*/
  • อาภารัศมี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 36
  • จำนวนผู้ชม : 38081
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม 2564
Posted by อาภารัศมี , ผู้อ่าน : 320 , 15:51:42 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

จากปัญหาช้างป่าที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่ชุมชน อันเนื่องมาจากความอุดมสมบูรณ์และพื้นที่ป่ามีจำนวนลดน้อยลง ก่อให้เกิดอันตรายต่อทั้งคนและช้างยังปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จึงมีพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” พระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีแนวพระราชดำริพระราชทานเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2542 ต่อการจัดการความขัดแย้งคนกับช้างป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ในการให้ “ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างเพียงพอ การปฏิบัติคือให้ไปสร้างอาหารช้างในป่า เป็นแปลงเล็กๆ และกระจายกรณีช้างป่าออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า”

 

 

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออกไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ซึ่งแปลว่า “น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร” เพื่อเป็นการอนุรักษ์ป่าและช้าง รวมทั้งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การบุกรุกของช้างป่าอันสืบเนื่องมาจากขาดแคลนแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอ ตลอดจนการขาดความรู้และความเข้าใจของราษฎร ในการขับไล่ช้างอย่างผิดวิธี จนทำให้เกิดอันตรายทั้งต่อตัวราษฎรและช้างในที่สุด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ

 

 

 

หนึ่งในภารกิจสำคัญของ “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ได้แก่ โครงการป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว คือการฟื้นฟูแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ ให้เพียงพอในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อนำช้างกลับเข้าสู่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด อาทิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ และอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง โดยใช้ความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกฝ่ายในการนำช้างกลับเข้าสู่ป่า ไม่ว่าจะเป็นชุมชน จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้ามาช่วยกันฟื้นฟูพัฒนาแหล่งอาหารของช้างให้มีความอุดมสมบูรณ์

 

 

ภารกิจแรกของการดำเนินการช่วยเหลือสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างให้กลับคืนสู่ป่าให้ได้มากที่สุดคือการสร้างแหล่งน้ำและแหล่งอาหารให้สัตว์ป่า โดยเริ่มดำเนินการในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง จัดทำแหล่งน้ำ 4 แห่ง ฝายชะลอน้ำ 7 แห่ง โป่งเทียม 73 โป่ง ปรับปรุงทุ่งหญ้า 20 ไร่ เพื่อเพาะชำกล้าไม้ที่เป็นพืชอาหารช้างจำนวนกว่า 6,000 กล้า ซึ่งได้มีการทดลองปลูกหญ้าที่ช้างชอบอย่างเช่น หญ้ารูซี่ หญ้ากินนีสีม่วง และหญ้าเนเปียร์ โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะองค์ประธานคณะกรรมการฯ เสด็จฯ มาทรงหว่านหญ้าและทำโป่งเทียมในแปลงทดลองปลูกพืชช้างป่าในพื้นที่ดำเนินการจัดทำทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำเพื่อเป็นอาหารสำหรับสัตว์ป่าและช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง

 

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมอีกหลายแห่งเพื่อใช้ในการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งอาหารของช้าง อาทิ การจัดทำแปลงหญ้า 250 ไร่ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน แต่เดิมประสบปัญหาวัชพืชหลายชนิดคลุมพื้นที่ ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการเนรมิตทุ่งหญ้ารกร้างจำนวน 250 ไร่ให้กลายเป็นแหล่งอาหารของช้างและสัตว์ป่าได้นั้น เกิดมาจากความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วนทั้งจิตอาสา ชาวบ้านในชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนกว่า 800 คนเข้าพื้นที่มาช่วยกันขุดรากถอนรากเหง้าทั้งด้วยเครื่องจักรและสองมือของทุกคน หลังจากขุดรากถอนโคนแล้วจึงลงมือช่วยกันปลูกต้นหญ้ารูซี่ หรือหญ้าธัญญา เป็นหญ้าที่ช้างชอบกิน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนน้อยเนื่องจากความแห้งแล้งและสัตว์กีบเล็มกินไปหมดก่อนจะโตพอให้ช้าง รวมถึงการสร้างโป่งเทียมขึ้นมาใหม่ในจุดที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการดูแลรักษาโป่งเทียมเดิมที่มีอยู่แล้ว 

 

 

 

เมื่อมีอาหารอันสมบูรณ์แล้วจึงมีการจัดหาพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมเพื่อให้ช้างในบริเวณอ่างฤาไน ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เคียงกับทุ่งหญ้า250 ไร่ให้ช้างได้ลงมาใช้ประโยชน์ รวมถึงการสร้างฝายที่บริเวณลำห้วยเดิมเพื่อให้มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้นผ่านมาแล้ว 1 ปีบนพื้นที่แห่งน้ำพระราชหฤทัยแปลงหญ้าแหล่งน้ำและแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ที่ทุกภาคส่วนได้ผสานกำลังช่วยกันอย่างแข็งขันนั้น ได้ชูช่อสร้างความเขียวขจีเป็นแหล่งอาหารของช้างป่าและสัตว์ป่าทั่วไปได้อาศัยเป็นที่พักพิง เปรียบดังน้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชรที่แท้จริง

 

อีกหนึ่งโครงการ การช่วยทั้งคนช่วยทั้งช้าง มีการสนับสนุนสร้างองค์ความรู้การอยู่รวมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง โดยเฉพาะการทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีอาชีพที่เหมาะสม มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างยั่งยืน คือมีการจัดตั้ง “หมู่บ้านคชานุรักษ์” เพื่อให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการเดินออกนอกเส้นทางของช้างป่ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร ได้เสริมสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของช้างให้แก่ราษฎรในหมู่บ้าน รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้การประกอบอาชีพ และจัดตั้ง “กองทุนคชานุรักษ์” เพื่อให้ชุมชนมีกองทุนสำรอง และแต่ละชุมชนสามารถวางแผน เพื่อบริหารจัดการกองทุนได้ด้วยตนเอง รวมทั้งสามารถทำกิจกรรมเพื่อหารายได้เข้ากองทุน อันเป็นการบริหารจัดการชุมชนเพื่อให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและปลอดภัย โดยกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร ในฐานะองค์ประธานกรรมการโครงการฯ เสด็จแทนพระองค์ ไปในการพระราชทานป้ายชื่อ “หมู่บ้านคชานุรักษ์” และ พระราชทานเงินจัดตั้ง “กองทุนคชานุรักษ์” ให้แก่ตัวแทนชุมชน ในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ณ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง

 

 

 

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ จึงเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาที่ราษฎรได้รับผลกระทบจากช้างป่า ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนแบบบูรณาการ เพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับช้างป่าได้อย่างสมดุล มีอาชีพที่พึ่งตนเองได้และปลอดภัยมากขึ้น ส่วนช้างป่าก็สามารถกลับคืนสู่ป่าตามธรรมชาติได้ และมีแหล่งน้ำและอาหารที่เพียงพอ

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน