*/
  • จิตราภรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-31
  • จำนวนเรื่อง : 250
  • จำนวนผู้ชม : 1603357
  • จำนวนผู้โหวต : 366
  • ส่ง msg :
  • โหวต 366 คน
นกเขาเถื่อน

ฅีตาญชลี

View All
<< มีนาคม 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนในการให้งบประมาณสนับสนุนการจัดซื้อหนังสือพิมพ์ วารสาร และหนังสือทั่วไปให้มากพอสำหรับการให้บริการในห้องสมุดประชาชน
น้อยที่สุด/เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
1 คน
น้อย/มีเรื่องอื่นที่มีความสำคัญมากกว่านี้
0 คน
ปานกลาง/ผู้รับบริการควรซื้ออ่านเอง
0 คน
มาก/ที่ให้อยู่ก็เพียงพอแล้ว
3 คน
มากที่สุด/การส่งเสริมการอ่านควรกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ
15 คน

  โหวต 19 คน
วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม 2557
Posted by จิตราภรณ์ , ผู้อ่าน : 4185 , 15:51:02 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ซำมะแจะ , ลาดพร้าวซอยสิบสอง และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

 

สวัสสดี......หนีห่าวค่ะ

หลังจากเงื้อง่าราคาแพงมาหลายอาทิตย์

วันนี้เรามาต่อเรื่องของสิบสองปันนาต่อนะคะ

เอ็นทรี่ก่อนเราเข้าที่พักโดยต้องตั้งเวลาตัวเองใหม่ให้ไวขึ้นอีกหนึ่งชั่วโมง

เพราะเวลาที่สิบสองปันนาจะเร็วกว่าเมืองไทยหนึ่งชั่วโมง

มอนิ่งคอล.....๐๖.๐๐ น. หากห้องใดยังไม่ตื่นก็จะมี มอนิ่งเคาะ

รับประทานอาหารเวลา ๐๗.๐๐ น. ล้อหมุน ๐๘.๐๐ น.

เราตื่นแต่เช้า.....ฉันโผล่หน้าออกไปทักทายเมืองเชียงรุ่งยามเช้า

อากาศเย็นเฉียบเหมือนอยู่ในห้องแอร์เลยค่ะ

ต้องรีบถ่ายรูปแล้วก็ปิดหน้าต่างอย่างไว.....หนาวค่ะ

ฝั่งตรงข้ามด้านล่างเป็นร้านค้าชั้นบนคงจะเป็นที่พัก

เขาทำทางให้เอารถมอเตอร์ไซต์ขึ้นได้ด้วยค่ะ

แล้วอาคารด้านบนก็เชื่อมต่อใช้ทางขึ้น – ลง รถมอเตอร์ไซต์ที่เดียวกัน

เราจัดการตัวเองตามเวลาที่กำหนด

ลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร......คนเยอะเต็มห้องอาหารเลยค่ะ

อาหารหมด......เราก็จัดการตัวเองง่าย ๆ หยิบถ้วยข้าวต้มกับตะเกียบคนละชุด

อะไรเหลือก็กินอันนั้น.....ไม่มีโต๊ะนั่งก็ยืน......ไม่มีน้ำก็กลับขึ้นไปกินบนห้อง.....

ได้อะไรรองท้องนิดหน่อยค่ะ.....เราได้ข้าวต้ม......กับผัดผักกาดขาวคนละสี่ห้าชิ้น

เราก็ไปจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย

แล้วลงมาขึ้นรถ.....วันนี้เราจะไปชมนกยูงที่ป่าดงดิบกันค่ะ

อี่สาวตัวดี “อี่โบไข” มารับเราแต่เช้าตรงเวลาค่ะ

ช่วงเวลาที่เราไปเป็นช่วงหยุดวันพ่อบ้านเราอากาศเย็นนิด ๆ

แต่ที่นี่หนาวเย็นจนต้องใส่เสื้อกันหนาวค่ะ.....หนาวทั้งวันเลย

เราออกจากเมืองไปป่าดงดิบในระยะทาง ๘ กิโลเมตรค่ะ

แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว.....อากาศหนาว เย็น และชื้น ค่ะ

เราไปดูบ้านชนเผ่าอาข่ากันก่อนนะคะ

เพราะการให้อาหารนกยูงจะให้เป็นรอบตามเวลาที่กำหนด

เรามาเลยเวลาจึงขึ้นไปชมวัฒนธรรมชนเผ่าก่อน

เราต้องจอดรถบัสไว้ข้างหน้าสวนป่าค่ะ

แล้วจะมีรถคันเล็ก ๆ มารับเรา

พนักงานในชุดไทลื้อค่ะ

 รถที่จะพาเราขึ้นไปชมหมู่บ้านอาข่าค่ะ

คันไหนเต็มก็ออกได้เลยค่ะ.....มาค่ะไปด้วยกัน

ข้ามสะพานนี้ไปก็เห็นแล้วค่ะ

บ้านชนเผ่าอาข่าอยู่อีกฝั่งหนึ่งค่ะ

อากาศที่นี่ชื้นมาก.....ละอองไอน้ำปรอย ๆ จนพื้นเปียกเลยค่ะ.....ระวังลื่นนะคะ

เอิ่ม........คู้ณณณณณณณณณผู้ชมคะ.....หมู่บ้านวิถีชีวิตเผ่าอาข่า

หรือที่คนที่นี่เรียกว่าชนเผ่า “อ้ายหนีจู๋”

สาวน้อยร้องเพลง ปรบมือ ต้อนรับพวกเราค่ะ

และหนุ่มน้อยนั่งคอยเพื่อการแสดงที่ลานแสดง

พอฉันโผล่ออกจากดงไม้หลังจากข้ามสะพานมาแล้ว

ก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น.......

มันคือสิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมที่ฉันภูมิใจนำเสนอค่ะ

เพราะสิ่งที่อยู่ในความคิดของฉัน

วิถีวัฒนธรรมชนเผ่าอาข่าที่อยู่ในมโนทรรศน์ของฉัน

น่าจะประมาณ หรือใกล้เคียงกับอารมณ์เวลาที่เราไปเที่ยวบ้านแม้วดอยปุยนะคะ

คือเดินชมหมู่บ้าน....มีคนในชุมชนเดินไปเดินมา

ทำกิจธุระประจำวันของตัวเองไป.....คนขายของก็ขายไป

แต่ที่เราเห็นก็คือ.......บ้านที่สร้างเหมือนพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงเครื่องใช้ไม้สอย

เดินชมด้านบนบ้านโดยห้ามเดินย้อนกลับลงทางหน้าบ้าน

ให้ลงทางทางลงหลังบ้านเท่านั้น

ลงมาเราเดินตามไกด์ไปชมการแสดงค่ะ

 

ฉันเดินลงทางหลังบ้านตามป้ายที่ชี้บอก

เราเดินตามไกด์ไปชมการแสดงของอาข่าดีกว่าค่ะ

มีสาวน้อยในชุดชนเผ่าออกมาแนะนำตัว

แนะนำการแสดง.....ดูจากภาษาท่าทางที่เธอแสดงออกนะคะ

เพราะสาว ๆ เค้าใช้ภาษาอาข่าในการแสดง

 

เริ่มต้นด้วยการแสดงร้องเพลง

โดยมีสาวน้อยร่ายรำประกอบเพลงอยู่ด้านหลัง

 

ตามด้วย......จบแล้วค่ะ......ร้องเพลงเดียวก็พอ.....สงสัยเพราะต้องแสดงอีกหลายรอบ

ถึงเราจะฟังไม่รู้เรื่องแต่นักร้องคนนี้เสียงดีมากเลยค่ะ

แล้วเราก็เดินออกมาชมการแสดงคล้าย ๆ ลาวกระทบไม้ของบ้านเรา

ที่ลานแสดงด้านนอก......ฉันวิ่งปรู๊ดขึ้นไปบนบ้านเพื่อเก็บภาพมุมสูง

 

แสดงแล้วก็เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ลองบ้่าง

ภาพที่ได้จึงชุมมุนขนาดนี้ค่ะ

แล้วก็กลับค่ะ......ห๊า.......จบแล้วเหรอ......อาจมีบางท่านสงสัยว่าไหงไวนัก

หมดแล้วจริง ๆ ค่ะ......เป็นการสร้างเพื่อแสดงอย่างแท้จริง

แสดงบ้าน แสดงเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ไม้สอย และการแสดง

เดินลงเจอบ้านตัวอย่างหนึ่งหลังค่ะ

เล็กกว่าหลังแรก......และทางลง.....มีร้านขายของเรียงรายตลอดทางเดิน

ไม่ได้ซื้ออะไรมาค่ะ......ของแพง

เราเคยไปช้อปกระจายที่เวียดนามมาแล้ว.....พอเจอที่นี่แพงแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

ไม่เป็นไรค่ะ......แพงก็ไม่ซื้อ

 

เราเดินต่อไปดูน้ำตกเก้ามังกรและการแสดงของชนเผ่าไตลื้อที่น้ำตกค่ะ

ป้ายบอกทาง.....แอบมีภาษาไทยเล็ก ๆ 

ถึงแล้วค่ะ......น้ำตกเก้ามังกร......อารายเนี่ยยยยยย

น้ำตกก็สร้างเอาเหรอ......จะแหกตาเราไปถึงไหนเนี่ย

ฉันเลยไม่มีกระจิตกระใจจะดูการแสดงหลอก ๆ อีก

 

ไปดูนกยูงดีกว่าค่ะ......นั่งรถกลับลงมาดูนกยูงกันค่ะ

โห......ได้เวลาพอดีค่ะมาค่ะมาดูนกยูงกัน

แต่เอ......เวลายังเหลืออีกนิด......ไอ้เราก็เต็มถังอีกแล้ว

ไปหาห้องน้ำก่อนค่ะ.......ทำจมูกฟุดฟิด ฟุดฟิด ดมหาห้องน้ำใหญ่เลยค่ะ

ผิดหวังค่ะ.......ไม่ได้กลิ่น......เดินตามป้ายก็ได้ค่ะ

ที่นี่ห้องน้ำไม่มีกลิ่นค่ะ......สะอาดมาก......รับรองคุณภาพได้ค่ะ

 

เริ่มชมนกยูงค่ะ......มีพนักงานในชุดพื้นเมืองเดินถือกระจาดใส่อาหาร

พร้อมกับนกหวีดห้อยคอ.......ที่ไม่ใช่ลายธงชาติ.....อิ อิ ตอนนั้นยังไม่ฮอทค่ะ

เธอเป่านกหวีด......วี๊ดดดดดดดดดดยาวววววววว

นกยูงเริ่มบินออกมาจากภูเขาด้านหน้าส่วนแสดง

มาจิกกินอาหารที่พนักงานโปรยลงพื้น

พอเดินไปทางไหนนกยูงก็เดินตามเป็นพรวนเชียวค่ะ

 

ฉันตื่นเต้นที่เห็นนกยูงบินลงมาเป็นฝูงใหญ่ ๆ

ถ่ายรูปใหญ่เลย.....แต่.....เอ.....ทุกตัวโดนตัดหางหมดเลยค่ะ

คงกลัวนกจะบินหนีถึงต้องตัดหางไม่ให้บินระยะไกลได้

เหรียญมีสองด้าน.....นี่ฉันมองเห็นแต่ด้านมืดเหรอคะเนี่ย.....แย่จังเรา

 

ได้เวลาอันควรก็จะมีสาว ๆ ในชุดไตลื้อ

เดินถือธงด้ามยาวสองมือโบก.....ไล่......ให้นกกลับไป

ที่เหลือไว้คือส่วนถ่ายรูปคู่นกยูงเผือกกับนกยูงหางยาวมีค่าถ่ายรูปคู่กับนกยูงด้วยนะคะ

เรียบร้อยแล้วเรานั่งรถไฟฟ้ากลับมาขึ้นรถของเราที่จอดรออยู่

คุณคะ.....มีป้ายเขียนภาษาไทยตัวโต ๆ ว่า

“คนไทยชิมฟรี” แล้วคนไทยก็เฮโลเข้าไป

ฉันมาก่อนถามราคาดูแล้วได้เม็ดอัลมอนด์มาในราคา

ครึ่งกิโลยี่สิบหยวน......(ประมาณร้อยนิด ๆ)ฉันถามเป็นภาษาไทยว่าลดได้ไหม

เขาตอบว่าลดไม่ได้ ลดไม่ได้ คนไทยขายถูกแล้ว.....เอาไว้รองท้องเวลาหิว ๆ ค่ะ

 

แล้วเราก็กลับออกมานั่งรถเล็กมาขึ้นรถบัสด้านหน้า.....

เราต้องถูกเชิญให้ชมร้านขายมีดค่ะ.....มีดคุณภาพดีที่สุด

โดยคนขายที่พูดไทยครอกเสียยิ่งกว่าครอก

 

แล้วเราก็ออกมากินข้าวเที่ยงค่ะ

อาหารมากมายหลายชนิดค่ะ.....มีเบียร์เสริฟด้วยค่ะ

คนชิมบอกว่าสู้เบียร์ลาลูของเวียดนามไม่ได้

มาที่นี่แทบจะทุกมื้อสิ่งที่เราจะได้ชิมก็คือ

ไก่อบจนหนังกรอบจิ้มกับพริกป่นผสมเครื่องเทศหอม ๆ ค่ะ

แล้วก็ผัดผักจืด ๆ แต่ก็มีรสอร่อยค่ะ.....ต้องพบทุกมื้อ

 

อิ่มแล้วไปต่อค่ะ....เราจะไปเที่ยวสวน “ม่านทิง” ต่อค่ะ

สวนม่านทิง หรือสวนบ้านถิ่นในคำไทลื้อ

ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงรุ้ง

มีเนื้อที่ 1.54 หมื่นตารางเมตร เป็นสวนที่มีอายุกว่า 1300 ปี

เป็นสวนที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองเชียงรุ้ง

ในอดีตสวนแห่งนี้เป็นสวนดอกไม้ของเจ้าผู้ปกครองแขวนสิบสองปันนา

จึงเป็นสถานที่พักผ่อนของเจ้าแผ่นดินและขุนนางชั้นสูง และนางสนม

ด้านหน้าของสวนม่านทิง มีรูปปั้นทองเหลือของท่านนายก โจวเอินไหล

ในชุดไทลื้อ ในมืออุ้มขันน้ำและใบมะกอกและเล่นสงกรานต์กับชาวบ้าน

รูปปั้นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงท่าน

เมื่อครั้งที่ท่านเดินทางมาดูงานที่สิบสองปันนา

และได้ร่วมเล่นสงกรานต์กับชาวไทลื้อ ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก

และได้สร้างอนุสรณ์ขึ้นในภายหลัง

 

มีตัวหนังสือไทยควบคู่กับอักษรจีนเขียนว่า "ห้ามจับ"

แสดงว่าคนไทยกับคนจีน......ชอบจับ ๆ คลำ ๆ เหมือนกัน

ด้านในของสวนม่านทิงเราจะเข้าไปชมเจดีย์ขาว และเจดีย์แปดเหลี่ยม

ระหว่างที่เรารอรถรางนั้นมีการแสดงในโรงแสดง

ฉันเข้าไปดูเขาแสดงโดยใช้ภาษาไทลื้อที่คล้าย ๆ คำเมือง

ของภาคเหนือเลยฟังเรื่องคร่าว ๆ ได้ค่ะ

การแสดงพูดถึงเรื่องของเจ้าชายที่ได้นกยูงสาวเป็นมเหสี

ต้องเผชิญหน้ากับการขัดขวางจากโหร และพระราชา พระราชินี

ดู ๆ แล้วคล้าย ๆ เรื่องพระสุธนนางมโนราห์ของไทยเลยค่ะ

ฉากนี้เป็นตัวอิจฉาที่พระราชาสรรหามาเสนอให้พระโอรส

มีนางนกยูงสาวยืนเศร้าอยู่ข้าง ๆ 

เย้.......แต่แล้ว.....เจ้าชายก็ไม่สนใจตัวอิจฉาทั้งหลาย(แอบลุ้น)

ฉันดูไม่ทันจบเรื่องหรอกค่ะรถมาเสียก่อน

เราจึงต้องตัดใจจากการแสดงกระโดดขึ้นรถ

แล้วเดินเข้าไปชมเจดีย์ขาว

และสถาปัตยกรรมไทลื้อที่ดูยังไงก็เหมือน ๆ วัดแถว ๆ ภาคเหนือของเรานี่ล่ะค่ะ

 

ระหว่างทางก็พบร่องรอยของอารยธรรมไทย.....ของแท้เลยค่ะ

ฉันบอกสถานีข้างเคียงว่า.....ฉันจะเขียนชื่อของคนที่ฉันไม่ชอบไว้ดีกว่า

เวลาใครมาก็จะได้พูดถึงเขาบ่อย ๆ ไง.....(นิสัย)

ขณะชมวัดไหว้พระเราก็พบกับคณะถ่ายรูปแต่งงาน

เป็นคู่บ่าวสาวจาก สปป.ลาว ค่ะ

คนที่พอมีฐานะดีจะชอบมาถ่ายรูปแต่งงานที่นี่

เราเจอหลายคู่เลยล่ะค่ะ....

 

เราอยู่ที่นี่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ต้องเดินออกไปขึ้นรถ

ที่จะมารอรับเราที่ประตูด้านหลัง

 

พอจะถึงทางออกฉันเห็นต้นศรีมหาโพธิ์

ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปลูก

เพื่อเป็นที่ระลึกถึงมิตรภาพที่ดีระหว่าง ไทย – จีน ด้วยค่ะ

วัดที่นี่ทั้งภายนอกและภายในคล้าย ๆ วัดทางภาคเหนือของเราเลยล่ะค่ะ

พระพุทธรูปองค์นี้สานด้วยไม้ไผ่ค่ะ

 

ออกจากที่นี่ไกด์จะพาเราไปไหว้พระอีกแล้วค่ะ

ที่วัดหลวงไทลื้อ.....แล้วจะชมยาสมุนไพร.....และ

รับประทานอาหารเย็นแบบไทลื้อกันที่ภัตตาคาร

แล้วเราจะไปชมการแสดงที่โรงละครเมืองพาราณสี

แล้วจะเข้าพักผ่อนเพื่อเตรียมเดินทางกลับในตอนเช้า

ฉันแปลกใจจึงถามไกด์ว่าแล้วในกำหนดการที่บอกว่า

จะพาไปชมหมู่บ้านไทลื้อ “ก้าหลันป้า” ล่ะ

ที่ฉันซื้อทัวร์คราวนี้เพราะมีความตั้งใจจะมาดูวิถีชีวิตชาวไทลื้อ

ในสิบสองปันนาด้วยตาตัวเองว่าจะเหมือนกับไทลื้อหรือไทเหนือขนาดไหน

ไกด์ตอบฉันว่า.....ไปไม่ได้.....หมู่บ้านกำลังสร้างทาง

ทัวร์คณะไหน ๆ ก็เข้าเยี่ยมชมไม่ได้

อ้าววววววว.......ฉันผิดหวังนะคะเนี่ย

ไกด์เห็นท่าทางของฉันจึงปลอบใจว่า

เดี๋ยวตอนไปศูนย์วิจัยยาสมุนไพรของชาวไทลื้อ

จะพาไปชมหมู่บ้านไทลื้อกลุ่มสุดท้ายในเชียงรุ่งเป็นการปลอบใจ

ฉันรู้สึกเหมือนถูกหลอกมาทั้งวันเลยนะคะ

เพราะที่ไปเยี่ยม ๆ มอง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งจำลอง

ของปลอมทั้งนั้น.....เรื่องของเรื่องคือ

ไทลื้อที่นี่โดนจีนกลืนชาติไปหมดแล้วค่ะ

คนไทลื้อในเมืองล้วนแล้วแต่ขายที่ทางแล้วออกไปสร้างชุมชนใหม่ที่นอกเมือง

เราเดินไปที่ไหนก็พบแต่หนุ่มสาวชาวจีนทั้งนั้นล่ะค่ะ

ฉันรู้สึกไม่สมหวังกับการซื้อทัวร์ครั้งนี้เสียแล้ว

แต่สถานีข้างเคียงก็บอกฉันว่าช่างมันเถอะเพราะอย่างอื่นก็ใช้ได้

และชี้ให้ฉันดูกำหนดการที่มีข้อความตีกรอบเป็นหมายเหตุเอาไว้ว่า

“โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม.....

โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า”

ไม่เป็นไรค่ะ.....ไม่ได้ไปก็ไม่ไป.....ฉันสร้างสุขกับสิ่งที่มีก็ได้

คราวหน้าฉันจะพาคุณไปพบกับอาหารการกินของชาวไทลื้อนะคะ

แถมเรายังโชคดีร้านที่เราไปกินข้าวมื้อเย็น

เขามีงานแต่งงาน.....ฉันจะเก็บบรรยากาศการแต่งงานแบบไทลื้อมาอวดคุณ

เป็นการปลอบใจที่เราไม่ได้ไปชมหมู่บ้านก้าหลันป้าด้วยกันนะคะ

สำหรับวันนี้.....สวัสสดี.....หนีห่าวก่อนนะคะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 จิตราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 26/03/2014 เวลา : 18.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เล่าได้น่าติดตามไปเที่ยวเหลือเกินครับ
ผมอยากดูการฟ้อนของที่นี่จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 8 จิตราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 25/03/2014 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

เคยไปมาครั้งหนึ่ง นานมากแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 24/03/2014 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

อยากไปเที่ยวสิบสองปันนาแล้วได้เห็นหลายๆ บรรยากาศแบบ ทริปนี้บ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
wansuk วันที่ : 24/03/2014 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

วัฒนธรรมที่นำมาส่งเสริมการท่องเที่ยวของหลายชาติ
ถูกปรุงแต่งจนรูปแบบดั้งเดิมค่อยๆถูกกลืน น่าเสียดายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 23/03/2014 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

จากบทเรียนประวัติศาสตร์กลายมาเป็นรูปธรรมนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
suksabuy from mobile วันที่ : 22/03/2014 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suksabuy

น่าเที่ยวครับ

ความคิดเห็นที่ 3 จิตราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รักแห่งสยามประเทศ วันที่ : 22/03/2014 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panuwat838084
Facebook: Panuwat Sangpum

ชอบตรงคนไทยชิมฟรีนี่แหล่ะ มันบ่งบอกว่าคนไทยชอบของฟรี หรือไม่ก็ชอบขอชิม... เลขเขียนดักไว้เลย

ความคิดเห็นที่ 2 จิตราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
satanx วันที่ : 22/03/2014 เวลา : 16.33 น.

ไปเยือนมาเมื่อปีใหม่ ดูจากรูปแล้ว โปรแกรมน่าจะใกล้เคียงกัน ชอบตอนเรียก ไล่นกยูงมาก มันแสนรู้จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/03/2014 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าไปมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน