาถึงแนวทางการปกครองแบบเผด็จการทหาร (Dictatorship) จนเปลี่ยนมาสู่การปกครองแบบประชาธิปไตย (Democracy)
จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน โครงสร้างความสัมพันธ์ทางอำนาจ สังคม การเมืองรวมถึงวัฒนธรรม มีความซับซ้อนมากขึ้น มีเงือนไขปัจจัย หรือตัวแปรมากมาย ทั้งภายในและภายนอก ที่เข้ามากำกับ ควบคุม หรือกำหนดทิศทางในการพัฒนา จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในรูปแบบต่างๆจะต้องคิดค้น สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในการผลักดัน รณรงค์ เคลื่อนไหว ในการสร้างประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม หรือแนวทางที่เรียกว่า Deepening Democracy โดยที่มุ่งเน้นแนวทางในการกระจายอำนาจจากรัฐส่วนกลาง มาสู่การสถาปนาการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆในการบริหารจัดการ การปกครอง ในระดับท้องถิ่น ที่แหลมคม มากยิ่งขึ้น และให้ภาคส่วนกลุ่มคนชายขอบของสังคม (marginalized sector) ได้เข้ามามีพื้นที่ทางสังคม พื้นที่ทางความคิด ร่วมกับแนวทางการปกครองท้องถิ่นให้มากขึ้นและเป็นรูปธรรม ที่มีพลัง ต่อไป






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
jintavaree วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 08.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jintavaree

ใช่ครับ ถึงเวลาที่ประชาชนจะต้องมีพรรคของตนเองเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการผลักดันการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับฌครงสร้างและในระดับท้องถิ่น
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ฅนไทบ้าน วันที่ : 02/09/2007 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthaiban

ชนชั้นระบบปกครอง ไม่ว่าจะเป็น
อนานิคม (colonization)
การปกครองแบบเผด็จการทหาร (Dictatorship)
ประชาธิปไตย (Democracy)

สิ่งที่พวกเขากลัวมากที่สุด ก็คือ
... กลัวประชาชน มีอำนาจ ครับ !


....จึ่งยากแท้ หยั่งก็ไม่อาจถึง
คิดถึงคำของพี่ สุวิทย์ฯ ครับ
......" ประชาชน ต้องมีพรรคการเมืองเป็นของเราเอง ...."

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ประชาชน2535 วันที่ : 31/08/2007 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prachachon

ภาคประชาชนของฟิลิปปินส์เขาเข้มแข็งกันมากใช่มั้ยท่านพี่ มีพวกหัวก้าวหน้าอยู่เยอะมาก ช่วยฝากความระลึกถึงถึง Joel และ Denden ด้วย บอกว่าน้องเอ๋ฝากความระลึกไปถึง

เชิญเพื่อนพ้อนน้องพี่อ่าน ข้อเรียกร้องของกรรมกร

ต่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง

http://www.oknation.net/blog/prachachon/2007/08/31/entry-1

รักษาสุขภาพนะท่านพี่

ประชาชน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 29/08/2007 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

น่าเสียดายที่ชนชาวโลก เพียงรู้จักดูส่วนที่ชั่วร้ายของคนอื่น กลับซุกซ่อนด้านที่ชั่วร้ายของตนเองไว้


ชนชาวโลก หากรู้จักให้อภัยต่อผู้อื่น....เช่นเดียวกับให้อภัยแก่ตนเอง โลกต้องน่าอยู่กว่านี้มากนัก”


“โกว้เล้ง” จากเรื่อง “ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่”


อ่านเพิ่มเติมในแอ๊กติวิส แอ๊บแบ๋ว

ใน http://www.oknation.net/blog/mataharee

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
jintavaree วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jintavaree

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
3939900209466 วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pinitsatayanon
จุ๊ๆ ข้าพเจ้ากำลังร่ายบทกวี


ผมขออ่านให้ขึ้นใจ
จะลงพื้นที่ที่ทำงานอยู่ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้อย่างบูรณาการ
มีประโยชน์มากครับ
แต่สังคมวัฒนธรรมบ้านเราติดกรอบฯ
การทำงานจึงค่อยเป็นค่อยไป

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
noopuk วันที่ : 28/08/2007 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konmanruk
นับหนึ่งถึงร้อย++++++เพื่อรอคอยคนๆหนึ่งให้กลับมา++++++


สวัสดีค่ะ....สวัสดีตอนบ่ายๆๆแวะมาทักทายตอนกลับบ้าน ทำงานเหนื่อยไหมค่ะ ฝากบล๊อท ด้วยนะค่ะ http://www.oknation.net/blog/konmanruk/2007/08/28/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]